อินโดนีเซีย และสหรัฐลงนามดีลการค้า-การลงทุนมูลค่า 38,400 ล้านดอลลาร์ อินโดนีเซียซื้อสินค้าเกษตรล็อตใหญ่ตั้งแต่ถั่วเหลือง ฝ้าย ยันข้าวสาลี พร้อมตกลงเรื่องพลังงาน และแร่สำคัญ ก่อนปราโบโวพบทรัมป์วันนี้
บริษัทจากอินโดนีเซีย และสหรัฐได้ลงนามข้อตกลงการค้า และการลงทุน 11 ฉบับ รวมมูลค่า 38,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธตามเวลาในสหรัฐ ก่อนการพบหารือกันระหว่างประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว สุเบียนโต และประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อร่วมลงนามความตกลงการค้าฉบับสมบูรณ์ในวันนี้
สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (USABC) เปิดเผยว่า ข้อตกลง 11 ฉบับ ซึ่งลงนามกันเบื้องต้นในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่หอการค้าสหรัฐจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ปราโบโว ครอบคลุมความร่วมมือตั้งแต่ด้านเหมืองแร่ พลังงาน เกษตรธุรกิจ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และเทคโนโลยี โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนหลายด้าน อาทิ
- บริษัทอินโดนีเซียจะซื้อ "ถั่วเหลือง" 1 ล้านตัน, "ข้าวโพด" 1.6 ล้านตัน และ "ฝ้าย" 93,000 ตันจากสหรัฐ แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่ชัด
- อินโดนีเซียจะซื้อ "ข้าวสาลี" 1 ล้านตันในปี 2026 นี้ และสูงสุดถึง 5 ล้านตัน ภายในปี 2030
- มีการทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างบริษัทเหมืองแร่สหรัฐ Freeport-McMoRan กับกระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซีย เพื่อความร่วมมือด้าน "แร่ธาตุที่สำคัญ"
- มีความตกลงระหว่างบริษัทน้ำมันของรัฐบาลอินโดนีเซีย Pertamina กับยักษ์น้ำมันในสหรัฐ Halliburton เพื่อร่วมมือด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟูแหล่งน้ำมัน
- มีข้อตกลงร่วมทุนด้าน "เซมิคอนดักเตอร์" สองฉบับ ซึ่งรวมถึงโครงการหนึ่งมูลค่า 4.89 พันล้านดอลลาร์ ระหว่าง Essence Global Group และอีกฉบับหนึ่งซึ่งไม่มีการประเมินมูลค่า โดยเกี่ยวข้องกับบริษัท Tynergy Technology Group
อย่างไรก็ดี ข้อตกลงที่ลงนามครั้งนี้ไม่ได้มีการเปิดเผยมูลค่าของดีลทุกฉบับ โดยในจำนวนนี้มีบางส่วนรวมถึงดีลที่อินโดนีเซียจะซื้อไม้ และผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์จากสหรัฐด้วย
สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ประเมินมูลค่าการซื้อถั่วเหลืองของอินโดนีเซียไว้ที่ 685 ล้านดอลลาร์ ข้าวสาลี 1.25 พันล้านดอลลาร์ ฝ้าย 122 ล้านดอลลาร์ และการซื้อเสื้อผ้าใช้แล้วเพื่อรีไซเคิลจากสหรัฐเพิ่มเติมอีก 200 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ในช่วงทศวรรษ 2015-2024 อินโดนีเซีย นำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐเฉลี่ยปีละ 2.3 ล้านตัน ข้าวสาลีเกือบ 800,000 ตัน ฝ้ายประมาณ 180,000 ตัน และข้าวโพดไม่ถึง 100,000 ตัน ตามข้อมูลการค้าของสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐคิดเป็นมูลค่าราว 3 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ทำให้อินโดนีเซียเป็นตลาดใหญ่สุดอันดับที่ 11 ของสินค้าเกษตรสหรัฐ
ปราโบโวกล่าวในงานเลี้ยงอาหารค่ำว่า ข้อตกลงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลงการค้าสหรัฐ–อินโดนีเซียที่เขามีกำหนดลงนามกับทรัมป์ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ก.พ.69 ซึ่งจะช่วยลดการเกินดุลการค้าของอินโดนีเซียกับสหรัฐ พร้อมกล่าวแสดงความเชื่อมั่นอย่างมากต่ออนาคตความสัมพันธ์ระหว่างกับวอชิงตัน
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปราโบโวเดินทางถึงกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้เพื่อเข้าร่วมการประชุม "Board of Peace" ของทรัมป์ โดยอินโดนีเซียหวังว่าจะสามารถเจรจาปรับลดอัตราภาษีลงเล็กน้อยเหลือ 18% จาก 19% ที่ตกลงกันไว้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้เทียบเท่าอัตราที่ทรัมป์มอบให้ "อินเดีย" เมื่อต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในการกล่าวสุนทรพจน์งานเลี้ยงอาหารค่ำ รองผู้แทนการค้าสหรัฐ ริก สวิตเซอร์ ไม่ได้กล่าวถึงอัตราภาษีขั้นสุดท้ายของอินโดนีเซีย แต่ระบุเพียงว่าข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทนระหว่างสองประเทศประชาธิปไตยนี้ “จะหมายถึงการค้าที่มากขึ้น การค้าทวิภาคีที่มากขึ้น จะหมายถึงการลงทุนที่มากขึ้นด้วย และจะหมายถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการค้าที่ลึกซึ้ง ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”
ที่มา: Reuters
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





