วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 4% รับข่าวสหรัฐส่อแววโจมตีอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 4% รับข่าวสหรัฐส่อแววโจมตีอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 4% หลังรองประธานาธิบดีสหรัฐ แวนซ์ระบุอิหร่านเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ พร้อมชี้ว่าทางเลือกโจมตีทางทหารยังคงอยู่ 

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบกระโดดขึ้นมากกว่า 4% ในวันพุธ (18 ก.พ.69) ตามเวลาสหรัฐ หลังจากรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ระบุว่าอิหร่านไม่ได้ตอบสนอง “เส้นแดง” ของสหรัฐ ในการเจรจานิวเคลียร์สัปดาห์นี้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังสงวนสิทธิ์ที่จะใช้กำลังทางทหารโจมตีอิหร่าน  

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.86 ดอลลาร์ หรือ 4.59% ปิดที่ 65.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ซึ่งเป็นน้ำมันดิบอ้างอิงของโลก ปรับขึ้น 2.93 ดอลลาร์ หรือ 4.35% ปิดที่ 70.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล  

ผู้แทนสหรัฐ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ได้เจรจาเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านที่เจนีวาเมื่อวันอังคาร รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี อธิบายการหารือดังกล่าวว่า เป็นไปในเชิง “สร้างสรรค์” ตามรายงานของสื่ออิหร่าน อารักชี กล่าวว่าการเจรจาส่งผลให้เกิดข้อตกลงในภาพรวมเกี่ยวกับหลักการชี้นำ  

ราคาน้ำมัน ปิดลดลงในวันอังคาร หลังจากผู้ค้าตีความถ้อยแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านว่าเป็นสัญญาณว่าสหรัฐ และอิหร่านยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลงกันได้  

แต่แวนซ์ กล่าวว่า เตหะรานล้มเหลวในการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐ  

“ในบางแง่มันก็ไปได้ดี พวกเขาตกลงจะพบกันต่อ” รองประธานาธิบดีกล่าวกับฟอกซ์นิวส์ เมื่อคืนวันอังคาร “แต่อีกด้านหนึ่งก็ชัดเจนมากว่าประธานาธิบดีได้กำหนดเส้นแดงบางอย่างไว้ ซึ่งฝ่ายอิหร่านยังไม่เต็มใจที่จะยอมรับ และดำเนินการตาม”

ทรัมป์ สงวนสิทธิ์ที่จะใช้กำลังทหาร หากการทูตไม่ประสบความสำเร็จในการหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แวนซ์ กล่าว “พวกเรามีกองทัพที่ทรงพลังมาก  ประธานาธิบดีได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพร้อมจะใช้กำลังนั้น” รองประธานาธิบดี กล่าวกับทีวีช่องฟอกซ์นิวส์

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ข่าว Axios ว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ ต่ออิหร่านมีแนวโน้มจะมีขนาดใหญ่ กินเวลาหลายสัปดาห์ และมีลักษณะคล้ายสงครามเต็มรูปแบบมากกว่าปฏิบัติการจู่โจมที่จับตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร เมื่อเดือนมกราคม

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ซ้อมรบในสัปดาห์นี้ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดสำคัญของเส้นทางการค้าสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาพลังงาน Kpler ระบุว่า ประมาณหนึ่งในสามของการส่งออกน้ำมันดิบทางเรือทั้งหมดต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้

ตลาดกังวลว่าเส้นทางการขนส่งน้ำมันเหล่านี้อาจถูกรบกวนหากสหรัฐ และอิหร่านทำสงคราม สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่าการจราจรทางเรือในบางส่วนของช่องแคบถูกปิดเมื่อวันอังคารเนื่องจากการซ้อมรบทางทหาร

อย่างไรก็ตาม Kpler ไม่พบสัญญาณการหยุดชะงักของการจราจรในช่องแคบเมื่อวันอังคาร แมตต์ สมิธ นักวิเคราะห์น้ำมันของบริษัทกล่าว

ทรัมป์ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ประจำการในตะวันออกกลาง และเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald Ford ก็กำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคดังกล่าว

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองไปประจำการเผื่อกรณีที่การเจรจาล้มเหลว “ถ้าเราไม่มีข้อตกลง เราก็ต้องใช้มัน” ประธานาธิบดี กล่าวกับผู้สื่อข่าวหน้าทำเนียบขาว

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์   ศิลาวงษ์