วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

รู้จักอียิปต์กับทูต‘ธนวัต ศิริกุล’ โอกาสทองที่ธุรกิจไทยต้องรีบคว้า

รู้จักอียิปต์กับทูต‘ธนวัต ศิริกุล’    โอกาสทองที่ธุรกิจไทยต้องรีบคว้า

งานสัมมนาธุรกิจไทย-อียิปต์ "Building Partnerships for Africa" ภายใต้การนำของกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ สำเร็จลงอย่างงดงาม คณะนักธุรกิจไทยพบปะจับคู่ธุรกิจกับฝ่ายอียิปต์และได้เห็นโอกาสของประเทศนี้ด้วยตาของตนเอง

การมาเยือนอียิปต์ครั้งนี้ไม่ได้มาในสถานะประเทศเดี่ยวๆ แต่อียิปต์คือประตูเชื่อมโยงไทยสู่แอฟริกาตามโครงการริเริ่มไทย-แอฟริกา (Thailand-Africa Initiative: TAI)  ธนวัต ศิริกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ให้สัมภาษณ์พิเศษกรุงเทพธุรกิจ อธิบายความสำคัญนี้ไว้อย่างชัดเจน 

  •  ภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-อียิปต์

  ความสัมพันธ์ไทยกับอียิปต์  เราได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน 72 ปีมาแล้วนะครับ  เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในทุกระดับ  ในเรื่องมิติของการเมืองนั้น เรากับอียิปต์ต่างเห็นว่าการดำเนินการทางการทูตภายใต้โลกบริบทของโลกปัจจุบัน  ควรยึดหลักของกฎกติกา อียิปต์เน้นการทูตด้วยการเจรจา  ไม่ใช่การใช้กำลังซึ่งเป็นอะไรที่ประเทศไทยเราก็เห็นความสำคัญเช่นกัน 

 อียิปต์เนี่ยเขาอยู่ในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง  แล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากสงครามระหว่างฮามาสกับอิสราเอลเขาเองก็มีบทบาทอย่างยิ่งที่ช่วยให้ตัวประกันชาวไทยได้รับการปล่อยตัว  แม้กระทั่งคนที่เสียชีวิตเขาก็ช่วยเราในการติดตาม  ก็ถือว่าเป็นความร่วมมือที่แน่นแฟ้น เราเองก็รู้สึกเป็นว่าเขาเป็นเพื่อนแท้ เป็นพันธมิตรที่แท้จริงของเราในแอฟริกาตอนเหนือ 

  •  การเยือนระดับสูง 

  การเยือนในระดับสูงระหว่างกันมีมาเรื่อย ๆ ล่าสุดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จร่วมพิธีเปิด Grand Egyptian Museum เมื่อตอนต้นเดือนพฤศจิกายนในฐานะผู้แทนพระองค์  บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นจริงจัง ซึ่งฝ่ายอียิปต์เนี่ยเขาก็รู้สึกดีใจแล้วก็ประทับใจนะครับ ที่พระองค์ท่านได้เสด็จมา ก็ถือว่าเป็นผู้แทนระดับสูงของไทย 

  •  ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้า

  ในมิติเศรษฐกิจและการค้าก็เป็นที่ทราบกันดีว่าไทยค้าขายกับอียิปต์พอสมควร มูลค่ารวมประมาณ 1,000 ล้านเหรียญ  ไทยเราได้ดุลการค้า 700 กว่าล้าน  ฝ่ายอียิปต์เขาก็เลยอยากที่จะปรับดุลการค้านี้ด้วยการดึงดูดให้ธุรกิจไทยมาลงทุนในอียิปต์มากขึ้น โดยใช้อียิปต์เป็นศูนย์กระจายสินค้าก็ดี แหล่งลงทุนเพื่อการผลิตสินค้าที่ไทยมีความได้เปรียบก็ดี เช่น เสื้อผ้า อาหาร  แล้วก็สิ่งอื่น ๆ รวมไปถึงอุตสาหกรรมสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Renewable Energy, Green Hydrogen เขาอยากให้ผู้ประกอบการไทยมาลงทุน 

  •  โอกาสของอาหารไทยและสินค้าเกษตร

 ก็สอดคล้องกับนโยบายปัจจุบันของรัฐบาลอียิปต์ที่เน้นการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะทางด้านเอเชียแปซิฟิก ณ ตอนนี้ ประเทศหลัก ๆ ในภูมิภาคเอเชียที่มาลงทุนกับเขาก็คือ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น  แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้กับไทยที่จะมา  การลงทุนของไทยยังค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย  แต่ก็ยังมีศักยภาพเยอะ 

แล้วตั้งแต่ผมมารับตำแหน่ง สถานทูตก็รายงานเข้าไปให้เห็นถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจ  พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า โอกาสของอาหารไทยในประเทศนี้เนี่ยมันมีอีกเยอะนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับรสชาติที่แท้จริงของอาหารไทย  เพราะในชั้นนี้คนอียิปต์ยังรู้จักอาหารไทยค่อนข้างแคบ ไม่ว่าจะเป็นผัดไทย หรือว่าต้มยำกุ้ง หรือแกงเขียวหวาน แต่ผมคิดว่ายังมีอาหารไทยที่มีความหลากหลายอื่น ๆ ที่เราสามารถมานำเสนอเพื่อนำไปสู่การนำเข้าวัสดุอุปกรณ์แล้วก็เครื่องปรุงอาหารไทยได้ในอนาคต 

  •  ต่อยอดจากจุดแข็งอียิปต์

 นอกเหนือจากนี้ โอกาสทางธุรกิจของไทยในเรื่องของอาหารก็คือ ใช้อียิปต์ในฐานะที่เขาก็เป็นประเทศเกษตรกรรม  มีผลิตผลทางการเกษตรมากมายหลากหลาย  ใช้ความเชี่ยวชาญของเราในเรื่องของ food processing นำไปสู่การส่งออกตลาดในยุโรปและสหรัฐอเมริกา รวมถึงตลาดแอฟริกาด้วยกันเอง  อียิปต์ สามารถปลูกส้มส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ของโลก   สตรอว์เบอร์รี่ก็ดี ผลไม้ที่มีน้ำหวานของเขาก็ดีมาก ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะมาทำ food processing ให้มี value added 

  •  ลงทุนอะไรดีที่อียิปต์

 นอกจากนี้เขาก็อยากจะเชิญชวนให้มาลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่เรียกว่า aquaculture   เพราะเขารู้ว่าไทยเนี่ยมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง  เขาอยากได้เทคโนโลยีจากเราในเรื่องนี้ ผมคิดว่าอันนี้ก็จะเป็นโอกาสอันดี นอกเหนือจากนั้นเขาก็ชื่นชอบ และรู้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพและมีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการการท่องเที่ยว เพราะอียิปต์เองก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ มีต้นทุนทางอารยธรรมนะครับ  มีสถานที่สำหรับการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ได้ลงทุนกันไปเยอะ ซึ่งผมมองว่ามันจะเป็นโอกาสสำหรับไทย โดยเฉพาะโรงแรมต่าง ๆ ที่จะเอาพนักงาน สปา การบริหารจัดการการภาคบริการ 

 เรื่องธุรกิจการท่องเที่ยวเขาเห็นว่าไทยเราประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง  เขาอยากที่จะเรียนรู้จากไทยในเรื่องการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นด้าน marketing หรือว่าการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว หรือบริการทางด้านอาหารแล้วก็สปา แล้วก็อื่น ๆ ที่เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทยอยู่แล้วนะครับ 

  •  ไทยคือประตูสู่อาเซียน 

   โอกาสอื่น ๆ ที่เราสามารถร่วมมือด้วยกันอีก  เราก็อยากให้อียิปต์มองว่าไทยก็เป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียนของเขาเช่นกัน  เขาสามารถกระจายสินค้าของเขาผ่านประเทศไทยไปสู่อาเซียนได้  เราก็บอกเขาว่าอาเซียนมันก็ 660 กว่าล้านนะครับก็มีศักยภาพ 

  •  ความสัมพันธ์ระดับประชาชนสู่ประชาชน

ก็อย่างที่คงได้เห็นกันวันนี้ (13 ก.พ.) ว่าเราได้จัดไทยฟู้ดบาซาร์ แล้วก็เชิญนักธุรกิจมา 27 บริษัทก็มาเห็นแล้วว่าศักยภาพของอาหารไทยในประเทศนี้เป็นอย่างไร นี่เฉพาะแค่ไคโรนะครับ เรายังไม่ได้ออกไปต่างจังหวัด ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นการใช้ประชาชนสู่ประชาชนเผยแพร่วัฒนธรรมระหว่างกัน  ก็จะเป็นเครื่องมือทางการทูตที่เราพอใช้ได้ 

  •  Thailand-Africa  Initiative 

 ก็สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะมุ่งมาที่ทางแอฟริกา  โดยใช้ Thailand-Africa  Initiative (TAI) ที่ท่านรัฐมนตรีได้กลับมา relaunch อีกครั้ง ผมว่าโอกาสเนี่ยมันมีอีกเยอะ เพียงแต่เราอยากจะเชิญชวนให้ผู้ประกอบการของไทยศึกษาเกี่ยวกับศักยภาพที่จริงจัง แล้วมองให้เห็นไปถึงว่าอนาคตเขาต้องการที่จะนำประเทศเขาไปสู่จุดใด 

 มีหลาย ๆ อย่างที่เราสามารถทำงานร่วมกันได้ ผมอยากให้คนไทยใช้โอกาสอันนี้  โดยที่เรามีนักศึกษาไทยที่อยู่ในอียิปต์มากกว่า 3,000 คน ซึ่งน้อง ๆ เหล่านี้ก็มาศึกษาใช้เวลาประมาณ 4-6 ปี  ก็จะเป็นผู้แทนทางการทูตของเราอีกระดับนึง เป็นอีกกลุ่มนึงที่จะช่วยเราในการดำเนินความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้น  เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้ทุกท่านได้เห็นโอกาส และศักยภาพและความเป็นไปได้ ผมมองว่าอียิปต์เป็นเพื่อนที่ดีของเราในภูมิภาคแอฟริกาตอนเหนือ 

  •   การบ้านสำหรับนักธุรกิจไทย 

 สิ่งที่จะทำต่อไปก็คือ ทำยังไงที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากพอที่จะเจรจาค้าขายกันมากขึ้น และอยากให้คนที่มาแล้วเล็งเห็นถึงโอกาสอย่างจริงจัง อยากให้พิจารณาว่าจะมาร่วมทุนกับเขาได้อย่างไร 

 ผมคิดว่าผลประโยชน์เนี่ย  ถ้าจีนมา ญี่ปุ่นมา เกาหลีมา  ก็ต้องมีอะไรที่ไทยเราสามารถมาได้  อาจจะต้องใช้เวลา  แล้วก็ใช้แรงในการที่จะทำความรู้จักกับเขา แต่เท่าที่เราได้สัมผัส  ผู้คนเขาก็ไม่ใช่นิสัยไม่ดีอยู่ที่นี่ผมก็มีเพื่อนอียิปต์หลาย ๆ คน เท่าที่สัมผัสมีความจริงใจนะครับ แน่ละเรามีความแตกต่าง แต่ในขณะเดียวกันเราก็มีค่านิยมมากมายคล้าย ๆ กัน  เช่น ต่างนิยมดำเนินชีวิตทางสายกลาง  เน้นสันติภาพ เน้นการเจรจา เรื่องการกำหนดทิศทางการทูต  เป็นประเทศที่ผลิตสินค้าที่ค้าขายระหว่างกันได้ หรือทำงานร่วมกันได้ เพื่อจะเพิ่มมูลค่าเพิ่มไปยังตลาดอื่น ๆ เขามีความตกลงทางการค้าเสรีกับหลาย ๆ ประเทศ มีทรัพยากรอีกมากมายมหาศาล ซึ่งเราเองก็สามารถจะร่วมมือกับเขาได้ 

  •  แอฟริกาภูมิภาคแห่งโอกาส

  ผมคิดว่าควรที่จะมองแอฟริกาว่าเป็นภูมิภาคแห่งโอกาสนะครับ มากกว่าจะไปติดภาพลักษณ์อื่น ๆ  ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา  คณะที่นำโดยท่านอธิบดีอุรษา (มงคลนาวิน) ก็ได้พบปะกับทั้งภาครัฐและก็ภาคเอกชน รวมไปถึงภาคการเงิน  เพื่อสร้างความมั่นใจระหว่างกัน เขาเองก็รู้ว่าปัญหาคืออะไร แต่เท่าที่ผมได้สัมผัส ก็มีความต้องการที่จะเชื่อมโยงกัน เพราะฉะนั้นภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญ   แล้วเราภาครัฐเองก็พร้อมที่จะทำงาน  เป็นลักษณะทำงานร่วมกัน ทีมไทยแลนด์ ระหว่างภาครัฐและเอกชน ถ้าเกิดเรานำสิ่งนี้ไปทำอย่างจริงจังต่อไปในอนาคต ก็จะค้าขายกันได้ง่ายขึ้น มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น เรามีต้นทุนที่เป็นความสัมพันธ์แน่นแฟ้นอยู่แล้ว  ก็มาต่อยอดกันไป ถ้ามีคนใดหรือว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งประสบความสำเร็จจริงจัง ก็จะสร้างโมเมนตัมทำให้เล่าเรื่องราวว่ามาทำธุรกิจที่นี่เป็นยังไง ผมคิดว่าศักยภาพยังมีอีกมากมาย 

  •  สถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 จริง ๆ เนี่ย ความขัดแย้งเข้มข้นมีอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมาดูจริงๆ ว่าเราจะบริหารจัดการยังไง ในช่วงที่แย่ที่สุดมันกระทบต่อประเทศชาติอย่างไร  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของค่าพลังงานที่แพงขึ้น การส่งออกสินค้าของเราก็ประสบปัญหา เพราะฉะนั้นเราจะทำยังไงว่าภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่เราก็ยังต้องอยู่กับปัญหาเหล่านี้ เรายังต้องค้าต้องขาย 

 นอกเหนือจากนี้ปัญหาเรื่องสงครามการค้าระหว่างยักษ์ใหญ่ที่เป็นพันธมิตรของเราทั้งสองฝ่าย  เราจะวางตัวยังไง ผมก็ว่าที่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับ เพราะเราดำเนินนโยบายเป็นเพื่อนกับทุก ๆ ฝ่ายอยู่แล้ว  ถ้าเราจะทำตามนโยบายเช่นนี้ยิ่งต้องใช้พลังยิ่งต้องใช้ทรัพยากร ยิ่งต้องใช้ความทุ่มเทมากขึ้น   เราก็ต้องมองอย่างจริงจังเลยว่า ที่นี่เป็นทางเลือกของเรา  ประชากรของเขารวมทั้งทวีปแอฟริกาเนี่ย  2.2 พันกว่าล้านคนแล้ว  เป็นตลาดอันใหญ่ เฉพาะอียิปต์เท่าประเทศเดียวประชากรก็ 120 กว่าล้านนะครับ ประชากรก็กำลังโต เป็นตลาดที่กำลัง emerging รายได้กำลังเพิ่มขึ้น 

ถ้าเขาชอบสินค้าของเรา  นิยมผลิตภัณฑ์ของเรา ถ้าเขานิยมไปท่องเที่ยวบ้านเรา ก็มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ความสำคัญกับการที่เราจะมองแอฟริกาว่าเป็นโอกาสอย่างไร  ก็หวังว่าการเดินทางมาเยือนครั้งนี้ของคณะผู้ประกอบการไทย กลับไปก็จะมีเวลาได้มาคิด ได้มาสะท้อนความรู้สึก และหวังว่าจะมีแรงและมีทุนเข้ามาทางนี้อย่างจริงจัง เพราะคนอื่นเขามาแล้ว 

 ยิ่งเราใช้เวลา ยิ่งช้า เรายิ่งจะเสียโอกาส ประเทศที่เคยช้ากว่าเราเช่น เวียดนาม ตอนนี้ก็เข้ามาเต็มรูปแบบนะครับ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น  เขามากันนานแล้ว  ก็เริ่มที่จะเริ่มเห็นผลของการลงทุนของเขาแล้ว สำหรับผมคิดว่าถ้าเราไม่มา เราก็จะเสียโอกาสนี้ไป   โลกกว้างมันอยู่ตรงนี้ แล้วเราก็จะได้มาสัมผัสอะไรที่มันเป็นเวทีโลกอย่างจริงจัง  ในมิติเศรษฐกิจ   การขยายความสัมพันธ์ในระดับประชาชนระหว่างกันผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่หลาย ๆ ฝ่ายควรจะมาให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับภูมิภาคแอฟริกา