วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เวียดนาม ‘ทุบผูกขาดทอง’ ออกกฎปรับหนักสกัดตลาดมืด

เวียดนาม ‘ทุบผูกขาดทอง’ ออกกฎปรับหนักสกัดตลาดมืด

ในกระแส ‘คลั่งไคล้ทอง’ ของชาวเวียดนาม วันนี้รัฐบาลเดินเกมครั้งใหญ่ ยุติระบบผูกขาด เปิดทางเอกชน และออกกฎหมายปรับหนักเพื่อสกัดตลาดมืด หวังให้ประชาชนลดการกักตุนทองไว้ที่บ้าน นำเงินออมกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า เวียดนามออกกฎใหม่ “ปรับเงินหนัก” เพื่อปราบปรามการค้าทองคำผิดกฎหมาย ในประเทศที่คนให้ความสำคัญกับทองมาก ถึงขั้นบางคนตั้งราคามอเตอร์ไซค์หรือบ้านเป็น “ทองคำ” แทนเงินดอง

ตามกฤษฎีกาฉบับที่ 340 ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ ใครผลิตทองคำโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกปรับสูงสุดถึง 300 ล้านดอง (ราว 3.6 แสนบาท)

ทั้งนี้ เวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดทองคำใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศกฎใหม่นี้หลังจากเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้ยุติการผูกขาดการค้าและการผลิตทองคำที่เคยถือครองมายาวนาน

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลพรรคเดียวของเวียดนาม “ควบคุมตลาดทองคำแต่เพียงผู้เดียวมานานกว่า 10 ปี” โดยในปี 2012 รัฐบาลออกกฎให้ธนาคารกลางเวียดนาม เป็นผู้ควบคุมการผลิตทองคำแท่งและการค้ากับต่างประเทศทั้งหมด และแต่งตั้งบริษัท Saigon Jewelry Company เป็นผู้ผลิตรายเดียว

การผูกขาดดังกล่าว บวกกับความต้องการทองคำในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ทำให้ราคาทองคำในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก

เมื่อปีที่แล้ว ราคาทองคำในตลาดโลกก็ปรับตัวสูงขึ้นอยู่แล้ว โดยถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด และเพิ่มขึ้นถึง 70%

กฎระเบียบล่าสุด ยังกำหนดโทษปรับ 100 ล้านดอง สำหรับการลักลอบนำเข้าหรือส่งออกทองคำข้ามพรมแดน และปรับ 20 ล้านดอง สำหรับผู้ที่ซื้อทองคำแท่งจากผู้ขายที่ไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อการผูกขาดสิ้นสุดลง การเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาจช่วยเพิ่มปริมาณทองคำในระบบอย่างถูกกฎหมาย และทำให้ราคาปรับลงมาใกล้เคียงกับตลาดโลก

ขณะเดียวกัน ทั้งภาครัฐและเอกชนบางส่วน ก็ต้องการให้ประชาชน “ลดการกักตุนทองคำไว้ที่บ้าน” และหันนำเงินออมไปลงทุนในกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแทน

เมื่อปีที่แล้ว อดีตผู้อำนวยการของบริษัท Saigon Jewelry Company ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี ในข้อหายักยอกทรัพย์และใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างคอร์รัปชันครั้งใหญ่ของเวียดนาม

คดีนี้สะท้อนว่า การผูกขาดทอง สร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้อำนาจกลายเป็นอภิสิทธิ์ที่ไร้การตรวจสอบ ตามบทความแสดงความคิดเห็นที่เผยแพร่บน VietNamNet เว็บไซต์ข่าวของรัฐ ซึ่งระบุว่า

“เมื่อไม่มีการแข่งขัน การกำกับดูแลก็ไร้ประสิทธิภาพ และช่องทางแสวงหากำไรก็เฟื่องฟู”
ตามข้อมูลของ World Gold Council เวียดนามเป็นตลาดทองคำแท่งใหญ่เป็น “อันดับ 3 ของเอเชีย” รองจากจีนและอินเดีย

ผลสำรวจของสภาทองคำโลกเมื่อปีที่แล้วพบว่า ชาวเวียดนามราว 80% มองว่า ทองคำเป็นเครื่องป้องกันความเสี่ยงที่ดีในช่วงความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ รวมถึงใช้ป้องกันเงินเฟ้อและความไม่มั่นคงในระยะยาว

ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ และหุ้นในประเทศ คือ ช่องทางลงทุนหลักของชาวเวียดนาม โดยคนส่วนใหญ่ถูกจำกัดไม่ให้โอนเงินออกนอกประเทศ

ขณะนี้ รัฐบาลกำลังพยายามทำให้ปริมาณทองคำในตลาดมีเสถียรภาพ โดยเริ่มออกใบอนุญาตให้ธนาคารเอกชนและสถาบันอื่น ๆ ผลิตและค้าทองคำในฐานะวัตถุดิบได้

ผู้ที่ฝ่าฝืนกฤษฎีกา 340 ดังกล่าว อาจถูกยกเลิกใบอนุญาต และทองคำที่ถืออยู่ ก็อาจถูกทางการยึดได้

อ้างอิง: nikkei