วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

โลกธุรกิจกลับทิศ หันตั้งซีอีโอ ‘อายุน้อยลง’ แม้มีประสบการณ์น้อยกว่า

โลกธุรกิจกลับทิศ หันตั้งซีอีโอ ‘อายุน้อยลง’ แม้มีประสบการณ์น้อยกว่า

เก้าอี้ซีอีโอยุคนี้หมุนเร็วและร้อนแรงกว่าที่เคย เมื่อ 1 ใน 9 ของผู้นำองค์กรใหญ่ ‘ถูกปลดหรือถูกเปลี่ยนตัว’ ท่ามกลางคลื่น AI ที่ถาโถม ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจที่ไร้เสถียรภาพ บอร์ดบริษัทจึงเลือกเดิมพันกับผู้นำที่อายุน้อยลง กล้าตัดสินใจมากขึ้น และพร้อม ‘รื้อองค์กร’ แทนการยึดติดสูตรสำเร็จเดิม

ในยุคปัจจุบัน โลกธุรกิจกำลังเผชิญ “การเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์” เมื่อผลวิเคราะห์ล่าสุดของ Spencer Stuart บริษัทที่ปรึกษาการค้นหาผู้บริหารองค์กร เผยให้เห็นว่า บริษัทมหาชนในสหรัฐ มีการเปลี่ยนตัวประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ในอัตราที่ “สูงที่สุดในรอบหลายสิบปี”

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการโยกย้ายตำแหน่งตามปกติ แต่เปรียบเสมือน “การทดลองครั้งใหญ่ในการเป็นผู้นำ” ท่ามกลางยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี

“เรากำลังอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ และผู้นำที่แค่นำสูตรสำเร็จในอดีตมาใช้อีกครั้ง อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป” เจมส์ ซิตริน หัวหน้าฝ่ายสรรหาซีอีโอระดับโลกของบริษัทจัดหาผู้บริหาร Spencer Stuart ซึ่งเป็นผู้จัดทำรายงานกล่าว

1 ใน 9 ซีอีโอโดนเปลี่ยนตัว ตำแหน่งสูงสุดกลายเป็น ‘เก้าอี้ร้อน’

หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทที่ใหญ่ที่สุด 1,500 แห่ง มีการเปลี่ยนตัวซีอีโอไปมากถึง 1 ในทุก ๆ 9 คน ซึ่งถือเป็น “อัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา” แนวโน้มนี้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2026 โดยบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Walmart, Procter & Gamble, Lululemon Athletica, Disney, PayPal, Kroger และ HP ต่างก็ประกาศตัว “ผู้นำคนใหม่” ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

ข้อมูลระบุว่า เฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดรวมกันสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ได้เปลี่ยนตัวผู้นำ และตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นเป็น 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี 2026

ในการเปลี่ยนแปลง บางกรณีเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น

CarMax บริษัทขายปลีกรถ ปลด บิล แนช ออกจากตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางยอดขายที่ชะลอตัว ปิดฉากการดำรงตำแหน่งยาวนาน 9 ปีของเขา

HP บริษัทอุปกรณ์ไอที แต่งตั้ง บรูซ บรูซซาร์ด กรรมการบริษัทขึ้นเป็นซีอีโอรักษาการ หลังจาก เอ็นรีเก โลเรส ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งผู้นำสูงสุดที่ PayPal ในเดือนหน้า

Codexis บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ได้เปลี่ยนตัวซีอีโอที่ดำรงตำแหน่งมา 3 ปีอย่างกะทันหัน โดยแต่งตั้ง อลิสัน มัวร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีขึ้นแทน พร้อมกันนั้นยังประกาศลดพนักงานลง 24% ของทั้งองค์กร

นอกจากนี้ ระยะหลังมีการอำลาตำแหน่งที่เป็นข่าวใหญ่ เช่น ดั๊ก แมคมิลลอน ของ Walmart หลังอยู่ในตำแหน่งมากกว่าทศวรรษ และวอร์เรน บัฟเฟตต์ หลังนำองค์กรยาวนานถึงหกทศวรรษ

โฉมหน้าผู้นำใหม่ อายุน้อยลง และ ‘สด’ กว่าเดิม

สิ่งที่น่าจับตาที่สุดของคลื่นเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนซีอีโอที่ถูกแทนที่ แต่คือ “หน้าตา” ของผู้นำรุ่นใหม่ที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน

อายุเฉลี่ยของซีอีโอที่ได้รับการแต่งตั้ง “ลดลงเหลือ 54 ปี” จาก 56 ปีในปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้แม้ดูเหมือนต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่สะท้อนแนวโน้มว่า บอร์ดบริษัทกำลังเปิดทางให้คนรุ่นถัดไปเร็วขึ้น ตัวอย่างชัดคือ พอล ชูครี ที่ก้าวขึ้นเป็นซีอีโอของวาณิชธนกิจ Raymond James ในวัยเพียง 42 ปี นับเป็นการส่งไม้ต่อที่เร็วกว่ารุ่นก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

ยิ่งไปกว่านั้น ซีอีโอหน้าใหม่ไม่น้อย มีประสบการณ์ “น้อยกว่ารุ่นก่อนหน้า” ซึ่งกว่า 80% ของผู้ได้รับแต่งตั้ง 168 คนในปีที่ผ่านมา ไม่เคยบริหารบริษัทมหาชนหรือองค์กรอิสระขนาดใหญ่มาก่อน และสูงถึง “สองในสาม” ไม่เคยนั่งในคณะกรรมการบริษัทมาก่อน นี่คือการฉีกธรรมเนียมเดิมที่เคยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในห้องบอร์ด เป็นใบเบิกทางสู่ตำแหน่งสูงสุด

อย่างไรก็ตาม การขาดประสบการณ์ในตำแหน่งซีอีโอ “ไม่ได้แปลว่าพวกเขาไร้สนามจริง” หลายคนเติบโตมาจากแนวหน้า ผ่านการตัดสินใจในสถานการณ์ซับซ้อนและแรงกดดันสูง ตัวอย่างเช่น จอช ดามาโร วัย 55 ปี ซีอีโอคนใหม่ของ Disney ที่จะมาแทนที่บ็อบ ไอเกอร์ วัย 74 ปี โดยดามาโรเคยบริหารธุรกิจสวนสนุกและเรือสำราญที่สร้างรายได้ปีละกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และดูแลพนักงานเกือบ 200,000 คนทั่วโลก

กล่าวอีกนัยหนึ่ง บอร์ดอาจไม่ได้มองหา “ผู้มีตำแหน่งสูงสุดมายาวนาน” แต่กำลังมองหา “ผู้ที่ผ่านสนามรบจริง” ในโลกธุรกิจที่ความเร็วสำคัญกว่าลำดับขั้น

ทำไมองค์กรถึงต้องการ ‘ตำราเล่มใหม่’?

สำหรับเบื้องหลังคลื่นผลัดใบครั้งใหญ่นี้ มาจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนไปถาวร และบีบให้องค์กรต้องคิดใหม่ทั้งระบบ

อย่างแรก โลกธุรกิจวันนี้เต็มไปด้วยความท้าทายที่ไม่เคยมีในตำราบริหารยุคก่อน ผู้นำองค์กรต้องรับมือกับการเร่งตัวของปัญญาประดิษฐ์ การสั่นคลอนของระเบียบการค้าโลกเดิม ไปจนถึงแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์

กรณีของ Target ห้างค้าปลีกสัญชาติอเมริกันอายุกว่า 60 ปี คือภาพสะท้อนชัด เมื่อไมเคิล ฟิดเดลเก ซีอีโอคนใหม่ต้องสื่อสารกับพนักงานเรื่อง “นโยบายคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง” ตั้งแต่ช่วงแรกของการรับตำแหน่ง นี่ไม่ใช่โจทย์ด้านยอดขายหรือกำไร แต่คือโจทย์ท้าทายที่ข้ามเส้นแบ่งระหว่างธุรกิจกับการเมือง

ขณะเดียวกัน ความอดทนของบอร์ดบริหาร ก็ดูจะสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน หากผู้นำไม่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อน ทั้งในแง่ของผลการดำเนินงานและเสถียรภาพต่อนักลงทุนได้อย่างรวดเร็ว คณะกรรมการบริษัทก็พร้อมที่จะเปลี่ยนตัวทันที ตำแหน่งสูงสุดจึงกลายเป็น “เก้าอี้ร้อน” มากกว่าที่เคย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้นำหลายคนยอมรับตรงกันว่า ทักษะที่ใช้ได้ผลในยุคที่ธุรกิจเติบโตตามกระแสลม ไม่เพียงพออีกต่อไปในยุคที่องค์กรต้องฝ่ากระแสต้าน วันนี้โจทย์ไม่ใช่การบริหารให้ดีขึ้นเล็กน้อย แต่คือการ “รื้อและสร้างใหม่” มากกว่าแค่การรักษาสิ่งเดิมไว้

คลื่นซีอีโอรุ่นใหม่มา แต่สัดส่วนผู้หญิงหดตัว

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ พบประเด็นที่สำคัญคือ สัดส่วนซีอีโอหญิงรายใหม่ “ลดลงเหลือเพียง 9%” จากเดิม 15% ในปีก่อนหน้า โดยในปัจจุบัน ซีอีโอหญิงคิดเป็นเพียงประมาณ 9% ของบริษัทในดัชนี S&P 1500 และมีเพียง 46 คนใน S&P 500 เท่านั้น

ภาพรวมจึงสะท้อนสองปรากฏการณ์พร้อมกัน หนึ่งคือ บริษัทจำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันที่ทำให้ต้องเร่งปรับเปลี่ยนผู้นำใหม่ และไปในทางคนรุ่นใหม่มากขึ้น และสอง คือ แม้โลกธุรกิจพูดถึงความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ ตำแหน่งสูงสุดขององค์กรอเมริกัน ยังคงมี “สัดส่วนผู้ชาย” มากกว่าผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัด

โดยสรุปแล้ว ในยุคที่ทุกอย่างสั่นคลอนอย่างรวดเร็ว บริษัทต้องการผู้นำที่เข้าใจโลกใหม่ ปรับตัวเร็วกว่า มากกว่าคนที่ใช้สูตรสำเร็จแบบเดิม ๆ

“สำหรับฉัน การที่ผู้นำอายุน้อยลง ถือว่า ‘สมเหตุสมผล’ เมื่อพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน” ซินดี เจมิสัน ผู้บริหารผู้เชี่ยวชาญด้านการพลิกฟื้นกิจการ ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการในหลายบริษัท รวมถึง Darden Restaurants และ International Flavors & Fragrances กล่าว

“หลายสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและในลักษณะที่อาจถาวร คุณจึงต้องการคนที่เคยอยู่แนวหน้า เผชิญกับการตัดสินใจเหล่านี้มาแล้วจริง ๆ”

อ้างอิง: wsjindependent