วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

ประธานเครือโรงแรมใหญ่ 'Hyatt' ลาออกเป็นรายล่าสุด หลังมีชื่อพัวพันกับ 'เจฟฟรีย์ เอปสตีน' นักการเงินต้องคดีทางเพศสุดอื้อฉาวแห่งยุค สื่อขุดรายชื่อจาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' ที่ต้องตบเท้าออกหรือถูกถอดเพราะเรื่องนี้

"โทมัส พริตซ์เกอร์" ประธานกรรมการบริหารของเครือโรงแรมระดับโลกอย่าง Hyatt กลายเป็นผู้บริหารระดับสูงรายล่าสุดที่ต้องประกาศ "ลาออก" ในสัปดาห์นี้จากความเกี่ยวข้องกับ "เจฟฟรีย์ เอปสตีน" อดีตนักการเงินผู้อื้อฉาวจากคดีล่วงละเมิดทางเพศ ที่เกี่ยวพันโยงใยกับบรรดาบุคคลสำคัญทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่เจ้าชาย ไปจนถึงรัฐมนตรี ซีอีโอ นักธุรกิจ นักวิชาการ และศิลปินดาราดัง

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า การที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยอีเมลและเอกสารอื่นๆ "หลายล้านหน้า" เกี่ยวข้องกับเอปสตีนเมื่อไม่นานมานี้ ได้นำไปสู่ "กระแสการลาออก" และยังสร้างผลกระทบที่น่าอึดอัดใจต่อบุคคลระดับสูงทั่วโลกอีกหลายคน 

บุคคลเหล่านี้รวมถึงเบอร์ 1 ฝ่ายกฎหมายของธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่ โกลด์แมน แซคส์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของดูไบ, อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อดีตประธานาธิบดีสหรัฐและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ไปจนถึงเจ้าชายของสหราชอาณาจักรที่ถูกถอดยศเป็นเพียงอดีตเจ้าชาย

'เจฟฟรีย์ เอปสตีน' ตัวตายแต่ทิ้งปมเขย่าโลก

เอปสตีน อดีตนักการเงินวอลสตรีทซึ่งสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลร่ำรวยและมีอำนาจจำนวนมาก รับสารภาพในปี 2008 ที่รัฐฟลอริดา ในข้อหาอาญาระดับรัฐที่เกี่ยวข้องกับการชักชวนค้าประเวณี โดยมีหนึ่งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี เขารับโทษจำคุก 13 เดือนในคดีนั้น 

ต่อมาเอปสตีนถูกจับกุมอีกในคดีระดับรัฐบาลกลางในข้อหาค้ามนุษย์และเด็กเพื่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ซึ่งเขาได้ฆ่าตัวตายหลังจากนั้นไม่นานในเรือนจำที่นิวยอร์ก เมื่อปี 2019

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

บุคคลจำนวนหนึ่งที่ลาออกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเอปสตีนหลังจากที่เขาถูกตัดสินในปี 2008 ซึ่งเป็นข่าวที่ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในขณะนั้น

อย่างไรก็ดี ซีเอ็นบีซีย้ำว่าการมีชื่อถูกกล่าวพาดพิงถึงในแฟ้มเอปสตีนไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่เขาเคยรับสารภาพ หรือข้อหาที่ถูกตั้งในภายหลัง และแม้หลายคนจะประกาศลาออกจากการมีชื่อพัวพันกับเอปสตีน แต่ก็ไม่มีบุคคลใดในรายชื่อเหล่านี้ที่ถูกตั้งข้อหาในพฤติกรรมดังกล่าว

สำหรับรายชื่อบุคคลระดับโลกที่ได้รับผลกระทบจากการปรากฏชื่อในแฟ้มเอปสตีน มีดังนี้

ภาคธุรกิจ

โธมัส พริตซ์เกอร์: ประธาน Hyatt Hotels

พริตซ์เกอร์ประกาศลงจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารเครือโรงแรมไฮแอท โฮเทลส์ (Hyatt Hotels) ทันที มีผลวันที่ 16 ก.พ. หลังดำรงตำแหน่งมานานกว่าสองทศวรรษ มหาเศรษฐีวัย 75 ปีรายนี้ยังระบุด้วยว่าจะไม่สมัครกลับเข้ามาเป็นคณะกรรมการอีกครั้งในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี ในเอกสารที่เพิ่งเปิดเผยแสดงให้เห็นว่าพริตซ์เกอร์และเอปสตีนมีการแลกเปลี่ยนอีเมลกันอย่างเป็นมิตร หลังข้อตกลงรับสารภาพในปี 2008 พริตซ์เกอร์กล่าวว่าเขา "ตัดสินใจผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่ยังคงติดต่อกับเอปสไตน์" และ "ไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ กับการที่ไม่ยอมถอยห่างออกมาให้เร็วกว่านี้"

สุลต่าน อาเหม็ด บิน สุไลเยม: ซีอีโอ DP World

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

สุไลเยมลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "ดูไบ เวิลด์" ผู้ให้บริการท่าเรือรายใหญ่ที่สุดของดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. หลังบริหารบริษัทมานานถึง 10 ปี เอกสารแสดงว่าเอปสตีนเคยเรียกเขาว่าเป็นหนึ่งใน “เพื่อนที่ไว้ใจที่สุด” ทางซีเอ็นบีซีได้ติดต่อรัฐบาลดูไบและดูไบ เวิลด์ เพื่อขอความเห็นจากสุไลเยม ซึ่งจนถึงขณะนี้บริษัทยังไม่ได้มีแถลงการณ์ใดๆ ออกมา

แคทรีน รูมเลอร์: ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปของ Goldman Sachs 

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

รูมเลอร์ ซึ่งเป็นอดีตที่ปรึกษากฎหมายทำเนียบขาวในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประกาศลาออกจากโกลด์แมน แซคส์ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. มีผลสิ้นเดือนมิ.ย. เมื่อสัปดาห์ก่อน เดอะวอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) รายงานว่าเธอเป็น 1 ใน 3 คนที่เอปสตีนโทรหาเมื่อถูกจับในเดือนก.ค. 2019 เธอเคยขอบคุณเอปสตีนหลังได้รับของขวัญหรูจากเขา โดยเรียกเขาว่า “ลุงเจฟฟรีย์” รูมเลอร์บอกกับ WSJ ในเดือนม.ค. ว่า “อย่างที่ฉันเคยพูด ฉันเสียใจที่เคยรู้จักเขา และฉันเห็นใจเหยื่ออาชญากรรมของเอปสตีนอย่างมาก”

แบรด คาร์ป: ประธาน Paul Weiss

คาร์ปลาออกจากตำแหน่งประธานสำนักงานกฎหมายองค์กรชั้นนำในสหรัฐ Paul, Weiss, Rifkind, Wharton & Garrison LLP เมื่อวันที่ 4 ก.พ. หลังดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2008 เอกสารแสดงว่าเขาขอบคุณเอปสตีนสำหรับ “ค่ำคืนครั้งหนึ่งในชีวิต” เมื่อปี 2015 และถามเอปสตีนว่าจะช่วยให้ลูกชายของตนได้งานในภาพยนตร์ของวูดดี้ อัลเลนในปี 2016 หรือไม่ ขณะที่ไม่กี่วันก่อนการลาออก ทางบริษัทพอล ไวส์ได้แถลงต่อเดอะ นิวยอร์ก ไทม์สว่า “คาร์ปเข้าร่วมงานเลี้ยงกลุ่มสองครั้งในนิวยอร์ก และมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมผ่านทางอีเมลเพียงเล็กน้อย ซึ่งเขาเสียใจต่อเรื่องทั้งหมด”

เคซีย์ วาสเซอร์แมน: ซีอีโอ Wasserman, ประธานโอลิมปิก ลอสแอนเจลิส 2028

วาสเซอร์แมน ซึ่งเป็นทั้งผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอเอเจนซีชื่อดัง Wasserman และยังเป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิกปี 2028 ที่ลอสแอนเจลิส ต้องประกาศขายบริษัทของตนหลังอีเมลระหว่างเขากับกิเลน แมกซ์เวลล์ สาวคนสนิทของเอปสตีนเมื่อกว่า 20 ปีก่อนถูกเปิดเผย ซึ่งทำให้ลูกค้าหลายรายรวมถึง "แชปเปลล์ โรน" ศิลปินดังเจ้าของรางวัลแกรมมี ประกาศถอนตัวจากเอเจนซี แต่วาสเซอร์แมนยืนยันว่าเขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือทางธุรกิจกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน

เจส สเตลีย์: อดีตซีอีโอ Barclays

สเตลีย์ดำรงตำแหน่งซีอีโอของธนาคารบาร์เคลย์สมาตั้งแต่เดือนต.ค. 2015 จนลาออกเมื่อปลายปี 2021 การลาออกของเขาเกิดขึ้นหลังการสอบสวนของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับเอปสตีน หน่วยงานดังกล่าวปรับเขากว่า 2 ล้านดอลลาร์ และสั่งห้ามเขาดำรงตำแหน่งบริหารในภาคการเงินอย่างถาวรในปี 2023 

สตีฟ ทิช: ประธานและเจ้าของร่วมทีมอเมริกันฟุตบอล New York Giants

ลีกอเมริกันฟุตบอลแห่งชาติ (NFL) ประกาศเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่าจะตรวจสอบทิช อดีตโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารของไจแอนส์มาตั้งแต่ปี 2005 ชื่อของทิชถูกกล่าวถึงมากกว่า 400 ครั้งในแฟ้ม โดยเอกสารฉบับหนึ่งระบุถึงสิ่งที่เขาถามเอปสตีนว่า "ผู้หญิงเป็นมืออาชีพหรือคนทั่วไป” เขาออกแถลงการณ์เมื่อเดือนม.ค.ต่อ ESPN ว่า “เรามีความสัมพันธ์สั้นๆ ที่แลกเปลี่ยนอีเมลเกี่ยวกับผู้หญิงที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และยังพูดคุยเรื่องภาพยนตร์ การกุศล และการลงทุน” เขาเสริมว่า “ผมไม่ได้รับคำเชิญใดๆ และไม่เคยไปที่เกาะของเขา อย่างที่เราทราบกันในตอนนี้ เขาเป็นคนเลวร้าย และผมเสียใจอย่างยิ่งที่เคยเกี่ยวข้องกับเขา”


ภาคการเมือง

แอนดรูว์ เมาท์แบตเทน วินด์เซอร์: อดีตเจ้าชายอังกฤษและดยุกแห่งยอร์ก

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ถูกถอดพระอิสริยยศและที่ประทับตามแถลงการณ์จากพระราชวังบั๊กกิงแฮมเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2025 ก่อนหน้านี้เขาเคยตกลงยอมความในปี 2022 กับเวอร์จิเนีย จุฟเฟร สาวที่ให้การว่ามีความสัมพันธ์ด้วยขณะอายุไม่ถึง 18 ปี และปัจจุบันแอนดรูว์ เมาท์แบตเทนกำลังถูกสอบสวนในข้อกล่าวหาว่า ส่งเอกสารลับทางการค้าของอังกฤษให้เอปสตีน ขณะที่ทางพระราชวังบั๊กกิงแฮมเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าจะให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสอบสวน

ซาราห์ เฟอร์กูสัน: อดีตดัชเชสแห่งยอร์ก

มูลนิธิเพื่อสตรีและเด็กที่ชื่อว่า “Sarah’s Trust” ของเฟอร์กูสัน ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของแอนดรูว์ เมาท์แบตเทน วินด์เซอร์ และอดีตดัชเชสแห่งยอร์ก ประกาศเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่าจะยุติการดำเนินงานลง ส่วนในอีเมลหลายฉบับแม้หลังจากที่เอปสตีนถูกตัดสินโทษครั้งแรกในปี 2008 เฟอร์กูสันก็ยังเรียกเอปสตีนว่าเป็น “ตำนาน” และ “พี่ชายที่ฉันใฝ่ฝันมาตลอด” ต่อมาโฆษกของเฟอร์กูสันได้ออกแถลงการณ์ในหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน เมื่อเดือนก.ย. 2025  ระบุว่า “ดัชเชสได้แสดงความเสียใจต่อความเกี่ยวข้องกับเอปสตีนมาหลายปีแล้ว และเช่นเคย เธอขอแสดงความเห็นใจต่อเหยื่อของเขาเป็นอันดับแรก”

บิล คลินตัน: อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ

คลินตันเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีนหลายครั้งในปี 2002 และ 2003 และถูกถ่ายภาพร่วมกับเอปสตีนและกีสเลน แมกซ์เวลล์ สาวคนสนิทของเอปสตีนในบรรยากาศสบายๆ คลินตันเคยต่อต้านหมายเรียกจากคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เรียกมาให้การเกี่ยวกับเอปสตีน แต่ภายหลังก็ระบงุว่าจะยอมปรากฏตัวหลังถูกขู่ว่าจะดำเนินการฐานดูหมิ่นรัฐสภา โดยเขามีกำหนดขึ้นให้การวันที่ 27 ก.พ. นี้ โฆษกของเขาเคยระบุในปี 2019 ว่า “ประธานาธิบดีคลินตันไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับอาชญากรรมร้ายแรงที่เอปสตีนรับสารภาพในฟลอริดา หรือข้อหาที่ถูกตั้งในนิวยอร์ก”

ฮิลลารี คลินตัน: อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ

ฮิลลารี คลินตันกล่าวว่าเธอจำไม่ได้ว่าเคยพูดคุยกับเอปสตีนมาก่อน แต่ถึงอย่างนั้น คณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐก็ได้ออกหมายเรียกให้เธอมาขึ้นให้การ เธอเคยปฏิเสธในตอนแรก แต่ต่อมายอมขึ้นให้การวันที่ 26 ก.พ. นี้ หลังถูกขู่จะดำเนินการฐานดูหมิ่นรัฐสภา ส่วนในการประชุมความมั่นคงมิวนิกเมื่อวันที่ 14 ก.พ. เธอเรียกร้องให้เปิดเผยแฟ้มเอปสตีนทั้งหมดโดยกล่าวว่า “มันเป็นสิ่งที่ต้องโปร่งใสทั้งหมด”

ปีเตอร์ แมนเดลสัน: เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหรัฐ

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

แมนเดลสันถูกนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2025 และลาออกจากพรรคแรงงานเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2026 จากกรณีความเกี่ยวข้องกับเอปสตีน แมนเดลสันเขียนข้อความในหนังสืออวยพรวันเกิดครบ 50 ปีของเอปสตีนโดยเรียกเขาว่า “เพื่อนรักที่สุดของผม” และถูกกล่าวหาว่าส่งข้อมูลภาครัฐที่อ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของตลาดให้เอปสตีนภายหลังวิกฤตการเงินปี 2008

แมนเดลสันเคยกล่าวถึงสื่อดังอังกฤษที่ขุดคุ้ยเรื่องนี้เมื่อเดือนก.พ. ปีที่แล้วว่า “ผมเสียใจที่เคยพบเขา หรือถูกแนะนำให้รู้จักเขาโดยกิเลน แมกซ์เวลล์ คู่ของเขา” เขายังกล่าวว่า “ผมเสียใจมากกว่านั้นต่อความเจ็บปวดที่เขาทำกับผู้หญิงจำนวนมาก ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ต่อไปแล้ว มันเป็นความหมกมุ่นของไฟแนนเชียลไทม์ส ผมพูดตรงๆ เลยว่า พวกคุณจะไปไหนก็ไปเถอะ โอเคไหม?”

มอร์แกน แมคสวีนีย์: หัวหน้าคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

แมคสวีนีย์ลาออกเมื่อวันที่ 11 ก.พ. โดยรับผิดชอบต่อการที่นายกฯ สตาร์เมอร์แต่งตั้งแมนเดลสันเป็นเอกอัครราชทูต ซึ่งเขากล่าวว่า “การตัดสินใจแต่งตั้งปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นความผิดพลาด” พร้อมเสริมว่าแมนเดลสัน "สร้างความเสียหายต่อพรรคของเรา ต่อประเทศของเรา และต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมือง”

แจ๊ค ลอง: อดีตรมว.วัฒนธรรมฝรั่งเศสและประธานสถาบันโลกอาหรับ

ลอง นับเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดในฝรั่งเศสที่ได้รับผลกระทบจากแฟ้มลับเอปสตีน เขาลาออกจากตำแหน่งประธานสถาบันโลกอาหรับเมื่อวันที่ 7 ก.พ. หลังดำรงตำแหน่งบริหารศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2013 ชื่อของลองถูกกล่าวถึงมากกว่า 600 ครั้งในเอกสารถึงปี 2012 ที่เพิ่งเปิดเผยออกมา ซึ่งจากรายงานของเดอะนิวยอร์กไทม์ส เขารู้จักกับเอปสตีนจากการแนะนำของวูดดี อัลเลน

ทางการฝรั่งเศสระบุว่ากำลังสอบสวนรายงานเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างลองกับเอปสตีน โดยสำนักงานอัยการกำลังสอบสวนลองและแคโรลีน ซึ่งเป็นบุตรสาว ในข้อสงสัยเรื่อง "การฟอกเงินจากการฉ้อโกงภาษี" แต่ทางเจ้าตัวและบุตรสาวปฏิเสธพร้อมยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริง

โมนา จูล: อดีตเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำยูเอ็น

กระทรวงการต่างประเทศนอร์เวย์สั่งพักงานเธอเมื่อต้นเดือนนี้ สุดท้ายเจ้าตัวยื่นลาออกเองเมื่อวันที่ 8 ก.พ. หลังจากมีรายงานว่า เทอร์เย รอด-ลาร์เซน สามีของเธอและลูกๆ ถูกระบุว่าได้รับเงิน 10 ล้านดอลลาร์ในพินัยกรรมที่เอปสตีนเขียนไว้สองวันก่อนฆ่าตัวตาย จูลซึ่งเป็นนักการทูตที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์ในข้อตกลงออสโล แอกคอร์ด กล่าวเมื่อต้นเดือนก.พ. ว่า เธอมีการติดต่อกับเอปสตีนผ่านทางสามี แต่ก็ยอมรับว่าเธอเองควรระมัดระวังให้มากกว่านี้

มิโรสลาฟ ลายจัค: ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาตินายกรัฐมนตรีสโลวาเกีย และอดีตประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ

ลายจัคลาออกเมื่อวันที่ 31 ม.ค. หลังรับราชการภายใต้รัฐบาลสโลวักมาถึง 4 ชุด ข้อความจากปี 2018 แสดงให้เห็นว่าเขามีการพูดคุยเรื่องผู้หญิงกับเอปสตีน เช่น “ทำไมคุณไม่ชวนผมไปร่วมเกมเหล่านี้บ้างล่ะ? ผมจะเลือกสาว ‘MI’ คนนั้น” ลายจัคกล่าวกับ Radio Slovakia ในภายหลังว่าเขารู้สึกเหมือนเป็นคนโง่เมื่อมานั่งอ่านข้อความเหล่านั้นในวันนี้ 

“การใช้ดุลพินิจที่ย่ำแย่และการสื่อสารที่ไม่เหมาะสม ... ข้อความพวกนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าอัตตาของผู้ชายที่โง่เขลา การหยอกล้อกันอย่างพึงพอใจในหมู่ผู้ชาย” เขากล่าวและย้ำด้วยว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้หญิงใดๆ และการที่ใครสื่อสารกับผู้ล่าทางเพศ (เอปสตีน) ไม่ได้ทำให้เขาเป็นผู้ล่าทางเพศตามไปด้วย

โจแอนนา รูบินสไตน์: ประธานสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติของสวีเดน

รูบินสไตน์ประกาศลาออกเมื่อวันที่ 2 ก.พ. จากตำแหน่งในสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ในส่วนของสวีเดน หลังเอกสารเปิดเผยการเยือนเกาะส่วนตัวของเอปสตีนกับครอบครัวในปี 2012 ซึ่งเธอขอบคุณเอปสตีนที่ทำให้ตนเองและลูกๆ ได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขเหมือนในสวรรค์ รูบินสไตน์เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นในภายหลังว่า รู้สึกตกใจหลังทราบข่าวการละเมิดของเอปสตีน และเธอได้ตีตัวออกห่างหลังจากนั้นอย่างชัดเจน

ทอร์บยอร์น ยักลันด์: อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์

จาก 'เจ้าชาย' ถึง 'ทนายโกลด์แมน แซคส์' คดีอื้อฉาวเอปสตีน มีใครต้องลาออกแล้วบ้าง

ยักลันด์ถูกตั้งข้อหา “ทุจริตร้ายแรง” เมื่อวันที่ 12 ก.พ. หลังการสอบสวนของตำรวจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเอปสตีน ยักลันด์ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ระหว่างปี 1996-1997 กำลังถูกสอบสวนว่า "มีการรับของขวัญ การเดินทาง และเงินกู้ที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งของเขาหรือไม่" อีเมลปี 2014 แสดงแผนการเดินทางของยักลันด์และครอบครัวไปยังเกาะส่วนตัวของเอปสตีนในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ แต่ทนายความของยักลันด์กล่าวว่าเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

อเล็กซ์ อาคอสตา: อดีตรมว.แรงงานสหรัฐ

อาคอสตาประกาศลาออกในจดหมายถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2019 หลังเกิดข้อถกเถียงเมื่อครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งอัยการประจำเขตฟลอริดาตอนใต้ เกี่ยวกับการทำข้อตกลงไม่ฟ้องร้องระดับรัฐบาลกลางกับเอปสตีนในปี 2008 เพื่อให้เอปสตีนยอมสารภาพในข้อหาระดับรัฐของฟลอริดาเรื่องการชักชวนผู้เยาว์ค้าประเวณี 

 อาคอสตาปกป้องข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้เอปสตีนรับสารภาพในข้อหาระดับรัฐของฟลอริดาเรื่องการชักชวนผู้เยาว์ค้าประเวณี ในการให้การนานหกชั่วโมงต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรในเดือนกันยายน “ผมให้การหกชั่วโมง ผมขอให้บันทึกเป็นผู้พูดแทนตัวเอง” อาคอสตากล่าวหลังการไต่สวน

ภาควิชาการ

แลร์รี ซัมเมอร์ส: กรรมการบอร์ด OpenAI, อดีตอธิการบดี Harvard, อดีตรมว.คลังสหรัฐ

ซัมเมอร์สประกาศในเดือนพ.ย. 2025 ว่าเขาจะลดบทบาทในภารกิจสาธารณะ รวมถึงการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท OpenAI และการสอนในฐานะศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หลังถูกระบุชื่อเป็นผู้จัดการมรดก (สำรอง) ในพินัยกรรมฉบับปี 2014 ของเอปสตีน ซัมเมอร์สกล่าวว่า “ผมรู้สึกละอายใจอย่างยิ่งต่อการกระทำของผม และตระหนักถึงความเจ็บปวดที่พวกเขาก่อขึ้น ผมขอรับผิดชอบเต็มที่ต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผมในการสื่อสารกับนายเอปสตีน”

เดวิด เกเลิร์นเทอร์: ศาสตราจารย์วิทยาการคอมพิวเตอร์ Yale University

เกเลิร์นเทอร์ถูกระงับการสอนที่มหาวิทยาลัยเยลเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ระหว่างที่มหาวิทยาลัยทบทวนความสัมพันธ์ของเขากับเอปสตีน เขามีการสื่อสารทางอีเมลจำนวนมากกับเอปสตีน รวมถึงข้อความในปี 2011 ที่เขาแนะนำนักศึกษาหญิงคนหนึ่งจากเยลให้ร่วมโครงการ โดยเรียกว่าเป็น “สาวผมบลอนด์ตัวเล็กหน้าตาดี” เขายังไม่ตอบอีเมลการขอความเห็นจากซีอ็นบีซี

เดวิด รอสส์: ประธานหลักสูตรของสถาบัน School of Visual Arts ในนิวยอร์ก  

รอสส์ อดีตผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ Whitney ลาออกจากตำแหน่งประธานหลักสูตรศิลปกรรมมหาบัณฑิต สาขา Art Practice ที่สถาบันศิลปะชื่อดังในนิวยอร์ก SVA เมื่อวันที่ 3 ก.พ. รอสส์เคยกล่าวถึงเอปสตีนว่า “น่าทึ่ง” หลังจากเขาเสนอแนวคิดนิทรรศการที่มีเด็กหญิงและเด็กชายอายุ 14-25 ปี ภายใต้ชื่อ “Statutory” รอสส์บอกกับนิวยอร์กไทม์สว่าเขาเสียใจที่ “ถูกหลอก” จากคำกล่าวอ้างของเอปสตีนว่าเขาเป็นเหยื่อของการใส่ร้ายทางการเมืองเนื่องจากความเชื่อมโยงกับบิล คลินตัน “ผมยังคงตกตะลึงต่ออาชญากรรมของเขา และกังวลอย่างยิ่งต่อเหยื่อจำนวนมากของเขา” เขากล่าว