วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ตลาดหุ้นกู้’ สหรัฐบูม นักลงทุนมองโลกสวย แต่ ‘ความเสี่ยง’ กำลังซ่อนตัวอยู่

‘ตลาดหุ้นกู้’ สหรัฐบูม นักลงทุนมองโลกสวย  แต่ ‘ความเสี่ยง’ กำลังซ่อนตัวอยู่

ในสายตาของนักลงทุนทั่วโลกขณะนี้ เศรษฐกิจสหรัฐดูแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง ตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) สหรัฐขยายตัว 4.3% ในไตรมาส 3 ปี 2025 เร็วที่สุดในรอบสองปี และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดหุ้น S&P 500 ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 13% นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สอง

ความเชื่อมั่นนี้มีรากฐานมาจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งความคาดหวังว่ารัฐบาลทรัมป์จะกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐให้วิ่ง "ร้อนแรง" ต่อเนื่อง อัตราว่างงานที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ 4.4% และผลตอบแทนโดยรวมของตราสารหนี้ที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับยุคหลังวิกฤตปี 2008 ปัจจัยเหล่านี้รวมกันจุดชนวนให้นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น และหันมาแห่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท ตั้งแต่หุ้น ไปจนถึง หุ้นกู้เอกชน 

‘ตลาดหุ้นกู้’ สหรัฐบูม นักลงทุนมองโลกสวย  แต่ ‘ความเสี่ยง’ กำลังซ่อนตัวอยู่ ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐปรับตัวดีขึ้น

ตลาดหุ้นกู้เอกชนร้อนแรงผิดปกติ

กระแสเงินที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นกู้เอกชนมหาศาล จนทำให้สเปรด (Spread) หรือส่วนต่างผลตอบแทนที่บริษัทเอกชนต้องจ่ายเพิ่มเหนือพันธบัตรรัฐบาล ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤติการเงินโลกปี 2008 ตามรายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ 

‘ตลาดหุ้นกู้’ สหรัฐบูม นักลงทุนมองโลกสวย  แต่ ‘ความเสี่ยง’ กำลังซ่อนตัวอยู่

ความต้องการที่ล้นตลาดนี้เองที่เปิดโอกาสให้บริษัทยักษ์ใหญ่รีบฉวยประโยชน์ โดย Alphabet บริษัทแม่ของ Google ซึ่งได้รับ Credit Rating ระดับ AA+ จาก S&P ออกหุ้นกู้อายุ 100 ปี ซึ่งหายากมากในโลกการเงิน ขณะที่ Oracle ระดมทุนไปถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในคราวเดียว แม้จะมีแรงกดดันว่า Credit Rating อาจถูกปรับลดจากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นเพราะลงทุนด้าน AI

"Oracle ฉลาดมากที่รีบออกหุ้นกู้ตอนที่ Spread แคบขนาดนี้" นักลงทุนรายหนึ่งในสหรัฐให้ความเห็นกับไฟแนนเชียลไทมส์ พร้อมเสริมว่า "ถ้าไม่ใช่ตอนที่ทุกคนแย่งกันซื้อทุกอย่าง ดีลนี้คงผ่านได้ยาก"

แล้วเศรษฐกิจสหรัฐดีจริงไหม? 

บทวิเคราะห์ของดิอีโคโนมิสต์ ชี้ว่าแม้ตัวเลข GDP จะดูสดใส แต่แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและรัฐบาล ไม่ใช่การลงทุนของภาคธุรกิจจริงๆ ซึ่งกลับโตช้าลง สะท้อนว่าบริษัทเอกชนยังไม่มั่นใจในอนาคตมากพอที่จะลงทุนระยะยาว

สัญญาณที่น่ากังวลกว่านั้นมาจากหลายทิศทางพร้อมกัน อัตราเงินเฟ้อที่เคยเกือบลงมาถึงเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ​ (เฟด) ในช่วงต้นปี 2025 กลับดีดขึ้นมาแตะ 3% อีกครั้ง เพราะบริษัทต่างๆ ผลักต้นทุนจากนโยบายภาษีของทรัมป์มาให้ผู้บริโภค และความเชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2014 จากความกังวลเรื่องภาษีนำเข้า ค่ารักษาพยาบาล และโอกาสการจ้างงาน

‘ตลาดหุ้นกู้’ สหรัฐบูม นักลงทุนมองโลกสวย  แต่ ‘ความเสี่ยง’ กำลังซ่อนตัวอยู่

เสียงเตือนจากผู้เล่นในตลาด

นักลงทุนที่มองไกลกว่าเริ่มส่งสัญญาณกังวลอย่างชัดเจน

นูวัน กูเนทิลเลเก้ หัวหน้าฝ่าย Capital Markets ของ Phoenix Group บริษัทประกันใน FTSE 100 และนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นกู้ บอกกับไฟแนนเชียลไทม์ส ว่า "ตลาด Credit เริ่มแสดงพฤติกรรมแบบฟองสบู่มาตั้งแต่ปลายฤดูร้อนปีที่แล้ว" โดย Phoenix ได้เริ่มขายหุ้นกู้เอกชนออกบางส่วนและหันไปถือสินทรัพย์คุณภาพสูงขึ้นแทน

ส่วนเบน ลอร์ด นักลงทุนจาก M&G Investments วิจารณ์ตรงๆ ว่า "มีคนที่แห่ซื้อยีลด์โดยไม่ได้รับการชดเชยความเสี่ยงที่แท้จริงเลย" ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Citi เตือนในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า "การที่สเปรด บีบตัวแคบลงมากขนาดนี้ สร้างความเสี่ยงแบบไม่สมดุลอย่างมาก หากเกิด Market Shock ขึ้น ผลกระทบจะรุนแรงกว่าที่หลายคนเตรียมรับมือไว้"

‘ตลาดหุ้นกู้’ สหรัฐบูม นักลงทุนมองโลกสวย  แต่ ‘ความเสี่ยง’ กำลังซ่อนตัวอยู่

แมธธิว บริว หัวหน้าฝ่าย North America Investment Grade Credit ของ Invesco กล่าวว่า "ตอนนี้เป็นตลาดที่ต้องเลือกหุ้นกู้ให้ถูกตัว จะมีทั้งผู้ชนะ และผู้แพ้ในปีนี้ การซื้อหุ้นกู้บริษัท Triple B แล้วหวังว่ากระแสตลาดจะพาไปเองนั้น ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว"

ท้ายที่สุด นักลงทุนแห่เข้าตลาดหุ้นกู้เพราะตัวเลข GDP ที่โตแรง และตลาดหุ้นที่บูม แต่เมื่ออ่านสัญญาณลึกลงไป จะพบว่าการเติบโตส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการใช้จ่ายระยะสั้น ไม่ใช่การลงทุนที่ยั่งยืน เงินเฟ้อกลับมาแล้ว ตลาดแรงงานเริ่มสั่น ความเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วงลง และนโยบายที่ไม่แน่นอนทำให้มองอนาคตได้ยาก ทั้งหมดนี้คือ "กันชน" ที่ถูกดูดออกไปจากตลาดหุ้นกู้แล้ว หากวันใดวันหนึ่งเศรษฐกิจสะดุดจริงๆ การปรับตัวจะรุนแรงกว่าที่คาด

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์