Goldman Sachs เผยข้อมูลเฮดจ์ฟันด์รุมซื้อ ‘หุ้นเอเชีย’ สูงสุดในรอบ 10 ปี
รับอานิสงส์โครงสร้างพื้นฐาน AI หลังดัชนี MSCI EM บวกกว่า 11% ในปีนี้
บลูมเบิร์กรายงานว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นเอเชีย” ทั้งในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ และประเทศพัฒนาแล้ว มียอดการเข้าซื้อสุทธิจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559 หรือ 10 ปี ตามข้อมูลที่ Goldman Sachs เริ่มเก็บข้อมูล โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากความเชื่อมั่นในกลุ่มบริษัทที่ทำโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
ในภาพรวมทั่วโลก กองทุนเฮดจ์ฟันด์กลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิอีกครั้งในรอบ 3 สัปดาห์ โดยอัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดหลักทุกแห่ง แต่ "เอเชีย" โดดเด่นที่สุด เนื่องจากนักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินออกจากหุ้นกลุ่มที่ราคาวิ่งตามกระแสแรงๆ ก่อนหน้า ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ทำให้ตลาดเกิดใหม่มีความน่าดึงดูดมากขึ้น
เมื่อดูผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี ดัชนี MSCI EM ปรับตัวขึ้นแล้ว 11% ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ทะยานขึ้นกว่า 30% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งสวนทางกับดัชนี S&P 500 ของสหรัฐ ที่ขยับลง 0.1%
การเข้าซื้อในเอเชียครั้งนี้เป็นการ "เปิดสถานะซื้อ" มากกว่าการ "ซื้อคืนเพื่อปิดสถานะขาย" ในสัดส่วนสูงถึง 8.4 ต่อ 1
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลกที่มีแรงซื้อโดดเด่น ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ , อุตสาหกรรม, สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น และวัสดุ ซึ่งมียอดซื้อแซงหน้ากลุ่มอื่นๆ ในทางตรงกันข้าม กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย, บริการด้านการสื่อสาร และกลุ่มการเงิน กลับถูกเทขายอย่างหนัก
ในฝั่งสหรัฐ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ยังคงเดินหน้าขายหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 และเป็นการขายในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 โดยเฉพาะในกลุ่มกองทรัสต์อสังหาริมทรัพย์ เฉพาะทาง และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางการเข้าซื้อเพียงเล็กน้อยในกลุ่ม REITs โรงแรม รีสอร์ต และสถานพยาบาล
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





