แอฟริกาเป็นทวีปกว้างใหญ่ไพศาลนั่นหมายความว่าถ้าเข้าถูกทางโอกาสก็ยิ่งมากตามไปด้วย ซึ่งวันนี้ประเทศไทยมีโครงการริเริ่มไทย-แอฟริกา (Thailand Africa Initiative:TAI) เป็นธงนำ ปักธงแรกด้วยเวทีสัมมนาธุรกิจไทย-อียิปต์ ณ กรุงไคโร
อุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ นำทัพนักธุรกิจไทยจากหลายภาคส่วนรวม 10 บริษัท รวมถึงตัวแทนจากสถาบันสำคัญ ได้แก่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเวทีสัมมนาธุรกิจไทย-อียิปต์และการจับคู่ธุรกิจ (business matching) เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ณ สำนักงานการลงทุนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ (GAFI) กระทรวงการลงทุน ภายใต้การประสานงานของธนวัต ศิริกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ขณะที่ฝ่ายอียิปต์มากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งถึง 45 บริษัท/องค์กรทั้งภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง เกษตร สัตว์ปีก นำเข้า/ส่งออก โลจิสติกส์ อาหาร/เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ สมุนไพร
อธิบดีกรมเอเชียใต้ กล่าวในพิธีเปิดการสัมมนาธุรกิจไทย-อียิปต์ ที่จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ Building Partnerships for Africa (สร้างความร่วมมือเพื่อแอฟริกา) ว่า งานสัมมนาธุรกิจในครั้งนี้ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญให้ผู้ประกอบการไทยและอียิปต์ได้ค้นพบโอกาสใหม่ สร้างความเป็นพันธมิตรที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันได้อย่างยาวนาน เนื่องจากแอฟริกาเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นตลาดที่มีพลวัตด้วยประชากรกว่า 1,500 ล้านคน เป็นคนหนุ่มสาวจำนวนมาก
เวทีนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญยิ่ง กล่าวคือ ในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพิ่งประกาศย้ำอย่างเป็นทางการถึงทีเอไอที่ยกระดับแอฟริกาขึ้นมามีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
ทีเอไอมุ่งส่งเสริมความร่วมมือใน 4 เสาหลัก ได้แก่ การมีส่วนร่วมทางการเมืองที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นผ่านการแลกเปลี่ยนระดับสูง, การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อปลดล็อกการค้าและการลงทุน, ความร่วมมือด้านการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมมุ่งเน้นการสร้างขีดความสามารถในด้านการเกษตร สาธารณสุข และทุนมนุษย์ และความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในประเด็นระหว่างประเทศ
“นโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญประการหนึ่งของประเทศไทยคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการขยายการค้าและการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งแอฟริกาเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุด”
- จุดแข็งเอกชนไทย
อุรษา กล่าวต่อไปว่า นโยบายเศรษฐกิจไทยเน้นภาคส่วนที่มีศักยภาพสูง เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล อาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรคุณภาพสูง เกษตรกรรมที่ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ การดูแลสุขภาพและสุขภาวะ พลังงานสะอาด และยานยนต์ไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้สอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับเส้นทางการพัฒนาของแอฟริกาและวิสัยทัศน์ปี 2030 ของอียิปต์ ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐและเอกชน
“ภาคเอกชนของไทยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยเป็นที่รู้จักในฐานะนักลงทุนที่มีความรับผิดชอบและมีคุณภาพสูง ซึ่งให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน การสร้างงาน และการแบ่งปันความรู้"
บริษัทไทยที่ร่วมงานมาจากภาคส่วนอาหาร เกษตรและเกษตรแปรรูปเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงบริษัทก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีสถาบันของรัฐอย่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (เอ็กซิมแบงก์) ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อสนับสนุนด้านการเงินและให้คำแนะนำสำหรับการจับคู่ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ
- มาอียิปต์ที่แรก
อุรษาย้ำว่า อียิปต์เป็นประเทศแรกที่กระทรวงการต่างประเทศนำคณะนักธุรกิจมาเยือนหลังจากรัฐมนตรีสีหศักดิ์ประกาศย้ำทีเอไอ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่อียิปต์มีต่อประเทศไทยอย่างไม่มีใครเสมอเหมือน อียิปต์เป็นประตูสู่แอฟริกาเชื่อมต่อถึงยุโรป ได้อานิสงส์จากท่าเรือทันสมัยและคลองสุเอซ เป็นตลาดที่กำลังเติบโต บรรยากาศเอื้อต่อการทำธุรกิจ เข้าถึงตลาดสำคัญได้ง่ายด้วยข้อตกลงการค้ามากมาย อาทิ ตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ (COMESA), เขตการค้าเสรีทวีปแอฟริกา และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อันครอบคลุมระหว่างสหภาพยุโรปและอียิปต์
- เปิดตัวเลขไทย-อียิปต์
ในปี 2025 ที่ผ่านมาการค้าระหว่างไทยและอียิปต์มูลค่าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบ 37% จากปีก่อนหน้า ชี้ให้เห็นถึงความเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามยังมีภาคส่วนที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ได้รับการสำรวจอีกมาก
"เราคาดหวังว่าการค้าสองฝ่ายของเราจะทะลุหมุดหมายสำคัญ 1 พันล้านดอลลาร์ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะต่อยอดความสำเร็จจากการลงทุนของไทยที่ได้จัดตั้งขึ้นแล้วในอียิปต์ เช่น บริษัทเสื้อผ้า 'ไฮเทคแอพพาเรล' และบริษัทอินโดรามา พร้อมทั้งส่งเสริมให้บริษัทไทยขยายการดำเนินงานและร่วมสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วของอียิปต์มากยิ่งขึ้น" อุรษา กล่าวทิ้งท้ายบนเวที
- อียิปต์อยากให้ไทยมาลงทุน
อาเหม็ด เบเดวี หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและเขตเศรษฐกิจพิเศษ (GAFI) กล่าวว่า การสัมมนาธุรกิจระหว่างไทยและอียิปต์เพื่อหาแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการค้า โดยทางอียิปต์เสนอให้มีการลงทุนโดยตรงจากภาคเอกชนไทยเพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงประกอบด้วยการแปรรูปอาหาร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของไทยและข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของอียิปต์
นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐของอียิปต์ยังแสดงความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกและให้การสนับสนุนนักลงทุนไทยอย่างครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนไปจนถึงการทำการตลาด เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจที่ยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านจากการนำเข้าสินค้าไปสู่การสร้างฐานการผลิตที่มั่นคงในภูมิภาค
- ฟีดแบ็กภาคเอกชนไทย
ด้านภาคเอกชนไทยที่นำทีมโดยพันธ์พิไล ใบหยก ประธาน บริษัทบี วาย เค อินเตอร์เทรด จำกัด เห็นตรงกันถึงศักยภาพของอียิปต์ในฐานะประตูสู่แอฟริกาและยุโรป แต่ยังมีความท้าทายในทางปฏิบัติ เช่น การขาดแคลนเงินตราต่างประเทศและความเสี่ยงด้านเครดิต ซึ่งเอ็กซิมแบงก์ที่ได้หารือโดยตรงกับธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งแอฟริกา (Afreximbank) ในกรุงไคโรได้เตรียมกลไกอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนไทยแล้ว พร้อมให้บริการด้านสินเชื่อและบริการประกันการส่งออก เพื่อเสริมสภาพคล่อง บริหารความเสี่ยง และสร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง
ภาคเอกชนกล่าวด้วยว่า การมาอียิปต์เพียงครั้งเดียวนั้นไม่จบ ต้องมีการเดินทางมาอีกรวมถึงในจุดอื่นๆ ของแอฟริกา โดยภาครัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกันในลักษณะของ “ทีมไทยแลนด์” เพื่อขยายฐานเศรษฐกิจของประเทศผ่านการแบ่งปันความเชี่ยวชาญและการคุ้มครองทางการเงิน





