วิกฤติ ‘ชิปหน่วยความจำ’ ขาดแคลนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ AI ยักษ์ใหญ่กวาดซื้อเรียบ กลายเป็น ‘หายนะของแรม’ ดันราคาพุ่ง 75% กระทบสมาร์ตโฟน-รถยนต์ทั่วโลก
วิกฤตการณ์ขาดแคลน “ชิปหน่วยความจำ" (Memory Chip) ทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ทำให้แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้องหยุดชะงัก และผลักดันราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้พุ่งสูงขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าสถานการณ์นี้อาจเลวร้ายลงกว่าเดิม และกลายเป็น "หายนะของแรม" (RAMmageddon) ที่สร้างความเจ็บปวดไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ผู้นำระดับโลกอย่าง ทิม คุก ซีอีโอของบิษัท Apple และ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla ได้ออกมาเตือนว่าการขาดแคลนชิป DRAM ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยีแทบทุกชนิด กำลังจำกัดขบวนการผลิต
Apple คาดว่ากำไรของ iPhone จะลดลง ขณะที่ Tesla ถึงกับประกาศแผนอาจต้องสร้างโรงงานผลิตหน่วยความจำของตัวเองเพื่อความอยู่รอด เพราะปัญหาคอขวดในครั้งนี้รุนแรงในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ศูนย์ข้อมูล AI ยักษ์ใหญ่กวาดซื้อเรียบ
ความต้องการมหาศาลของศูนย์ข้อมูล AI โดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet บริษัทแม่ของ Google และ OpenAI ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลกวาดซื้อชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) เพื่อใช้คู่กับตัวเร่งความเร็ว AI ของ Nvidia ส่งผลให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ทั่วไปอย่างสมาร์ตโฟน และแล็ปท็อปต้องแย่งชิงทรัพยากรที่เหลืออยู่น้อยนิดจากผู้ผลิตหลักอย่าง Samsung และ Micron
ราคา DRAM บางชนิดพุ่งสูงขึ้นถึง 75% ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน ระหว่างธ.ค.กับ ม.ค. ส่งผลให้ราคาขายคอมพิวเตอร์แบบสั่งทำบางรุ่นพุ่งสูงขึ้นถึงราว 5 หมื่นบาท
ขณะเดียวกัน ยักษ์ใหญ่ 4 เจ้า ทั้ง Meta, Microsoft, Amazon, Alphabet เพิ่มงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จาก 2.17 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็น 6.5 แสนล้านดอลลาร์ ประมาณ 22 ล้านล้านบาท ในปี 2026 การทุ่มเงินนี้ทำให้ผู้ผลิตอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron มีรายได้พุ่งกระฉูด
Mark Li นักวิเคราะห์จาก Bernstein เตือนว่าภาคส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะต้องเผชิญกับราคาต้นทุนที่เจ็บปวด โดยต้นทุน RAM ในมือถือรุ่นประหยัดอาจพุ่งจาก 10% ไปถึง 30% ของต้นทุนเครื่อง
ลามอุตสาหกรรมเกม-มือถือ
วิกฤตินี้ลามไปถึงวงการเกม โดยมีรายงานว่า Sony อาจต้องเลื่อนการเปิดตัว PlayStation รุ่นถัดไปออกไปอีก 2 -3 ปี
ขณะที่ Nintendo กำลังพิจารณาขึ้นราคาเครื่องเล่นเกมในปี 2569 ขณะที่แบรนด์สมาร์ตโฟนจีนอย่าง Oppo ปรับลดเป้าการจัดส่งสินค้าลงถึง 20% ด้าน Yang Yuanqing CEO ของ Lenovo ยืนยันว่านี่ไม่ใช่ความผันผวนระยะสั้น แต่เป็นความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างที่จะคงอยู่ไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้
ทิม อาร์เชอร์ ซีอีโอของ Lam Research วิเคราะห์ว่าความต้องการนี้จะเติบโตอย่างมหาศาลไปจนถึงสิ้นทศวรรษ และจะแซงหน้าความต้องการจากภาคส่วนอื่นๆ ทั้งหมด
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





