ภาวะการซื้อขายใน "ตลาดหุ้นกู้โลก" ซึ่งมีจุดกำเนิดมาจากสหรัฐ กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่ากังวล หลังจากกระแสการไล่ซื้อสินทรัพย์เสี่ยงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แรงไล่ซื้อที่มหาศาลกดดันให้ส่วนต่างผลตอบแทน (Spread) ของหุ้นกู้บีบตัวแคบลงซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนยอมรับผลตอบแทนที่น้อยลงมากเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ซึ่งภาพแบบนี้ไม่ได้เห็นมานานเกือบสองทศวรรษแล้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มออกมาเตือนถึงพฤติกรรมที่คล้ายกับ "ภาวะฟองสบู่" ใน ตลาดหุ้นกู้
ชนวนเหตุสำคัญมาจากความคาดหวังของตลาดที่มีต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐให้เติบโตอย่างร้อนแรงในปีนี้ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยบวกที่หนุนให้ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และส่งอิทธิพลต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นกู้ ความต้องการที่ล้นหลามทำให้นักลงทุนยอมรับผลตอบแทนที่น้อยลง
ข้อมูลจาก Ice BofA ระบุว่าส่วนต่างระหว่างดัชนีหุ้นกู้ระดับ A และ AA ทั่วโลก ลดลงต่ำกว่า 0.2% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี ขณะที่ส่วนต่างระหว่างหุ้นกู้ระดับ BBB และ A ก็ขยับเข้าใกล้ระดับต่ำสุดก่อนวิกฤตการเงินเช่นกัน
นุวัน กูนะทิละเก (Nuwan Goonetilleke) หัวหน้าฝ่ายตลาดทุนของ Phoenix Group ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า ตลาดสินเชื่อเริ่มแสดงพฤติกรรมที่เหมือนฟองสบู่มาตั้งแต่ช่วงปลายฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการบีบตัวของอัตราผลตอบแทนที่แคบลงอย่างมาก ส่งผลให้ Phoenix Group ตัดสินใจลดการถือครองในหุ้นกู้บางส่วนออกไป และหันไปถือพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ แทน รวมถึงเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพสูงขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการปรับฐานราคาที่อาจเกิดขึ้น
ในขณะที่ฝั่งผู้ออกหุ้นกู้ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alphabet ได้ฉวยจังหวะความต้องการที่พุ่งสูงนี้ ออกหุ้นกู้อายุยาวถึง 100 ปี ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ส่วน Oracle ก็สามารถระดมทุนได้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อสัปดาห์ก่อน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากการถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือเนื่องจากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในด้าน AI ก็ตาม
โดยผู้จัดการพอร์ตแหล่งข่าวของไฟแนนเชียลไทม์ส ระบุว่า "หากนักลงทุนไม่ได้กำลัง 'กวาดทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะ' ดีลของ Oracle อาจจะประสบความยากลำบากมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุดคือการที่นักลงทุน "ลืมความกลัว" โดย เบน ลอร์ด ผู้จัดการกองทุนจาก M&G Investments เตือนว่าขณะนี้มีคนจำนวนมากที่มุ่งเน้นเพียงการไล่ล่าผลตอบแทน (ยีลด์) โดยไม่คำนึงว่าตัวเองได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่แบกรับไว้หรือไม่ สอดคล้องกับบทวิเคราะห์จาก Citi ที่ชี้ว่าการบีบตัวของสเปรดในกลุ่มหุ้นกู้คุณภาพสูงสร้างความเสี่ยงแบบไม่สมส่วนซึ่งจะทำให้ผลกระทบจากความผันผวนของตลาดในอนาคตมีความรุนแรงขึ้นกว่าปกติ
อ้างอิง: Financial Times





