วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'สวิตเซอร์แลนด์' เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน จ่อปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน

'สวิตเซอร์แลนด์' เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน จ่อปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน

‘สวิตเซอร์แลนด์' เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน เตรียมทำประชามติ ปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน หลังบิ้กเทคแห่ปักหลัก ดัน ‘ค่าเช่าพุ่ง-รถติด-เมืองแออัด’ หวั่นทำลายมนต์เสน่ห์ประเทศ

“สวิตเซอร์แลนด์” ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพอันงดงาม ระบบเศรษฐกิจที่คึกคัก ภาษีต่ำ และประสิทธิภาพของรัฐบาล กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้คนทั่วโลก รวมทั้งบรรดาบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Nestle และธุรกิจการเงินระดับโลกอย่าง UBS, IBM และ Disney เข้ามาลงทุนด้วย และเลือกที่นี่เป็นฐานที่มั่น จนส่งผลให้รายได้ต่อหัวของประชากรสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก

ประชากรพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ทศวรรษ

ทว่าความมั่งคั่งนี้มาพร้อมกับจำนวนประชากรที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 10% ในรอบ ทศวรรษ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปที่ไม่ถึง 2% ตามข้อมูลของธนาคารโลก สิ่งที่ตามมาคือเสียงสะท้อนจากคนท้องถิ่นที่ต้องเผชิญกับ ค่าเช่าที่พักอาศัยที่แพงลิ่ว การจราจรที่ติดขัด และความแออัดในระบบขนส่งสาธารณะ 

จนกลายเป็นคำถามสำคัญว่า "ความเติบโตทางเศรษฐกิจที่แลกมาด้วย คุณภาพชีวิตที่แย่ลงนั้นคุ้มค่าจริงหรือ?"

 "การย้ายถิ่นฐานจากต่างประเทศ" คือปัจจัยหลักที่ทำให้ประชากรเพิ่มขึ้น ในขณะที่การเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ มีสัดส่วนเพียงแค่ประมาณ 1 ใน 10 ของการเติบโตทั้งหมดเท่านั้น 

อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรพุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษในปี 2566 เนื่องจากมีการนับรวมจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครน เข้ามาในสถิติระดับชาติเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามสถิติส่วนใหญ่ในแต่ละปี ผู้ที่ย้ายเข้ามาพำนักในสวิตเซอร์แลนด์มักมาจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หรือประเทศที่สวิตเซอร์แลนด์มีข้อตกลงการค้าเสรีและข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันเป็นหลัก

จ่อปรับเพดาน 10 ล้านคน เพื่อรักษา ‘คุณภาพ’

 เมื่อความนิยมในพรรคการเมืองปีกขวาจัด (SVP) ผลักดันให้ประเทศต้องพิจารณามาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างการ "จำกัดจำนวนประชากร" ไว้ที่ไม่เกิน 10 ล้านคน เพื่อรักษาเอกลักษณ์และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีของชาวสวิสเอาไว้

พรรคประชาชนสวิส (Swiss People’s Party หรือ SVP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองปีกขวา สามารถคว้าคะแนนเสียงได้ถึง 28% ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ด้วยการรณรงค์ที่เน้นย้ำว่า "การได้รับสัญชาติสวิสคือสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานที่ใครก็ได้พึงมี" 

ต่อมาในปี 2566 ทางพรรคจึงได้นำเสนอแนวคิดเรื่องการจำกัดจำนวนประชากร โดยชูประเด็นว่าเป็นหนทางสำคัญในการรักษา "วิถีชีวิตแบบชาวสวิส" และเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมจากการถูกทำลายโดยกิจกรรมของมนุษย์ที่มากเกินไป

ข้อเสนอที่กำลังจะเข้าสู่การทำ “ประชามติ” ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การควบคุม แต่คือการวางแผนรับมือเป็นลำดับขั้น หากจำนวนประชากรแตะระดับที่กำหนด

สำหรับบันใดขั้นแรก หากประชากรแตะระดับ 9.5 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2035  รัฐจะเริ่มจำกัดสิทธิ์กลุ่มผู้ลี้ภัยและครอบครัวของชาวต่างชาติในการขอถิ่นที่อยู่ถาวรหรือสัญชาติ

ถัดมาคือการจัดการขั้นเด็ดขาดหากแตะระดับ 10 ล้านคน สวิตเซอร์แลนด์จะถอนตัวจากสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการเพิ่มขึ้นของประชากร

หากผ่านไป 2 ปีแล้วประชากรยังไม่ลดลง จะต้องยกเลิกข้อตกลง "การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี" กับสหภาพยุโรปซึ่งเปรียบเสมือนการตัดช่องทางการไหลเวียนของแรงงานและอาจกระทบต่อสิทธิของชาว EU กว่า 1.5 ล้านคนที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน

ผลสำรวจความเห็นระบุว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 48% ที่มีแนวโน้มจะสนับสนุนหรือตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะลงคะแนนเห็นด้วย ในขณะที่มีผู้คัดค้านอยู่ที่ 41% และอีก 11% ยังไม่ได้ตัดสินใจ

 แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่ตามมาคืออาจเกิดการ ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ในสาขาที่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในที่สุด

เศรษฐกิจพัง หรือ สังคมรอด?

ในมุมมองของภาคธุรกิจ องค์กรอย่างสมาพันธ์ธุรกิจสวิส Economiesuisse และตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรม Swissmem ต่างประสานเสียงเตือนว่า การจำกัดประชากรจะนำไปสู่ภาวะ "ขาดแคลนแรงงานทักษะสูง" อย่างรุนแรง ซึ่งอาจสูงถึง 430,000 ตำแหน่งในปี 2040 และอาจทำลายความสัมพันธ์ทางการค้ากับ EU ซึ่งเป็นตลาดส่งออกกว่า 40% ของประเทศ

'สวิตเซอร์แลนด์' เน้นคุณภาพมากกว่าจำนวน จ่อปรับเพดานประชากร 10 ล้านคน

ในขณะนี้ยังไม่มีการประเมินตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าข้อเสนอนี้จะกลายเป็น "ตัวถ่วง" ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุน นำโดยพรรค SVP มองว่านี่คือการปกป้องสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตดั้งเดิม พวกเขาเชื่อว่าข้อเสียทางเศรษฐกิจจะถูกชดเชยด้วยค่าครองชีพที่ลดลง ค่าเช่าบ้านที่ถูกลง และภาระสวัสดิการของรัฐที่เบาบางลง

 ระบบประชาธิปไตยกำลังจะให้คำตอบว่า ท้ายที่สุดแล้ว ชาวสวิสจะเลือกเดินบนเส้นทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด หรือจะเลือกขีดเส้นตายเพื่อรักษา "พื้นที่" และ "คุณภาพชีวิต" ของตนเองเอาไว้ให้ยั่งยืน

 

อ้างอิง Bloomberg