‘จีน’ กลายเป็นเส้นทางลับ ขนรถหรูจาก ‘ยุโรป-เอเชีย’ ส่งไป ‘รัสเซีย’ กว่าครึ่งแสน ด้วยกลยุทธ์ ‘มือสองศูนย์ไมล์’ เลี่ยงการคว่ำบาตรโลก ดันยอดผลิตในจีนพุ่ง 2 เท่า
รอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลการจดทะเบียนรถและแหล่งข่าวทั้ง 5 ราย พบว่าขณะนี้มีรถยนต์จำนวนหลายหมื่นคันถูกส่งจาก “จีน” เข้าไปยัง “รัสเซีย” ผ่าน "ช่องทางนอกระบบ" ซึ่งวิธีนี้ถูกใช้เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกและเอเชีย รวมถึงเลี่ยงข้อตกลงที่ค่ายรถยนต์ต่างๆ เคยประกาศไว้ว่าจะถอนธุรกิจออกจากตลาดรัสเซีย
‘คว่ำบาตรรัสเซีย’ ฉุดยอดขายร่วง 8 เท่า
กลุ่มสหภาพยุโรป สหรัฐเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ต่างใช้มาตรการคว่ำบาตรที่คล้ายกัน โดยสั่งห้ามขายรถยนต์ให้รัสเซียซึ่งครอบคลุมทั้งรถหรูราคาแพง รถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริดทั้งหมด
เรื่องนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อยอดขายรถยนต์แบรนด์ต่างชาติในรัสเซีย โดยข้อมูลจาก Autostat ระบุว่า ยอดขายรถยนต์จากกลุ่มประเทศที่คว่ำบาตรลดลงจากกว่า 1 ล้านคันในปี 2564 เหลือเพียงประมาณ 1 ใน 8 หรือลดลงราว 87%
ในขณะเดียวกันยอดขายรถยนต์แบรนด์เยอรมันและญี่ปุ่นที่ "ผลิตในจีน" กำลังพุ่งสูงขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมเชื่อว่า นี่คือผลจากการใช้เทคนิคการส่งออก "รถมือ 2 ศูนย์ไมล์" ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรนั่นเอง
ซื้อ ‘รถหรูเยอรมัน-มือ 2 ศูนย์ไมล์’ ผ่าน ‘ตัวกลาง’ ในจีน
รายงานระบุว่า การนำเข้ารถหรูจากเยอรมนีไปยังรัสเซียยังคงมีอยู่ โดยผ่านเครือข่ายการค้าที่ไม่เป็นทางการ วิธีการคือตัวแทนจำหน่ายในรัสเซียจะสั่งซื้อรถผ่าน "ตัวกลาง" ในประเทศจีนแทน ซึ่งข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากการสัมภาษณ์และข้อมูลจาก Autostat บริษัทวิจัยยานยนต์ของรัสเซีย
แหล่งข่าวระบุว่า รถเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นรถที่ ผลิตในจีน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างแบรนด์ต่างชาติกับผู้ผลิตท้องถิ่น หรือไม่ก็เป็นรถที่ผลิตจากประเทศอื่นแล้วส่งผ่านจีนอีกที
ข้อมูลของ Autostat ระบุว่า ปีที่แล้วคนรัสเซียซื้อรถ Toyota ไปเกือบ 30,000 คัน ซึ่งในจำนวนนี้เกือบ 24,000 คันเป็นรถที่ ผลิตในจีน ส่วนแบรนด์ Mazda มียอดขายเกือบ 7,000 คัน ซึ่งเกือบทั้งหมดผลิตในจีนเช่นกัน
นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากผู้ค้าในจีน 2 รายยังให้ข้อมูลว่า รถยนต์ระบบไฮบริด ของแบรนด์ญี่ปุ่น รวมถึง Toyota เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดรัสเซียขณะนี้
รถยนต์เหล่านี้มักจะไม่ถูกบันทึกในฐานข้อมูลอุตสาหกรรมบางแห่ง ตัวอย่างเช่น บริษัท GlobalData รายงานว่า "ไม่มีการขายรถยนต์แบรนด์เยอรมันแบบเป็นทางการ" ในรัสเซียเลยในปีนี้ แต่ข้อมูลจาก Autostat กลับพบยอดขายเหล่านี้อยู่ นั่นเป็นเพราะ Autostat อ้างอิงจาก "ยอดการจดทะเบียนรถใหม่" ในรัสเซีย ซึ่งรถนำเข้าที่มีเลขไมล์เป็นศูนย์จะถูกนับเป็นรถใหม่เสมอ ไม่ว่ารถคันนั้นจะเคยถูกจดทะเบียนบังหน้าว่าเป็นรถมือสองในจีนมาก่อนหรือไม่ก็ตาม
ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนจำหน่ายชาวรัสเซียต่างมีความเห็นที่คล้ายคลึงกัน คือ "จีนได้กลายเป็นจุดพักรถหลัก" คือไม่ว่ารถจะผลิตจากโรงงานที่ไหนในโลก สุดท้ายมักจะถูกส่งมาที่จีนก่อน แล้วค่อยลักลอบนำเข้าไปยังรัสเซียอีกทอดหนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิค "รถมือสองที่เลขไมล์เป็นศูนย์" เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแท้จริงแล้วคือรถใหม่ที่ตัวแทนจำหน่ายในจีนจดทะเบียนขายในประเทศไปแล้ว แต่จากนั้นก็เปลี่ยนประเภทสินค้าให้กลายเป็นรถมือสอง เพื่อให้สามารถส่งออกไปยังรัสเซียได้ง่ายขึ้น
สถานการณ์นี้เป็นวิธีการเดียวกันกับที่รอยเตอร์เคยรายงานไปเมื่อปีก่อน ถึงปรากฎกาณณ์รถมือ 2 ศูนย์ไมล์ที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว สะท้อนภาพตลาดรถยนต์จีนที่มีการแข่งขันสูงมากและได้รับเงินอุดหนุนมหาศาล ทำให้ผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายต้องหาทางเพิ่มตัวเลขยอดขายเพื่อรับเงินอุดหนุนและระบายรถส่วนเกินออกไป
จาง ไอ จุน อดีตผู้ส่งออกรถยนต์ในมณฑลเสฉวน อธิบายว่า ผู้ค้าที่ส่งรถยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้จากจีนไปรัสเซีย จะใช้วิธี “ทำรถใหม่ให้เป็นรถมือสอง" เพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตจากค่ายรถยนต์ต้นสังกัดในการขายรถในรัสเซีย ซึ่งเธอกล่าวว่า "วิธีนี้ช่วยให้การส่งออกทำได้ง่ายขึ้นมาก"
สิ่งที่น่าตกใจคือ รถยนต์มือสองสภาพใหม่เอี่ยมที่มีเลขไมล์เป็นศูนย์เหล่านี้ มักจะถูกขายแบบหั่นราคาหรือให้ส่วนลดหนักมากในประเทศจีน แต่เมื่อถูกส่งไปถึงมือผู้บริโภคในรัสเซีย ราคาของมันกลับพุ่งสูงขึ้นจนเกือบเท่ากับราคารถใหม่แกะกล่องที่ยังไม่เคยจดทะเบียนเลย ซึ่งข้อมูลนี้ยืนยันโดยตัวแทนจำหน่ายในรัสเซียและเอกสารการขนส่งที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ตรวจสอบ
เปิดเส้นทาง ‘จีน’ แปลงสภาพรถ
สำนักข่าวรอยเตอร์เป็นสื่อรายแรกที่นำข้อมูลจาก Autostat มาเปิดเผยว่า "จีนได้กลายเป็นเส้นทางหลัก" ในการส่งรถยนต์แบรนด์ต่างชาติเข้าไปยังรัสเซีย โดยชี้ให้เห็นเทคนิคที่ผู้ค้าใช้หลบเลี่ยงข้อจำกัดการขาย ด้วยการนำรถใหม่มาเปลี่ยนประเภทให้เป็น "รถมือสอง" เพื่อให้ส่งออกได้โดยไม่ผิดกฎของค่ายรถต้นสังกัด
ดมิทรี ซาซูลิน ผู้อำนวยการฝ่ายขายของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในมอสโก ยืนยันว่า ลูกค้าชาวรัสเซียจำนวนมากยังคงปักใจรักและต้องการขับรถแบรนด์ตะวันตกอย่าง Mercedes-Benz อยู่เหมือนเดิม แต่เขายอมรับตามตรงว่า "ในปัจจุบัน เราทำได้เพียงนำเข้ารถเหล่านี้ผ่านช่องทางนอกระบบเท่านั้น"
หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายรถชาวรัสเซียในเมืองวลาดิโวสต็อกเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า โชว์รูมของเขาไม่ได้สต็อกรถแบรนด์ต่างชาติที่ถูกสั่งห้ามไว้ล่วงหน้า แต่จะใช้วิธี "สั่งซื้อเป็นรายคัน" จากพ่อค้าชาวจีนตามคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยอาศัยเครือข่ายคนกลางที่ซับซ้อน
เขากล่าวว่า "มีพ่อค้าคนกลางเต็มไปหมด คนนี้รู้จักคนนั้น ต่อกันเป็นทอดๆ จนไปถึงตัวแทนจำหน่ายที่หาของให้ได้"
ข้อมูลจาก Autostat เผยให้เห็นว่ายอดขายรถยนต์เหล่านี้มีจำนวนมหาศาลหลักหลายพันคัน โดยตัวเลขระบุชัดเจนว่า "การนำเข้าผ่านจีน" มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถค่ายตะวันตก เกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่จดทะเบียนในรัสเซีย
สถิติแสดงให้เห็นว่า จำนวนรถยนต์กลุ่มนี้ที่ผลิตในจีน "พุ่งสูงขึ้นกว่า 2 เท่า" เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยในปี 2568 รถยนต์แบรนด์จากกลุ่มประเทศที่คว่ำบาตรรัสเซียซึ่งมียอดขายเกือบ 130,000 คันนั้น เกือบครึ่งหนึ่งมาจากฐานการผลิตในจีน
นอกจากนี้ ข้อมูลของ Autostat ยังระบุว่านับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อต้นปี 2565 มีรถยนต์แบรนด์ต่างชาติที่ประกาศคว่ำบาตรถูกขายในรัสเซียไปแล้วรวมกว่า 700,000 คัน
ค่ายรถย้ำจุดยืน ไม่ได้ส่งรถไปรัสเซีย
ข้อมูลจาก Autostat ชี้ว่าปีที่แล้วคนรัสเซียซื้อรถ Toyota มากกว่าแบรนด์ต่างชาติอื่นๆ ยกเว้นแบรนด์จีน แต่ทาง Toyota ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าได้หยุดส่งออกรถไปรัสเซียตั้งแต่ปี 2565 แล้ว และย้ำว่า "ไม่ได้ส่งรถใหม่เข้าไปเลย" โดยไม่ได้ให้ความเห็นต่อตัวเลขยอดขายที่ปรากฏ
ด้าน Mazda ที่มียอดขายสูงเช่นกันก็ระบุในทางเดียวกันว่า รถ Mazda ใหม่ที่โผล่ในรัสเซียนั้น "เป็นการขายต่อผ่านบุคคลที่สามซึ่งบริษัทไม่สามารถควบคุมได้"
กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ยืนยันว่าทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ส่งออก และตัวแทนจำหน่าย "มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎการคว่ำบาตร" อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเจาะจงเกี่ยวกับประเด็นการค้าขายรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นระหว่างจีนและรัสเซียในขณะนี้
กระทรวงการค้าของเกาหลีใต้ระบุว่า ทางกระทรวงได้ออกมาตรการเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎระเบียบควบคุมการส่งออก และกำลังดำเนินการปราบปรามการส่งออกรถยนต์มือสองไปยังรัสเซียผ่านช่องทางอ้อมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้สินค้าหลุดรอดไปได้
ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของจีนและกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของรัสเซีย "ไม่ได้ตอบรับหรือให้ความเห็นใดๆ" ต่อคำขอสัมภาษณ์
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 ประเทศเคยยืนยันจุดยืนร่วมกันมาตลอดว่า "คัดค้านการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว" และถือว่ามาตรการเหล่านั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายสากล
‘ค่ายรถ-รัฐบาล’ ยุโรปตรวจเข้ม
แม้ว่าค่ายรถยักษ์ใหญ่ทั้ง Mercedes-Benz, BMW, Volkswagen และผู้ผลิตรายอื่นๆ ในกลุ่มประเทศที่ร่วมคว่ำบาตรได้สั่งห้ามขายรถให้รัสเซียอย่างเด็ดขาด และพยายามทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นการส่งออกที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการจัดอบรมพนักงาน หรือการระบุข้อกำหนดเข้มงวดในสัญญากับตัวแทนจำหน่าย
แต่ทาง Mercedes-Benz ได้ระบุในแถลงการณ์ว่า การตรวจสอบการละเมิดกฎเหล่านี้ทำได้ยากมาก เพราะ "ต้องใช้เวลาและมีความซับซ้อนสูง" อีกทั้งยังต้องพึ่งพาความร่วมมือจากบุคคลที่สามในการตรวจสอบข้อมูลด้วย
ส่วน BMW ก็ได้สั่งการไปยังฝ่ายขายในประเทศจีนอย่างเข้มงวดให้คัดค้านและต่อต้านการส่งออกรถไปยังรัสเซียอย่างถึงที่สุดพร้อมเสริมว่า หากยังมีรถหลุดเข้าไปในรัสเซียในลักษณะสินค้าลักลอบนำเข้า เหตุการณ์เหล่านั้นถือว่า "อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท" และเป็นการกระทำที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของทาง BMW อย่างชัดเจน
ทางด้านกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนีระบุว่า หน่วยงานศุลกากรมีการ "ตรวจสอบการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอย่างสม่ำเสมอ" และกำลังประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพื่อบังคับใช้มาตรการสั่งห้ามนี้ให้มีประสิทธิภาพที่สุด
เซบาสเตียน เบนนิงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการคว่ำบาตรจากบริษัทกฎหมายยุโรป Bennink Dunin-Wasowicz ระบุว่า สินค้าที่ถูกสั่งห้ามรวมถึงรถยนต์ ยังคงเล็ดลอดเข้าไปในรัสเซียได้อยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าค่ายรถยนต์ต่างๆ จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสกัดกั้นเส้นทางเหล่านี้แล้วก็ตาม
แม้ข้อมูลจาก Autostat จะชี้ชัดว่า "จีนเป็นเส้นทางหลัก" ในการส่งรถยนต์เข้าสู่รัสเซีย แต่สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบหรือระบุเส้นทางลักลอบนำเข้าทั้งหมดที่เข้าสู่รัสเซียได้ เป็นไปได้ว่าอาจมีเส้นทางอื่นนอกเหนือจากจีน





