วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบร่วง 3% รับ IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมัน  

ราคาน้ำมันดิบร่วง 3%  รับ IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมัน  

ราคาน้ำมันดิบร่วง 3% เมื่อคืน หลัง IEA ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ยืนยันยังคงเดินหน้าเจรจาโครงการนิวเคลียร์กับอิหร่าน 

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนชั่งน้ำหนักระหว่างการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2026 กับความเสี่ยงที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจยกระดับรุนแรงขึ้น

น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent)  สัญญาซื้อขายล่วงหน้าร่วงลง 1.88 ดอลลาร์ หรือ 2.71% ปิดที่ 67.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

น้ำมันดิบสหรัฐฯ เวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI)  ลดลง 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.77% ปิดที่ 62.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

IEA ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปีนี้จะเพิ่มขึ้นช้ากว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมคาดว่าจะยังมีอุปทานส่วนเกินในระดับสูง แม้จะมีเหตุขัดข้องด้านการผลิตที่กระทบต่ออุปทานในเดือนมกราคมก็ตาม

หลังรายงานรายเดือนของ IEA เผยแพร่ออกมา  ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ที่ก่อนหน้านี้ดีดตัวขึ้นจากความกังวลสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ก็กลับทิศมาปรับตัวลงและปิดในแดนลบ

ผู้นำสหรัฐยันเจรจากับอิหร่านต่อ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวหลังการหารือกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เมื่อวันพุธว่า ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายว่าจะเดินหน้าจัดการกับอิหร่านอย่างไร แต่ยืนยันว่าการเจรจากับเตหะรานจะดำเนินต่อไป

ทรัมป์ ยังกล่าวเมื่อวันอังคารว่า เขากำลังพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองไปยังตะวันออกกลาง หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ โดยยังไม่มีการกำหนดวันเวลาและสถานที่สำหรับการเจรจารอบถัดไป

ด้านปัจจัยพื้นฐาน น้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นมากได้จำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาตั้งแต่ช่วงแรก โดยข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 8.5 ล้านบาร์เรล แตะ 428.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลของรอยเตอร์คาดไว้มาก ซึ่งประเมินเพิ่มขึ้นเพียง 793,000 บาร์เรล

อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันของโรงกลั่นสหรัฐฯ  ลดลง 1.1 จุด มาอยู่ที่ 89.4% ในสัปดาห์ดังกล่าว ตามข้อมูลของ EIA

อัปเดตราคาเช้านี้ (13 ก.พ.69)  

บลูมเบิร์ก รายงานว่า WTI ส่งมอบเดือนมีนาคม ทรงตัวที่ 62.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ 07:31 น. ตามเวลาสิงคโปร์  

เบรนท์ ส่งมอบเดือนเมษายน ปิดลดลง 2.7%  ที่ 67.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันพฤหัสบดี

ราคาน้ำมันดิบมุ่งสู่การปรับตัวลงรายสัปดาห์ติดต่อกันครั้งแรกในปีนี้ ท่ามกลางบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดวงกว้าง ความกังวลต่อภาวะน้ำมันล้นตลาดทั่วโลก และแนวโน้มการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่อาจยืดเยื้อ

น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI)  ทรงตัวต่ำกว่า 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังร่วงเกือบ 3% เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่เบรนท์ปิดเหนือ 67 ดอลลาร์ หุ้นเอเชียคาดจะร่วงลงวันศุกร์ หลังวอลล์สตรีทและสินค้าโภคภัณฑ์ร่วงลงเพิ่มเติม

ด้านอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ กล่าวว่า การเจรจาอาจยืดเยื้อได้นานถึงหนึ่งเดือน ซึ่งลดโอกาสการดำเนินการทางทหารในระยะใกล้ที่อาจกระทบอุปทานน้ำมันในปัจจุบัน ผู้บริหารสหรัฐฯ กำลังมุ่งหาข้อตกลงทางการทูตเพื่อยับยั้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของสมาชิกโอเปกประเทศนี้

ขณะที่ IEA ย้ำว่าในปี 2026 จะมีน้ำมันล้นตลาดราว 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในแง่ค่าเฉลี่ยรายปี สต็อกน้ำมันทั่วโลกขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เกิดโรคระบาดปี 2020 ตามรายงานรายเดือนของหน่วยงาน