วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น ผู้ค้ายังหวั่นสหรัฐอาจจะโจมตีอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น ผู้ค้ายังหวั่นสหรัฐอาจจะโจมตีอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นเนื่องจากความตึงเครียดเกี่ยวสหรัฐ-อิหร่านบดบังสัญญาณการเพิ่มขึ้นของปริมาณสำรองน้ำมัน ตลาดยังกังวลสหรัฐอาจจะโจมตีอิหร่าน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า เช้าพุธนี้ (11ก.พ. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มุ่งเน้นไปที่อิหร่านมีน้ำหนักมากกว่ารายงานจากอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ที่ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากของปริมาณสำรองน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต(WTI) ปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปิดตลาดต่ำลงเล็กน้อยในวันอังคาร ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 69 ดอลลาร์

นักลงทุนประเมินรายงานหลายฉบับ รวมถึงรายงานที่ว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณายึดเรือบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกน้ำมันดิบจากอิหร่าน และรายงานที่สองที่ว่าอาจมีการส่งกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีอีกกลุ่มไปยังภูมิภาคหากการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านล้มเหลว

ขณะเดียวกัน ในสหรัฐฯ สมาคมอุตสาหกรรมปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (American Petroleum Industry) รายงานว่าปริมาณสำรองเพิ่มขึ้น 13.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว หากได้รับการยืนยันจากข้อมูลอย่างเป็นทางการ นั่นจะเป็นการเพิ่มขึ้นของคลังน้ำมันดิบที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 10% ในปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความพยายามล่าสุดของสหรัฐฯ ในการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้ว่าการเจรจาเบื้องต้นจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ผู้ค้าก็กังวลว่าหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อาจนำไปสู่การโจมตีเตหะรานโดยสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อการส่งออกน้ำมันจากประเทศสมาชิกโอเปก หรืออาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าผู้นำในเตหะราน “ต้องการทำข้อตกลง ผมคิดว่าพวกเขาคงโง่เขลาหากไม่ทำ” ตามคำกล่าวของทรัมป์ที่ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์ บิสซิเนส 

ผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดจะพบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลที่ทำเนียบขาวในวันพุธนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว

ผู้ค้าน้ำมันดิบจะจับตาดูรายงานรายเดือนจากโอเปกเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดโลกในภายหลังด้วย จากนั้นในวันพฤหัสบดี จะมีการวิเคราะห์จากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ ซึ่งได้เตือนมาโดยตลอดว่าปีนี้จะมีพลังงานล้นตลาดอย่างมาก เนื่องจากอุปทานมีมากกว่าความต้องการ