สัปดาห์แรกเดือนกุมภาพันธ์ มีเงินไหลเข้าสุทธิหุ้นไทย 1 หมื่นล้าน กลางแรงเขย่าหุ้นเทคโลก ขณะที่ เกาหลีใต้-ไต้หวัน ถูกเทขายหนักในเอเชีย
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า "เงินทุนต่างชาติ" ไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียอย่างรวดเร็วในสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ หลังหุ้นเทคโนโลยีเติบโตสูงทั่วโลกถูกเทขายจากความกังวลเกี่ยวกับงบลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ตลาด "เกาหลีใต้" และ "ไต้หวัน" เผชิญแรงกดดันหนัก
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 ก.พ. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นใน 7 ตลาดเอเชียประกอบด้วย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ รวม 9,790 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับยอดขายสุทธิทั้งเดือนมกราคมที่ราว 3,900 ล้านดอลลาร์
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี Nasdaq Composite ของสหรัฐร่วงลงสูงสุด 4.27% ขณะที่หุ้น Amazon ดิ่งราว 12.11% จากความกังวลต่อแผนเพิ่มงบลงทุนปี 2026 มากกว่า 50% ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความวิตกเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
รายงานของโนมูระ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศการลงทุนดังกล่าวได้กดดันหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียเช่นกัน
'เกาหลีใต้–ไต้หวัน' ถูกเทขายหนัก
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นเกาหลีใต้ 7,480 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว เทียบกับเงินไหลเข้าสุทธิ 446 ล้านดอลลาร์ตลอดเดือนม.ค. ส่วนตลาดไต้หวันเผชิญเงินทุนไหลออกสุทธิ 3,430 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียวกัน หลังเพิ่งมีเงินไหลเข้าสุทธิ 306 ล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า
โนมูระ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดตอกย้ำความจำเป็นในการกระจายการลงทุนและรักษาสมดุลพอร์ต โดยเฉพาะเมื่อมีการถือครองหุ้นในธีมยอดนิยมกระจุกตัวสูง
ในทางกลับกัน นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ "หุ้นอินเดีย" 897 ล้านดอลลาร์ จากความคาดหวังต่อข้อตกลงการค้ากับสหรัฐที่ปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียเหลือ 18% จาก 50%
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นอินเดีย 3,980 ล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 5 เดือน
วิลเลียม แบรตตัน จากธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันตลาดหุ้นอินเดียดูเหมือนจะผ่อนคลายลง และมองว่าอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนในระยะสั้นเอนเอียงไปในทางบวก
เงินไหลเข้าหุ้นไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์
ด้าน "ตลาดหุ้นไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์" มีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าสุทธิ 332 ล้านดอลลาร์ (กว่า 1 หมื่นล้านบาท), 103 ล้านดอลลาร์ และ 23 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ขณะที่ "เวียดนาม" เผชิญแรงขายสุทธิ 236 ล้านดอลลาร์
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางของตลาดหุ้นเอเชียต่อกระแสเงินทุนโลก โดยเฉพาะเมื่อความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุน AI และแนวโน้มผลตอบแทนในภาคเทคโนโลยีเริ่มกดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ที่มา: Reuters





