‘เงินหยวน’ พุ่งแข็งค่าสุดรอบเกือบ 2 ปี อยู่ที่ประมาณ 6.91 หยวนต่อดอลลาร์ หลังจีนสั่งแบงก์ใหญ่ลดถือครอง ‘บอนด์สหรัฐ’
บลูมเบิร์กรายงานว่า “เงินหยวน” พุ่งแรงจนแตะระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2566 หลังจากมีกระแสข่าวว่าทางการจีนขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์จำกัดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
การลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของจีนในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงแนวโน้มทั่วโลกที่พยายามกระจายความเสี่ยงออกจากสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเร่งให้เกิดการดึงเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ของจีน และกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์นี้ ส่งผลให้ทั้งค่าเงินหยวนในประเทศ และนอกประเทศแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีในวันนี้ (10 ก.พ.69) อยู่ที่ประมาณ 6.91 หยวนต่อดอลลาร์ ในตลาดฮ่องกงโดยตั้งแต่สิ้นเดือนก.ย.เงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นราว 3%
ปัจจัยหลักดัน 'หยวน' แข็งค่า
สาเหตุหลักที่เงินหยวนแข็งค่ามาจากความอ่อนแอของดอลลาร์ ซึ่งเกิดจากความกังวลต่อนโยบายการคลัง และการค้าของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังส่งสัญญาณยอมรับการแข็งค่าของเงินหยวนมากขึ้น ประกอบกับมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างหนาแน่นในช่วงที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังมีแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนได้กระตุ้นให้ธนาคารต่างๆ จำกัดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และสั่งให้ธนาคารที่มีสัดส่วนการถือครองสูงลดระดับการลงทุนลง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุเป้าหมายหรือระยะเวลาที่ชัดเจน และคำสั่งนี้ไม่ได้รวมถึงทุนสำรองระหว่างประเทศที่รัฐบาลจีนถือครองอยู่โดยตรง
มาร์ค แครนฟิลด์ นักวิเคราะห์จาก Bloomberg มองว่า การเตือนธนาคารเรื่องการถือครองพันธบัตรสหรัฐ เป็นสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นในยุโรป และเอเชียด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อเงินหยวนเพราะนักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาทางเลือกในการถือครองสกุลเงินอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มมองเห็นการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ด้านค่าเงินของจีน โดยเฉพาะเป้าหมายของประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ที่ต้องการสร้าง "สกุลเงินที่ทรงพลัง" ตามที่มีรายงานผ่านสื่อของรัฐเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือเงินหยวนมากยิ่งขึ้น
คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก Pepperstone Group ให้ความเห็นว่า การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินหยวนกลายเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแรงขายดอลลาร์ในภาพรวม เนื่องจากธนาคารกลางจีนได้เปลี่ยนท่าทีจากการรักษาเสถียรภาพ มาเป็นการยอมเปิดทางให้เงินหยวนแข็งค่าได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค และคู่ค้าของจีนด้วย
อ้างอิง Bloomberg
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





