วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เงินหยวน’ แข็งค่าสุดรอบเกือบ 2 ปี หลังจีนสั่งแบงก์ลดถือ ‘บอนด์สหรัฐ’

‘เงินหยวน’ แข็งค่าสุดรอบเกือบ 2 ปี  หลังจีนสั่งแบงก์ลดถือ ‘บอนด์สหรัฐ’

‘เงินหยวน’ พุ่งแข็งค่าสุดรอบเกือบ 2 ปี อยู่ที่ประมาณ 6.91 หยวนต่อดอลลาร์ หลังจีนสั่งแบงก์ใหญ่ลดถือครอง ‘บอนด์สหรัฐ’

บลูมเบิร์กรายงานว่า “เงินหยวน” พุ่งแรงจนแตะระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2566 หลังจากมีกระแสข่าวว่าทางการจีนขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์จำกัดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

การลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของจีนในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงแนวโน้มทั่วโลกที่พยายามกระจายความเสี่ยงออกจากสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเร่งให้เกิดการดึงเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ของจีน และกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง

‘เงินหยวน’ แข็งค่าสุดรอบเกือบ 2 ปี  หลังจีนสั่งแบงก์ลดถือ ‘บอนด์สหรัฐ’

สถานการณ์นี้ ส่งผลให้ทั้งค่าเงินหยวนในประเทศ และนอกประเทศแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 ปีในวันนี้ (10 ก.พ.69)  อยู่ที่ประมาณ 6.91 หยวนต่อดอลลาร์  ในตลาดฮ่องกงโดยตั้งแต่สิ้นเดือนก.ย.เงินหยวนกลายเป็นสกุลเงินที่ทำผลงานดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นราว 3%

ปัจจัยหลักดัน 'หยวน' แข็งค่า

สาเหตุหลักที่เงินหยวนแข็งค่ามาจากความอ่อนแอของดอลลาร์ ซึ่งเกิดจากความกังวลต่อนโยบายการคลัง และการค้าของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ 

 

 

นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยังส่งสัญญาณยอมรับการแข็งค่าของเงินหยวนมากขึ้น ประกอบกับมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างหนาแน่นในช่วงที่ผ่านมา

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังมีแหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนได้กระตุ้นให้ธนาคารต่างๆ จำกัดการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และสั่งให้ธนาคารที่มีสัดส่วนการถือครองสูงลดระดับการลงทุนลง 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุเป้าหมายหรือระยะเวลาที่ชัดเจน และคำสั่งนี้ไม่ได้รวมถึงทุนสำรองระหว่างประเทศที่รัฐบาลจีนถือครองอยู่โดยตรง

มาร์ค แครนฟิลด์ นักวิเคราะห์จาก Bloomberg มองว่า การเตือนธนาคารเรื่องการถือครองพันธบัตรสหรัฐ เป็นสัญญาณที่อาจเกิดขึ้นในยุโรป และเอเชียด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นผลดีต่อเงินหยวนเพราะนักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาทางเลือกในการถือครองสกุลเงินอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มมองเห็นการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ด้านค่าเงินของจีน โดยเฉพาะเป้าหมายของประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ที่ต้องการสร้าง "สกุลเงินที่ทรงพลัง" ตามที่มีรายงานผ่านสื่อของรัฐเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือเงินหยวนมากยิ่งขึ้น

คริส เวสตัน หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก Pepperstone Group ให้ความเห็นว่า การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินหยวนกลายเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแรงขายดอลลาร์ในภาพรวม เนื่องจากธนาคารกลางจีนได้เปลี่ยนท่าทีจากการรักษาเสถียรภาพ มาเป็นการยอมเปิดทางให้เงินหยวนแข็งค่าได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค และคู่ค้าของจีนด้วย

 

 

อ้างอิง Bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์