การปรับเงื่อนไขเงินอุดหนุนรถพลังงานสะอาดของญี่ปุ่น กำลังเขย่าความได้เปรียบด้านราคาของ BYD ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจัง เมื่อรถจากค่ายญี่ปุ่น และสหรัฐได้อานิสงส์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่ BYD กลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า “BYD” ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน กำลังเพิ่มรุ่นรถยนต์ในญี่ปุ่นด้วยการนำรถปลั๊กอินไฮบริด (PHV) เข้ามาจำหน่าย หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นปรับเงื่อนไขเงินอุดหนุนรถพลังงานสะอาดใหม่ จนทำให้รถของ BYD ไม่ได้เปรียบด้านราคาเหมือนเดิม
“การเปลี่ยนแปลงเงินอุดหนุน ทำให้เราเสียเปรียบอย่างมาก ถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบาก” อัตสึกิ โทฟุกุจิ ประธาน BYD Auto Japan กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ในการเจรจาภาษี กับรัฐบาลทรัมป์ ญี่ปุ่นตกลงจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในสหรัฐ “ได้รับเงินอุดหนุนได้ง่ายขึ้น” โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มเพดานเงินอุดหนุนสำหรับรถบางรุ่นตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาอีก 400,000 เยน
วงเงินที่เพิ่มขึ้น คำนวณจากจำนวนเงินที่รถรุ่นนั้นเคยได้รับก่อนหน้า โดยรถจากผู้ผลิตอย่าง Toyota Motor และ Tesla ได้รับเพิ่มเต็มจำนวน 400,000 เยน ทำให้ได้เงินอุดหนุนรวมสูงกว่า 1 ล้านเยน
ขณะที่รถของ BYD ก่อนหน้านี้ ได้รับอุดหนุนเพียง 350,000 เยน และภายใต้กรอบใหม่ จำนวนดังกล่าวกลับ “ไม่ได้เพิ่มขึ้น”
ผลที่ตามมาคือ ในกลุ่มเอสยูวีไฟฟ้า Toyota bZ4X กลายเป็นรถที่มีราคาที่แท้จริง “ถูกกว่า” BYD Atto 3 โดยโทฟุกุจิระบุว่าสถานการณ์นี้ว่า “เสียเปรียบอย่างมาก”
ตั้งแต่เดือนมกราคม Nissan Motor เริ่มจำหน่าย Leaf รุ่นใหม่ และ Suzuki Motor เปิดตัวรถ EV รุ่นแรก e Vitara ซึ่งคาดว่าเงินอุดหนุนจะช่วยกระตุ้นยอดขายของทั้งสองรุ่น ขณะที่ BYD ซึ่งขึ้นชื่อด้านความสามารถในการแข่งขันด้านราคา จะทำได้ยากขึ้นภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้
BYD จึงหันมาใช้รถปลั๊กอินไฮบริดเป็นคำตอบ PHV ผสานมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์สันดาป ทำให้เดินทางไกลได้โดยไม่กังวลเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
ในจีน BYD กำลังเผชิญความยากลำบากในการขยายยอดขาย เนื่องจากการยกเว้นภาษีเต็มรูปแบบสำหรับการซื้อรถ EV และรถพลังงานใหม่อื่นๆ จะ “ถูกลดลงครึ่งหนึ่ง” ในปี 2026 โดยในปีที่แล้ว กว่า 70% ของยอดขายรถใหม่ของ BYD มาจากตลาดจีน ดังนั้นในระยะต่อไป บริษัทจำเป็นต้องสร้างรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น
BYD ยังเร่งเกมรุกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยอดขายในประเทศไทยปี 2025 เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบรายปี สู่ราว 43,000 คัน ตามข้อมูลของ S&P Global Mobility
หาก BYD สามารถเสริมความน่าเชื่อถือในญี่ปุ่นได้ บริษัทจะสามารถทำตลาดรถของตนในฐานะตัวเลือก “คุณภาพสูง ราคาประหยัด” เพื่อหนุนยอดขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่นๆ ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประตูสู่การขยายยอดขายทั่วโลก
อ้างอิง: nikkei
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





