วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่น ‘เปลี่ยนกติกาอุดหนุน EV’ ทำ BYD ‘เสียเปรียบ’ ราคาตลาด

ญี่ปุ่น ‘เปลี่ยนกติกาอุดหนุน EV’ ทำ BYD ‘เสียเปรียบ’ ราคาตลาด

การปรับเงื่อนไขเงินอุดหนุนรถพลังงานสะอาดของญี่ปุ่น กำลังเขย่าความได้เปรียบด้านราคาของ BYD ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจัง เมื่อรถจากค่ายญี่ปุ่น และสหรัฐได้อานิสงส์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ขณะที่ BYD กลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า “BYD” ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน กำลังเพิ่มรุ่นรถยนต์ในญี่ปุ่นด้วยการนำรถปลั๊กอินไฮบริด (PHV) เข้ามาจำหน่าย หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นปรับเงื่อนไขเงินอุดหนุนรถพลังงานสะอาดใหม่ จนทำให้รถของ BYD ไม่ได้เปรียบด้านราคาเหมือนเดิม

“การเปลี่ยนแปลงเงินอุดหนุน ทำให้เราเสียเปรียบอย่างมาก ถือเป็นการเริ่มต้นที่ยากลำบาก” อัตสึกิ โทฟุกุจิ ประธาน BYD Auto Japan กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ในการเจรจาภาษี กับรัฐบาลทรัมป์ ญี่ปุ่นตกลงจะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในสหรัฐ “ได้รับเงินอุดหนุนได้ง่ายขึ้น” โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มเพดานเงินอุดหนุนสำหรับรถบางรุ่นตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาอีก 400,000 เยน 

วงเงินที่เพิ่มขึ้น คำนวณจากจำนวนเงินที่รถรุ่นนั้นเคยได้รับก่อนหน้า โดยรถจากผู้ผลิตอย่าง Toyota Motor และ Tesla ได้รับเพิ่มเต็มจำนวน 400,000 เยน ทำให้ได้เงินอุดหนุนรวมสูงกว่า 1 ล้านเยน 

ขณะที่รถของ BYD ก่อนหน้านี้ ได้รับอุดหนุนเพียง 350,000 เยน และภายใต้กรอบใหม่ จำนวนดังกล่าวกลับ “ไม่ได้เพิ่มขึ้น”

ผลที่ตามมาคือ ในกลุ่มเอสยูวีไฟฟ้า Toyota bZ4X กลายเป็นรถที่มีราคาที่แท้จริง “ถูกกว่า” BYD Atto 3 โดยโทฟุกุจิระบุว่าสถานการณ์นี้ว่า “เสียเปรียบอย่างมาก”

ตั้งแต่เดือนมกราคม Nissan Motor เริ่มจำหน่าย Leaf รุ่นใหม่ และ Suzuki Motor เปิดตัวรถ EV รุ่นแรก e Vitara ซึ่งคาดว่าเงินอุดหนุนจะช่วยกระตุ้นยอดขายของทั้งสองรุ่น ขณะที่ BYD ซึ่งขึ้นชื่อด้านความสามารถในการแข่งขันด้านราคา จะทำได้ยากขึ้นภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้

BYD จึงหันมาใช้รถปลั๊กอินไฮบริดเป็นคำตอบ PHV ผสานมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์สันดาป ทำให้เดินทางไกลได้โดยไม่กังวลเรื่องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว 

ในจีน BYD กำลังเผชิญความยากลำบากในการขยายยอดขาย เนื่องจากการยกเว้นภาษีเต็มรูปแบบสำหรับการซื้อรถ EV และรถพลังงานใหม่อื่นๆ จะ “ถูกลดลงครึ่งหนึ่ง” ในปี 2026 โดยในปีที่แล้ว กว่า 70% ของยอดขายรถใหม่ของ BYD มาจากตลาดจีน ดังนั้นในระยะต่อไป บริษัทจำเป็นต้องสร้างรายได้จากต่างประเทศมากขึ้น

BYD ยังเร่งเกมรุกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยอดขายในประเทศไทยปี 2025 เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบรายปี สู่ราว 43,000 คัน ตามข้อมูลของ S&P Global Mobility

หาก BYD สามารถเสริมความน่าเชื่อถือในญี่ปุ่นได้ บริษัทจะสามารถทำตลาดรถของตนในฐานะตัวเลือก “คุณภาพสูง ราคาประหยัด” เพื่อหนุนยอดขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่นๆ ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประตูสู่การขยายยอดขายทั่วโลก
 

 

 

อ้างอิง: nikkei

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์