วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์มั่นใจ ‘เควิน วอร์ช’ ตัวเต็งประธานเฟดใหม่ ดัน GDP สหรัฐพุ่ง 15%

ทรัมป์มั่นใจ  ‘เควิน วอร์ช’ ตัวเต็งประธานเฟดใหม่ ดัน GDP สหรัฐพุ่ง 15%

ทรัมป์มั่นใจ ‘เควิน วอร์ช’ ตัวเต็งประธานเฟดคนใหม่ สามารถดัน GDP สหรัฐพุ่ง 15% ท้าทายสถิติย้อนหลัง 50ปีที่โตเฉลี่ย 2.8% ถ้าได้ทำงานเต็มที่ ยอมรับพลาดที่เลือก ‘พาเวล’

บลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” กล่าวว่า “เควิน วอร์ช” (Kevin Warsh) ตัวเก็งที่เขาเลือกให้มาดำรงตำแหน่ง ประธานเฟดคนใหม่  สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตในอัตรา 15% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่มองโลกในแง่ดีเกินไป พร้อมเน้นย้ำถึงแรงกดดันที่วอร์ชจะต้องเผชิญหากได้รับการยืนยันให้ดำรงตำแหน่ง  

ทรัมป์ เผยว่าในการคัดเลือกครั้งก่อน วอร์ช คือตัวเต็งอันดับสอง พร้อมยอมรับว่าการตัดสินใจเลือก "เจอโรม พาวเวล" ประธานเฟดคนปัจจุบันในตอนนั้น ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเขา

ทรัมป์ระบุว่า หากวอร์ชได้ทำหน้าที่เศรษฐกิจสหรัฐอาจเติบโตได้ถึง 15% หรือมากกว่านั้น โดยเขากล่าวกับ "แลร์รี คุดโลว์" อดีตที่ปรึกษาเศรษฐกิจว่า วอร์ชเป็นบุคคลที่มีคุณภาพสูงมากและจะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 15% ที่ทรัมป์อ้างถึงนั้นยังไม่ชัดเจนว่าวัดจากเกณฑ์ใด เนื่องจากปกติเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.8% ต่อปีในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา และการที่ GDP จะโตเกิน 15% นั้นแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย ยกเว้นช่วงสั้นๆ ในปี 2563 หลังการกลับมาเปิดเมืองหลังวิกฤติโควิด-19

ในการคัดเลือกประธานเฟดครั้งนี้ ทรัมป์ เน้นย้ำว่าต้องการคนที่สนับสนุนนโยบายลดภาษี โดยเขาประกาศชัดเจนว่าหากวอร์ชคิดจะขึ้นภาษี เขาก็จะไม่เลือกวอร์ชเข้ามาทำหน้าที่นี้เด็ดขาด

การตั้งเป้าหมายที่สูงลิ่วเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าทรัมป์ต้องการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เพื่อสร้างผลงานก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งมักจะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับพรรคของประธานาธิบดีที่กำลังดำรงตำแหน่ง

แต่เส้นทางของวอร์ชอาจไม่ราบรื่น เพราะวุฒิสมาชิก "ทอม ทิลลิส" จากพรรครีพับลิกันประกาศจะขัดขวางการแต่งตั้งตำแหน่งใดๆ ในเฟด จนกว่ารัฐบาลทรัมป์จะยุติการใช้กระทรวงยุติธรรมสอบสวนพาวเวลในประเด็นโครงการปรับปรุงอาคารของเฟด

เมื่อถูกถามว่าการเดินหน้าสอบสวนพาวเวลล์จะทำให้การแต่งตั้งวอร์ชล่าช้าไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่ ทรัมป์ตอบเพียงว่าต้องรอดูกันไป และเขาก็ไม่กังวลหากกระบวนการจะดีเลย์ออกไปบ้าง

นักวิเคราะห์มองว่าคำพูดของทรัมป์สร้างความเสี่ยงให้วอร์ช เพราะเขาส่งสัญญาณว่าไม่กังวลเรื่องเงินเฟ้อเลย ทั้งที่โดยปกติแล้ว หากเศรษฐกิจโตเร็วถึง 15% เงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งปัจจุบันเงินเฟ้อในสหรัฐยังอยู่ในระดับที่น่ากังวลอยู่แล้ว

ในขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2569 แต่นักลงทุนในตลาดยังคงคาดหวังว่าปีนี้จะมีการลดดอกเบี้ยถึง 2 ครั้ง

ทั้งนี้ พาวเวลเคยได้รับตำแหน่งต่อโดยโจ ไบเดน แต่มักถูกทรัมป์โจมตีอย่างหนักเรื่องการไม่ยอมลดดอกเบี้ยตามสั่ง และทรัมป์ยังพยายามทำลายธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมานาน โดยการเข้าไปแทรกแซงความเป็นอิสระของเฟด