เมื่อเอ่ยถึงประเทศ “อียิปต์” ชื่อนี้อาจเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของนักเดินทาง หรือเป็นดินแดนในจินตนาการของเด็กหญิงผู้อ่านการ์ตูน “คำสาปฟาโรห์”
แต่สำหรับนักธุรกิจไทย อียิปต์คือ “โอกาส” เมื่ออุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา นำคณะนักธุรกิจไทยร่วมโครงการเพิ่มพูนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอียิปต์ มุ่งหน้าสู่กรุงไคโร ระหว่างวันที่ 10-15 ก.พ. ก่อนเดินทางอุรษาได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับกรุงเทพธุรกิจ ถึงที่มาที่ไปของโครงการ
- จากการทูตเศรษฐกิจสู่อียิปต์
อุรษา - สำหรับคณะที่กระทรวงต่างประเทศจะนำไปเยือนอียิปต์ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการทูตเศรษฐกิจที่กระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการ และให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ที่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียใต้ แอฟริกา และตะวันออกกลาง
สำหรับภูมิภาคแอฟริกา ท่านรัฐมนตรีเพิ่งประกาศย้ำข้อริเริ่มไทย-แอฟริกา (Thailand Africa Initiative: TAI) เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2568 โดยเชิญคณะทูตานุทูตในประเทศไทย และคณะทูตแอฟริกาที่มีถิ่นพำนักในต่างประเทศแต่อาณาเขตการดูแลครอบคลุมมาถึงไทย รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไนจีเรียที่อยู่ระหว่างการเยือนไทยมาร่วมเป็นเกียรติในงานนี้ด้วย
- รู้จัก TAI
อุรษา -ทีเอไอมี 4 มิติ ได้แก่ การเมือง เศรษฐกิจ ความร่วมมือด้านการพัฒนา และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ แต่ละด้านเป็นการส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศในภูมิภาคแอฟริกา แต่วันนี้ที่คุยกันขอเน้นด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเราจะเน้นการ เพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับแอฟริกาเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน เพิ่มมูลค่าการลงทุนในสาขาที่ไทยมีศักยภาพและมีคุณค่าต่อแอฟริกา ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนการเงินภาคธุรกิจไทย แอฟริกา ส่งเสริมการเจรจาการค้าระดับภูมิภาคของสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้ไทยกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทำความตกลงการค้าเสรีกับ Southern African Customs Union (SACU)
- ทำไมต้องอียิปต์
อุรษา - สำหรับทริปที่เรากำลังจะเดินทางไปอียิปต์ในครั้งนี้นอกจากอียิปต์อยู่ในแอฟริกาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีเอไอแล้ว อียิปต์ยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ ประชากร 110 ล้านคน เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในภูมิภาคแอฟริกาเหนือ มูลค่าการค้ารวมขณะนี้เกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์
ไทยได้เปรียบดุลการค้าประมาณ 650 ล้านดอลลาร์ และเรานำเข้าประมาณ 160 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ทั้งไทยและอียิปต์เห็นตรงกันว่ายังเพิ่มขึ้นได้อีก เพราะต่างมองเห็นในศักยภาพของกันและกัน
อียิปต์ยอมรับสินค้าไทยทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม สินค้าไทยเป็นที่นิยม แน่นอนว่าเมื่อเราต้องการที่จะขยายตลาดของไทยเพิ่มมากขึ้น อียิปต์ย่อมเป็นตลาดที่เรามองว่ามีความโดดเด่นเรายังทำตลาดกันได้อีกมาก
- จุดแข็งของอียิปต์
อุรษา - เรามองว่าเขาเป็นประตูการค้าสำคัญสู่แอฟริกาตะวันออกกลาง ยุโรปและสหรัฐได้เนื่องจากมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ มีท่าเรือขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งของคลองสุเอซ อันนี้ในด้านโลจิสติกส์แล้วมันใช่เลย แล้วอียิปต์ยังทำความตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศและกับอียูด้วย ความได้เปรียบเหล่านี้เหมาะที่จะเป็นฐานการผลิตและการกระจายสินค้าสำหรับนักลงทุนไทย
และที่สำคัญคืออียิปต์มีนโยบาย investment diplomacy ในขณะที่เรามี economic diplomacy อียิปต์ต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เน้นในสามสาขา ได้แก่ อาหาร สิ่งทอ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น พลังงานสะอาด, กรีนไฮโดรเจน ซึ่งตรงกับที่เรามี
การนำนักธุรกิจไปอียิปต์ครั้งนี้มีเกือบ 30 ราย ทั้งด้านอาหาร อาหารแปรรูป เกษตร พลังงาน รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อที่จะไปจับคู่ธุรกิจ (business matching) กับฝ่ายอียิปต์ แล้วเรายังได้เชิญผู้แทนเอ็กซิมแบงก์ของไทย และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลไปด้วย
- บทบาทเอ็กซิมแบงก์
อุรษา - เขาจะไปช่วยประเมินความเสี่ยงของผู้ซื้อและให้สินเชื่อ ซึ่งจะทำให้ทำธุรกรรมกันได้อย่างมั่นใจและง่ายขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับฝ่ายไทยและฝ่ายอียิปต์
หลายประเทศในแอฟริกามีกำลังซื้อสูง เขาเองก็มีความต้องการซื้อสินค้าจากไทย แต่อาจมีข้อจำกัด เช่น กฎระเบียบไม่สอดคล้องกัน ฝ่ายไทยเองก็อยากประเมินความเสี่ยงจากฝ่ายเขาเหมือนกัน เพราะว่าอาจจะไม่เคยทำการค้าขายกันมาก่อน ไปหาข้อมูลที่อื่นอาจไม่มีมากนัก ก็เลยให้เอ็กซิมแบงก์เข้ามาช่วยเรา
อียิปต์เป็นที่ตั้งของเอ็กซิมแบงก์แอฟริกา เราก็เลยอยากให้เอ็กซิมแบงก์ของไทยกับของแอฟริกา หารือกันเพื่อที่จะช่วยกันดูว่ามีแพลตฟอร์มความร่วมมือไหนที่สามารถอำนวยความสะดวกต่อการค้า การลงทุนระหว่างไทยกับแอฟริกาได้
ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่กระทรวงต่างประเทศพยายามที่จะนำร่องเข้าไปตามข้อริเริ่มทีเอไอ
- แอฟริกาไม่ใช่ตลาดใหม่
อุรษา - จริงๆ แอฟริกา เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง เราทำการค้ากับเขามานานหลายทศวรรษแล้ว เพียงแต่มีข้อจำกัดหลายหลายประการ อาจจะด้วยระยะทาง การขนส่ง การบินไม่เชื่อมต่อกันนัก แม้แต่ในแอฟริกาเองบางทีประเทศใกล้ๆ ก็ไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องบินอ้อม นี่คืออุปสรรคประการหนึ่ง แล้วก็มีเรื่องภาษา จึงเป็นตลาดที่ไม่ง่าย แต่เป็นภูมิภาคที่มีกำลังซื้อ มีความนิยมชมชอบสินค้าไทย ดังนั้นถ้าจะเพิ่มพูนตลาด ภาครัฐอย่างกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องเป็นหัวหอกเข้าไปลุย
- โอกาสสำหรับธุรกิจไทย
อุรษา - ในอียิปต์ สินค้าออกสำคัญที่ผ่านมาของเราคืออาหารทะเลกระป๋อง อาหารทะเล อาหารแปรรูป รถยนต์ชิ้น ส่วนรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยางไม้แปรรูป คราวนี้เราก็นำเอาภาคธุรกิจแนวๆนี้ไปรวมทั้งพลังงาน มีเอสซีจีไปด้วย มีหลายหลายบริษัทชั้นนำของไทยในเรื่องอาหารและอาหารแปรรูป เราก็อยากที่จะไปกระจายตลาดของเราให้เพิ่มขึ้นอีก หาลูกค้าเพิ่ม
- ความคาดหวังจากการไปเยือน
อุรษา - เราพยายามที่จะสร้างกลไกรองรับอำนวยความสะดวกจับคู่เชื่อมโยงให้ ที่ผ่านมาเราทำมาแล้วสามครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 เท่าที่ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโรก็แจ้งว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง มีการลงนามทำสัญญาค้าขายกัน ทางสถานทูตอียิปต์ประจำประเทศไทยเองก็เห็นว่ากิจกรรมนี้มีประโยชน์มากในการเชื่อมโยงสองฝ่าย
ท่านเอกอัครราชทูตอียิปต์ประจำประเทศไทยก็สนับสนุนโครงการและอยากให้เราทำต่อเนื่อง เพราะว่าเขามีเขตอุตสาหกรรมที่คลองสุเอซ ตอนนี้มีบริษัทไทยไปลงทุนอยู่แล้วชื่อ Hitech Apparel ลงทุน 20 ล้านดอลลาร์ จ้างงานกว่า 4,000 ตำแหน่งจะเริ่มผลิตในปีนี้ ซึ่งท่านทูตอียิปต์ประจำประเทศไทยบอกเลยว่าเป็นการเปิดศักราชการลงทุนของไทยในอียิปต์ที่ดีมาก อยากให้มีแบบนี้เข้าไปอีก
- การเมืองสมูธ เดินหน้านโยบาย
อุรษา - ท่านสีหศักดิ์มีนโยบายมองไปข้างหน้ามาก อย่างกรณีแอฟริกาที่ประกาศย้ำโครงการไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา เราทำแอคชันแพลนตามบัญชาท่านเพื่อถอดทีเอไอลงไปสู่การปฏิบัติ เมื่อท่านรับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่ กระทรวงการต่างประเทศก็สามารถทำต่อไปได้เลย ท่านรัฐมนตรีมีแผนไปเยือนแอฟริกาด้วยตนเองอีกด้วย เป็นการเปิดประตูแอฟริกาตามทีเอไอและการทูตเศรษฐกิจให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เกิดผลเป็นรูปธรรม ส่งผลดีต่อประชาชน





