แคนาดาเปิดเกมใหม่ ดึงค่าย 'อีวีจีน' ร่วมทุนผลิตรถส่งออกทั่วโลก หวังลดพึ่งพาสหรัฐและพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ
เมลานี โจลี รัฐมนตรีอุตสาหกรรมแคนาดา เปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า รัฐบาลแคนาดากำลังผลักดันแผนดึงดูดการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ร่วมทุนกันระหว่าง "แคนาดา" และ "จีน" เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ส่งออกไปยังตลาดโลก
ปัจจุบันมีบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ของแคนาดา เช่น Magna International Inc., Linamar Corp. และ Martinrea International Inc. มีฐานการดำเนินงานในจีนอยู่แล้ว และอาจเข้าร่วมในโปรเจกต์โรงงานประกอบร่วมทุนในแคนาดา
“เราเชื่อว่าบริษัทแชมป์เปี้ยนแคนาดาเหล่านี้สามารถร่วมมือกับผู้ผลิตอีวีของจีน เพื่อสร้างรถยนต์ 'แคนาดา–จีน' และส่งออกไปทั่วโลกได้” โจลีกล่าวเมื่อวันศุกร์
การเปิดเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์จีน ถือเป็นการ "เปลี่ยนท่าที" สำคัญของรัฐบาลแคนาดา ซึ่งต้องการลดการพึ่งพา "ตลาดสหรัฐ" และเสริมสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ก่อนหน้านี้ แคนาดาเคยระบุว่าจีนอุดหนุนผู้ผลิตรถอีวีของตนเองอย่างไม่เป็นธรรม และมีข้อกังวลด้านความมั่นคงเกี่ยวกับเทคโนโลยีในรถยนต์ ทำให้แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นภาษีนำเข้าอีวีจีนในระดับสูง อยู่ที่ราว 100% ก่อนที่ล่าสุดเมื่อเดือนม.ค. 2026 จะประกาศลดภาษีลงมาอยู่ที่ประมาณ 6% หลังจากที่นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง และได้บรรลุความตกลงด้านเศรษฐกิจร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องอีวีจีน และสินค้าเกษตรแคนาดา
“เราสามารถหาวิธีจัดการซอฟต์แวร์ในรถให้ตอบโจทย์ข้อกังวลด้านความมั่นคงได้” รมว.แคนาดากล่าว “เราเชื่อว่าสามารถกำหนดมาตรฐานแรงงานให้สอดคล้องกับสิ่งที่แคนาดายอมรับ และสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศจากการลงทุนเหล่านี้ได้”
ปัจจุบันกำลังมี “การหารืออย่างจริงจัง” เกี่ยวกับบทบาทของบริษัทในประเทศที่จะเข้ามาเสริมการลงทุนของจีนในอุตสาหกรรมยานยนต์แคนาดา ซึ่งรวมถึง "QNX" บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีสำนักงานใหญ่ในออตตาวา และเป็นบริษัทในเครือของ BlackBerry Ltd. ขณะที่รมว.แคนาดายังได้พบกับผู้ผลิตรถยนต์จีน ได้แก่ BYD Co. Ltd. และ Chery Automobile Co. ระหว่างการเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนที่แล้วด้วย
รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันว่า รถอีวีที่พัฒนาร่วมกันยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก แม้ว่าต้นทุนแรงงานในแคนาดาจะสูงกว่าจีนก็ตาม โดยยกตัวอย่าง "Honda Motor Co." ที่ผลิตรถยนต์รุ่น Civic ซึ่งมีราคาจับต้องได้ในรัฐออนแทรีโอ
บลูมเบิร์กระบุว่า เป้าหมายของแคนาดาในการดึงดูดการลงทุนจากจีน เป็นส่วนหนึ่งของการ "พักรบทางการค้า" ระหว่างนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในเดือนม.ค. โดยจีนตกลงทยอยยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากแคนาดา แลกกับการที่แคนาดายกเว้นภาษีนำเข้า 100% สำหรับรถอีวีที่ผลิตในจีนสูงสุดปีละ 49,000 คัน
ทั้งนี้ นายกฯ และรัฐมนตรีแคนาดาได้เปิดเผยยุทธศาสตร์ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ของแคนาดาเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยบริษัท General Motors Co. เพิ่งประกาศเลิกจ้างพนักงานในโรงงานที่แคนาดา และ Stellantis NV ยกเลิกแผนการกลับมาเปิดโรงงานผลิตรถจี๊ปใกล้โตรอนโต
หนึ่งในยุทธศาสตร์ของแคนาดาก็คือ การปรับแนวทางมาตรการตอบโต้ทางภาษี เพื่อให้รางวัลจูงใจบริษัทที่คงการผลิตไว้ในประเทศ
แคนาดายังคงเก็บภาษีตอบโต้รถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐ แต่เตรียมใช้ระบบเครดิตนำเข้า โดยบริษัทที่ผลิตรถในแคนาดามากขึ้น จะจ่ายภาษีนำเข้ารถจากสหรัฐน้อยลง และสามารถขายเครดิตส่วนเกินให้บริษัทอื่นได้ ปัจจุบันผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบนี้จะเป็น "บริษัทรถญี่ปุ่นสองแห่ง" ซึ่งคิดเป็นสามในสี่ของการผลิตรถยนต์ในแคนาดา
“นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งในการชดเชยบริษัทอย่าง Honda และ Toyota ที่กำลังเพิ่มการผลิตในแคนาดา” โจลีกล่าว “เป็นอีกช่องทางให้พวกเขาสร้างรายได้”
รัฐบาลคาร์นีย์ยังพยายามดึงดูดการลงทุนรถยนต์จากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะ "เกาหลีใต้" เนื่องจาก Hyundai Motor Co. และ Kia Corp. จำหน่ายรถยนต์จำนวนหลายแสนคันในแคนาดา แต่ยังไม่มีการผลิตในประเทศ ขณะที่รัฐบาลทั้งสองประเทศเพิ่งลงนามในข้อตกลงไม่ผูกพันทางกฎหมาย เพื่อขยายความร่วมมือในการสร้างฐานอุตสาหกรรมยานยนต์เกาหลีในแคนาดา





