บลูมเบิร์กเปิดมุมมองนักวิเคราะห์ไทย-ต่างชาติ วิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้ง ชัยชนะชัดเจนของขั้ว 'ภูมิใจไทย' หนุนความต่อเนื่องนโยบาย สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชัยชนะอย่างเด็ดขาดของ "พรรคภูมิใจไทย" ในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. มีแนวโน้มจะช่วยหนุน "ตลาดหุ้นและค่าเงินบาท" ของไทย ตามมุมมองของนักกลยุทธ์และนักเศรษฐศาสตร์บางราย โดย "ความต่อเนื่องทางนโยบาย" ถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับนักลงทุนที่ก่อนหน้านี้กังวลต่อความเสี่ยงเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมือง
ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยแตะระดับ 31.456 บาทต่อดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงเช้าที่ตลาดเอเชียวันจันทร์นี้ (9 ก.พ.) หลัง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน มีแนวโน้มคว้าที่นั่งมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 ที่นั่ง และอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาลผสม ขณะที่ "พรรคประชาชน" คู่แข่งหลัก ทำผลงานออกมาได้ต่ำกว่าที่คาด "สะท้อนแรงกระแทกต่อวาระปฏิรูปเชิงก้าวหน้าที่พรรคตั้งเป้าปรับโครงสร้างเชิงลึก"
เปิดมุมมองนักกลยุทธ์-นักเศรษฐศาสตร์ ไทยและต่างชาติ
เบรนแดน แม็คเคนนา - นักกลยุทธ์จากธนาคาร Wells Fargo
- ความต่อเนื่องทางนโยบายโดยรวมเป็นสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่เสถียรภาพในที่สุด ตลาดมักตอบรับเชิงบวกกับความชัดเจน และการที่พรรครัฐบาลชนะเลือกตั้งก็ช่วยเพิ่มความชัดเจนมากขึ้น
- ในระยะสั้นถือเป็นปัจจัยบวกต่อเงินบาท อย่างไรก็ตาม ในระยะกลางค่าเงินบาทน่าจะยังคงได้รับอิทธิพลจาก "ปัจจัยภายนอก" เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จีน และอื่นๆ
กษิดิศ จุณณวัตต์ - นักวิเคราะห์จาก Citigroup
- หุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีอำนาจต่อรองในการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญอย่าง "รัฐมนตรีพาณิชย์" และ "รัฐมนตรีคลัง" มากกว่าที่คาด ซึ่งน่าจะช่วยให้เกิดความต่อเนื่องทางนโยบาย และลดความเสี่ยงของการใช้นโยบายกระตุ้นระยะสั้นที่ไม่เสริมขีดความสามารถการแข่งขัน
- โอกาสเกิดแรงเทขายหลังเลือกตั้งไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากก่อนการเลือกตั้งมีกระแสเรื่องนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มากนัก ทำให้ความคาดหวังอยู่ในระดับต่ำ
- ย้ำมุมมองว่า ดัชนี SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1,450 จุด ภายในสิ้นปีนี้
(หมายเหตุ: ดัชนี SET ปิดที่ 1,354.01 จุดเมื่อวันศุกร์)
วี คูน ชอง - นักกลยุทธ์จากธนาคาร BNY
- เมื่อพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายที่สอดคล้องกันจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
- หากมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม "หุ้นไทย" อาจมีแนวโน้มเชิงบวกมากขึ้น ขณะที่ "ตลาดตราสารหนี้" อาจได้รับประโยชน์จากท่าทีผ่อนคลายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
- อย่างไรก็ตาม "ค่าเงินบาท" ยังคงแข็งค่ามากเกินไปเมื่อพิจารณาจากกระแสการค้าทองคำในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคท่องเที่ยวและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม
พูน พานิชพิบูลย์ - นักกลยุทธ์ Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย
- ผลการเลือกตั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลนำโดยพรรคภูมิใจไทยยังคงอยู่ในอำนาจ อาจถูกมองว่าเป็นสถานการณ์ที่ "เป็นมิตรต่อตลาดมากที่สุดในระยะสั้น" จากความต่อเนื่องทางนโยบายและการเดินหน้าสนับสนุนทางการคลังต่อการบริโภคและโครงสร้างพื้นฐาน
- ผลลัพธ์ดังกล่าวจะช่วยตอกย้ำความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และการมุ่งฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยพยุงอุปสงค์ภายในประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
- ในกรณีนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีอาจเคลื่อนไหวในระดับปานกลาง แต่มีแนวโน้มขยับขึ้นเล็กน้อย สะท้อนการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น แต่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในวงจำกัด
- ค่าเงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ จากแรงหนุนของรายได้ภาคท่องเที่ยวและมุมมองเชิงบวกต่อเสถียรภาพการเมือง
- "หุ้น" อาจเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์หลัก โดยกลุ่ม "ค้าปลีก ขนส่ง และท่องเที่ยว" มักปรับตัวดีกว่าตลาดเมื่อมีความชัดเจนด้านการคลัง
บุรินทร์ อดุลวัฒนะ - กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
- การที่พรรคภูมิใจไทยชนะด้วยเสียงข้างมากอย่างชัดเจน น่าจะทำให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ไม่ล่าช้า ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน
- ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลจะสามารถเดินหน้ากลยุทธ์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีก่อนการเลือกตั้งต่อไปได้ รวมถึงโครงการอุดหนุนเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น อาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน
- คาดว่าตลาดหุ้นจะตอบรับในเชิงบวกสำหรับความต่อเนื่องทางนโยบายเศรษฐกอจและความไม่แน่นอนที่ลดลง
ลวรรณยา เวนกาเตศวรัณ - นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร OCBC
- ผลการเลือกตั้งค่อนข้างชัดเจน "และถือเป็นผลลัพธ์เชิงบวก" เพราะตอกย้ำความต่อเนื่องทางนโยบาย พร้อมเปิดทางให้สามารถดำเนินมาตรการเชิงรุกมากขึ้นในระยะใกล้ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ
- ผลการเลือกตั้ง "ลดความจำเป็นในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม" โดยคาดว่า ธปท. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในปี 2026 สอดคล้องกับกรณีฐานที่เราประเมินไว้
ที่มา: Bloomberg





