ทองคำ ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ป้องกันความเสี่ยงทางการเมือง และเศรษฐกิจ แม้ต้องเผชิญราคาพุ่งสูงจากการเก็งกำไร ส่งผลให้ราคาใกล้แตะ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ธนาคารกลางจีน (PBOC) เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันเสาร์ (7 ก.พ.) ได้แสดงให้เห็นว่า ธนาคารกลางจีนขยายการซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ตามข้อมูลในเดือนมกราคม
ปริมาณทองคำสำรองของจีน เพิ่มขึ้นเป็น 74.19 ล้านทรอยออนซ์ ตามข้อมูลณสิ้นเดือนมกราคม หรือเพิ่มขึ้นจาก 74.15 ล้านทรอยออนซ์ จากเดือนก่อนหน้า
มูลค่าทองคำสำรองของจีน เพิ่มขึ้นเป็น 3.69 แสนล้านดอลลาร์ ณ ข้อมูลสิ้นเดือนที่แล้ว จากเดิม 3.19 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า ตามรายงานของธนาคารกลางจีน
แม้เดือนมกราคม ราคาทองคำปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ใกล้แตะ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
แต่แรงซื้อราคาทองคำกลับพังพาบลงอย่างรวดเร็ว หลังมีการเสนอชื่อเควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐคนต่อไป ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงต่ำสุดที่ 4,403.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์
ขณะนี้ ราคาทองคำอยู่ที่ประมาณ 4,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม สมาคมทองคำแห่งประเทศประเทศจีน ระบุว่า การซื้อขายทองคำของจีนลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน ในปี 2025 โดยลดลง 3.75% และเหลืออยู่ที่ 950 เมตริกตัน
แต่การซื้อทองคำแท่ง และเหรียญทองคำที่แสดงถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย กลับเพิ่มสูงขึ้นเป็นปีที่ที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น 35.14% ในปี 2025 และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการซื้อขายทองคำทั้งหมด
มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางจีนได้หยุดการซื้อขายทองคำต่อเนื่องยาวนานถึง 18 เดือน หรือถึงเดือนพฤษภาคม 2024 และกลับมาซื้ออีกครั้งในอีกหกเดือนต่อมา
หากแต่สถานการณ์ในจีนก่อนหน้านี้ มีปรากฏการณ์ชาวจีนแห่ขายทอง ชิงจังหวะราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ชาวจีนหลายสิบคนรุมเบียดเสียดหน้าเครื่องรับซื้อทองคำอัตโนมัติ ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ หวังนำเครื่องประดับที่สะสม และมรดกที่ได้มา ขายเปลี่ยนเป็นเงินสด เนื่องจากตอนนี้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
จีนเป็นประเทศที่มีการซื้อทองคำมากที่สุดในโลก เพราะตามธรรมเนียมแล้ว ครอบครัวต่างๆ จะซื้อทองคำมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษๆ เช่น วันเกิด และแต่งงาน
เมื่อราคาทองคำพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขในวันพฤหัสที่ผ่านมา (29 ม.ค.) เป็นเหตุผลที่ลูกค้าชาวจีนพากันรุมล้อมเครื่องรับซื้อทองคำอัตโนมัติของบริษัท Kinghood group
“ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ราคาทองคำจะพุ่งสูงขึ้นขนาดนี้” อู๋ วัย 54 ปี กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี โดยเธอต้องการขายเหรียญทองคำที่มีลวดลายแพนด้า ซึ่งซื้อไว้หลังคลอดลูกสาวในปี 2002
อู๋ยังเผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เธอได้ขายแหวนมรดกที่ได้รับจากพ่อ กับตู้รับซื้อทองคำอัตโนมัติ ซึ่งได้ราคาประมาณ 10,000 หยวน หรือประมาณ 1,400 ดอลลาร์ มีราคาเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,000 หยวน ครั้งที่แม่ของเธอได้เคยซื้อไว้เมื่อหลาย 10 ปีก่อน
โฆษณาแสดง ณ เครื่องรับซื้อทองคำอัตโนมัติแนะนำลูกค้าว่า ตอนนี้ราคาทองคำทรงตัวอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นช่วงเวลาเหมาะสมต่อการขายทองคำ
รายงานระบุว่า ตู้รับซื้อทองคำอัตโนมัติทำงานด้วยการใช้แขนของโรบอตหยิบทองคำขึ้นไปวางบนตาชั่ง ซึ่งอยู่ใต้แสงเลเซอร์ เพื่อวัดค่าความบริสุทธิ์ของทองคำ
ชาวจีนที่รอขายทองบอกกับเอเอฟพีว่า พวกเขารอคิวนานกว่า 1 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่คอยให้สัญญาณลำดับคิว และช่วยนำจี้ประดับ แหวนทองคำ และเหรียญที่ระลึกตามแต่ผู้นำมาขาย ไปไว้ยังช่องรับซื้อตู้อัตโนมัติ
นอกจากจะมีผู้ที่นำทองมาขายอย่างต่อเนื่องแล้ว เครื่องรับซื้อทองคำอัตโนมัติยังดึงดูดความสนใจของผู้เดินผ่านไปผ่านมา ซึ่งพากันตกตะลึงกับการเปลี่ยนท้องเป็นเงินมหาศาลในมุมหนึ่งของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้
อ้างอิง CNA





