วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

สหรัฐยอมจ่ายหนี้งวดแรกให้ UN หลัง UN เตือน ‘เงินใกล้หมดแล้ว’

สหรัฐยอมจ่ายหนี้งวดแรกให้ UN หลัง UN เตือน ‘เงินใกล้หมดแล้ว’

สหรัฐยอมจ่ายหนี้งวดแรกให้ UN เพื่อประคองไม่ให้องค์กรล้ม หลัง UN เตือน ‘เสี่ยงเงินหมด’ ในเร็ววัน โดยหนี้ส่วนใหญ่ ‘เป็นของสหรัฐ’

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐจะเริ่ม “จ่ายหนี้งวดแรก” หลายพันล้านดอลลาร์ที่ค้างชำระกับองค์การสหประชาชาติ (UN) ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตามคำให้สัมภาษณ์ของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็นกับรอยเตอร์สเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐย้ำว่า ยูเอ็นจำเป็นต้องเดินหน้า “การปฏิรูปองค์กร” ต่อไป

คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นทางโทรศัพท์ราวสองสัปดาห์หลังจากอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ออกมาเตือนถึงสถานะทางการเงินที่น่ากังวลของยูเอ็น โดยระบุว่า องค์กรซึ่งมีประเทศสมาชิก 193 ประเทศ กำลังเสี่ยงเผชิญ “ภาวะล้มละลายทางการเงินในเร็ววัน” จากการที่ประเทศสมาชิก ยังไม่ชำระค่าธรรมเนียม โดยหนี้ส่วนใหญ่ “เป็นของสหรัฐ”

“คุณจะได้เห็นการจ่ายเงินก้อนแรกในเร็ว ๆ นี้แน่นอน” ไมค์ วอลซ์ กล่าว

“จะเป็นเงินก้อนใหญ่พอสมควร เหมือนการวางมัดจำสำหรับค่าธรรมเนียมรายปีของเรา แม้ตัวเลขสุดท้ายจะยังไม่ตัดสินชัดเจน แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์”

เจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติระบุว่า กว่า 95% ของหนี้ค้างชำระในงบประมาณปกติของยูเอ็น เป็นหนี้ของสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเงิน 2.19 พันล้านดอลลาร์ ณ ต้นเดือนกุมภาพันธ์

ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐยังค้างชำระอีก 2.4 พันล้านดอลลาร์ สำหรับภารกิจรักษาสันติภาพทั้งในปัจจุบันและอดีต รวมถึง 43.6 ล้านดอลลาร์ สำหรับศาลและคณะตุลาการของยูเอ็น

ทั้งนี้ วิกฤติเงินทุนของ UN เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ กำลังถอยห่างจากความร่วมมือพหุภาคีในหลายด้าน

ตลอดช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง หนี้ค้างชำระของสหรัฐต่อยูเอ็นเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ในความเป็นจริงแล้ว สหรัฐมีประวัติค้างจ่ายเงินให้ยูเอ็นมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วก็ตาม

เจ้าหน้าที่ยูเอ็นระบุว่า สหรัฐไม่ได้จ่ายเงินสมทบงบประมาณปกติของยูเอ็นในปีที่แล้ว ทำให้ค้างอยู่ 827 ล้านดอลลาร์ และยังค้างเพิ่มอีก 767 ล้านดอลลาร์ สำหรับปี 2026

ภายใต้การบริหารของทรัมป์ สหรัฐไม่เพียงปฏิเสธการจ่ายเงินภาคบังคับให้กับงบประมาณปกติและงบภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็นเท่านั้น แต่ยัง “ตัดงบสนับสนุนแบบสมัครใจ” ให้กับหน่วยงานยูเอ็นที่มีงบประมาณของตนเอง และยังเดินหน้า “ถอนตัว” ออกจากองค์กรของยูเอ็นหลายแห่ง รวมถึงองค์การอนามัยโลก

สำหรับแนวทางปฏิรูป UN ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือ “การลดความซ้ำซ้อน” โดยยกตัวอย่างว่า ปัจจุบันมีมากถึง 7 หน่วยงานใน UN ที่มีภารกิจหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ไม่ว่าจะถกเถียงกันเรื่องโลกร้อนอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องมีถึงเจ็ดหน่วยงาน” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า สหรัฐยังสนับสนุนการควบรวมงานโลจิสติกส์และงานธุรการหลังบ้าน ของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมด้วย

“ระบบราชการของยูเอ็นขยายตัวใหญ่เกินไป และจำเป็นต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่านี้” วอลซ์กล่าว

นอกจากนี้ไมค์ วอลซ์อธิบายว่า สาเหตุหนึ่งที่สหรัฐค้างจ่ายเงินในภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็น มาจากความไม่สอดคล้องกันระหว่าง “กติกาของยูเอ็น” กับ “กฎหมายของสหรัฐ”

กล่าวคือ ยูเอ็นประเมินยอดเงินที่ต้องจ่ายไว้ระดับหนึ่ง แต่กฎหมายสหรัฐไม่อนุญาตให้จ่ายได้ครบตามนั้น

วอลซ์กล่าวว่า ปัญหานี้จะถูกนำไปแก้ไขในการเจรจาเรื่องการประเมินเงินสมทบรอบถัดไป ซึ่งเขาคาดว่า “จะเกิดขึ้นในปีหน้า”

อ้างอิง: reuters