สหรัฐยอมจ่ายหนี้งวดแรกให้ UN เพื่อประคองไม่ให้องค์กรล้ม หลัง UN เตือน ‘เสี่ยงเงินหมด’ ในเร็ววัน โดยหนี้ส่วนใหญ่ ‘เป็นของสหรัฐ’
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐจะเริ่ม “จ่ายหนี้งวดแรก” หลายพันล้านดอลลาร์ที่ค้างชำระกับองค์การสหประชาชาติ (UN) ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตามคำให้สัมภาษณ์ของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็นกับรอยเตอร์สเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐย้ำว่า ยูเอ็นจำเป็นต้องเดินหน้า “การปฏิรูปองค์กร” ต่อไป
คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นทางโทรศัพท์ราวสองสัปดาห์หลังจากอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ออกมาเตือนถึงสถานะทางการเงินที่น่ากังวลของยูเอ็น โดยระบุว่า องค์กรซึ่งมีประเทศสมาชิก 193 ประเทศ กำลังเสี่ยงเผชิญ “ภาวะล้มละลายทางการเงินในเร็ววัน” จากการที่ประเทศสมาชิก ยังไม่ชำระค่าธรรมเนียม โดยหนี้ส่วนใหญ่ “เป็นของสหรัฐ”
“คุณจะได้เห็นการจ่ายเงินก้อนแรกในเร็ว ๆ นี้แน่นอน” ไมค์ วอลซ์ กล่าว
“จะเป็นเงินก้อนใหญ่พอสมควร เหมือนการวางมัดจำสำหรับค่าธรรมเนียมรายปีของเรา แม้ตัวเลขสุดท้ายจะยังไม่ตัดสินชัดเจน แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์”
เจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติระบุว่า กว่า 95% ของหนี้ค้างชำระในงบประมาณปกติของยูเอ็น เป็นหนี้ของสหรัฐ ซึ่งคิดเป็นเงิน 2.19 พันล้านดอลลาร์ ณ ต้นเดือนกุมภาพันธ์
ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐยังค้างชำระอีก 2.4 พันล้านดอลลาร์ สำหรับภารกิจรักษาสันติภาพทั้งในปัจจุบันและอดีต รวมถึง 43.6 ล้านดอลลาร์ สำหรับศาลและคณะตุลาการของยูเอ็น
ทั้งนี้ วิกฤติเงินทุนของ UN เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ กำลังถอยห่างจากความร่วมมือพหุภาคีในหลายด้าน
ตลอดช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง หนี้ค้างชำระของสหรัฐต่อยูเอ็นเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ในความเป็นจริงแล้ว สหรัฐมีประวัติค้างจ่ายเงินให้ยูเอ็นมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วก็ตาม
เจ้าหน้าที่ยูเอ็นระบุว่า สหรัฐไม่ได้จ่ายเงินสมทบงบประมาณปกติของยูเอ็นในปีที่แล้ว ทำให้ค้างอยู่ 827 ล้านดอลลาร์ และยังค้างเพิ่มอีก 767 ล้านดอลลาร์ สำหรับปี 2026
ภายใต้การบริหารของทรัมป์ สหรัฐไม่เพียงปฏิเสธการจ่ายเงินภาคบังคับให้กับงบประมาณปกติและงบภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็นเท่านั้น แต่ยัง “ตัดงบสนับสนุนแบบสมัครใจ” ให้กับหน่วยงานยูเอ็นที่มีงบประมาณของตนเอง และยังเดินหน้า “ถอนตัว” ออกจากองค์กรของยูเอ็นหลายแห่ง รวมถึงองค์การอนามัยโลก
สำหรับแนวทางปฏิรูป UN ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญคือ “การลดความซ้ำซ้อน” โดยยกตัวอย่างว่า ปัจจุบันมีมากถึง 7 หน่วยงานใน UN ที่มีภารกิจหลักด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
“ไม่ว่าจะถกเถียงกันเรื่องโลกร้อนอย่างไร เราไม่จำเป็นต้องมีถึงเจ็ดหน่วยงาน” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า สหรัฐยังสนับสนุนการควบรวมงานโลจิสติกส์และงานธุรการหลังบ้าน ของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมด้วย
“ระบบราชการของยูเอ็นขยายตัวใหญ่เกินไป และจำเป็นต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่านี้” วอลซ์กล่าว
นอกจากนี้ไมค์ วอลซ์อธิบายว่า สาเหตุหนึ่งที่สหรัฐค้างจ่ายเงินในภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็น มาจากความไม่สอดคล้องกันระหว่าง “กติกาของยูเอ็น” กับ “กฎหมายของสหรัฐ”
กล่าวคือ ยูเอ็นประเมินยอดเงินที่ต้องจ่ายไว้ระดับหนึ่ง แต่กฎหมายสหรัฐไม่อนุญาตให้จ่ายได้ครบตามนั้น
วอลซ์กล่าวว่า ปัญหานี้จะถูกนำไปแก้ไขในการเจรจาเรื่องการประเมินเงินสมทบรอบถัดไป ซึ่งเขาคาดว่า “จะเกิดขึ้นในปีหน้า”
อ้างอิง: reuters





