นายจ้างในสหรัฐปลดพนักงานเดือนม.ค. สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 ขณะการจ้างงานใหม่ก็ลดลงต่ำสุดเช่นเดียวกัน สัญญาณร้ายตลาดแรงงานปีนี้
บริษัทจัดหางาน ชาลเลนเจอร์ เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส เปิดเผยรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.พ.69 ว่า จำนวนการ "ปลดพนักงาน" ในเดือนม.ค. ของ สหรัฐ พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤติซับไพรม์ปี 2009 เป็นต้นมา ขณะที่แผนการจ้างงานใหม่ก็ลดลงต่ำสุดในรอบ 17 ปีเช่นกัน
ในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา นายจ้างในสหรัฐประกาศปลดพนักงานรวม 108,435 ตำแหน่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 118% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 205% จากเดือนธ.ค.2025
ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดในรอบ 17 ปีของเดือนมกราคม นับตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเป็นช่วงเดือนท้ายๆ ของ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ในทศวรรษ 1930
สำหรับ ตัวเลขการจ้างงานใหม่ บริษัทต่างๆ ประกาศรับพนักงานใหม่เพียง 5,306 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของเดือนม.ค. นับตั้งแต่ปี 2009 เช่นกัน และเป็นปีที่บริษัทชาลเลนเจอร์เริ่มติดตามข้อมูลดังกล่าว โดยภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งนั้นสิ้นสุดอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.2009
แผนการจ้างงานใหม่ ลดลง 13% จากเดือนม.ค. 2025 และลดลง 49% จากเดือนธ.ค. 2025
ท่ามกลางกระแสการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ซึ่งมองว่า ตลาดแรงงาน อยู่ในภาวะ “ไม่รับเพิ่ม ไม่ปลดเพิ่ม” แต่ข้อมูลล่าสุดของชาลเลนเจอร์ในครั้งนี้กำลังบ่งชี้ว่า การปลดพนักงานอาจกำลังเร่งตัวขึ้น
“โดยทั่วไปแล้ว เรามักเห็นการปลดพนักงานจำนวนมากในไตรมาสแรก แต่ตัวเลขเฉพาะเดือนม.ค. ครั้งนี้ถือว่าสูง” แอนดี ชาลเลนเจอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงาน และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ของบริษัท กล่าว “นั่นหมายความว่าแผนส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งสะท้อนว่านายจ้างมีมุมมองต่อแนวโน้มปี 2026 ที่ไม่ค่อยสดใสนัก”
อย่างไรก็ตาม หากนายจ้างกำลังเพิ่มแผนพักงานพนักงาน (furlough) ซึ่งเป็นการให้พนักงานหยุดงานชั่วคราว โดยไม่จ่ายค่าจ้าง แต่ยังไม่ถือว่าเลิกจ้างถาวร ตัวเลขก็จะยังไม่ปรากฏชัดในข้อมูลทางการของรัฐบาล
ทั้งนี้ จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค.69 อยู่ที่ 231,000 ราย หลังปรับฤดูกาลแล้ว ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค.2025 แต่การเพิ่มขึ้นดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับพายุฤดูหนาวรุนแรงที่กระทบหลายพื้นที่ของประเทศ ขณะที่แนวโน้มระยะยาวยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2024
การประกาศปลดพนักงานของบริษัทขนาดใหญ่บางแห่งยิ่งเพิ่มความกังวลต่อตลาดแรงงาน ตัวอย่างเช่น Amazon, UPS และ Dow Inc. ต่างประกาศลดพนักงานจำนวนมาก โดยภาคธุรกิจขนส่งมีจำนวนการปลดพนักงานสูงสุดในเดือนที่แล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากแผนของ UPS ที่จะลดพนักงานมากกว่า 30,000 คน ขณะที่ภาคเทคโนโลยีอยู่ในอันดับ 2 จากการที่ Amazon ประกาศลดพนักงานประมาณ 16,000 ตำแหน่ง ส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งในสำนักงาน
ซีเอ็นบีซี ระบุว่าข้อมูลของชาลเลนเจอร์มีความผันผวน และอาจไม่สอดคล้องโดยตรงกับสถิติทางการ อย่างไรก็ตาม เอกสารยื่นต่อกระทรวงแรงงานภายใต้กฎหมาย Worker Adjustment and Retraining Notification ระบุว่าในเดือนม.ค. มีบริษัทมากกว่า 100 แห่ง แจ้งเตือนการปลดพนักงานจำนวนมาก
ในรายงานอีกฉบับเมื่อวันพฤหัสบดี สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตำแหน่งงานว่างในเดือนธ.ค. ลดลงอย่างมากเหลือ 6.54 ล้านตำแหน่ง หรือลดลง 386,000 ตำแหน่งจากเดือนก่อนหน้า และลดลงมากกว่า 900,000 ตำแหน่งจากระดับในเดือนต.ค. ปัจจุบันตำแหน่งงานว่างอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2020 เป็นต้นมา
การลดลงของตำแหน่งงานว่างทำให้อัตราส่วนตำแหน่งงานที่มีต่อผู้ว่างงาน อยู่ที่ 0.87 ต่อ 1 ลดลงจากระดับสูงสุดมากกว่า 2 ต่อ 1 ในช่วงกลางปี 2022
ขณะที่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ADP รายงานว่า นายจ้างภาคเอกชนเพิ่มการจ้างงานเพียง 22,000 ตำแหน่งเท่านั้นในเดือนม.ค.
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





