อุตสาหกรรมอีวีจีนส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี หลังแบรนด์ใหญ่ไม่น้อยกว่า 6 ค่ายรายงานยอดขายเดือนมกราคมร่วงแรง ขณะที่ BYD เจ้าตลาดทำยอดขายในประเทศต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ท่ามกลางดีมานด์อ่อน นโยบายรัฐที่ตึงขึ้น และการแข่งขันที่เดือดกว่าเดิม
ซีเอ็นบีซีรายงานเชิงวิเคราะห์ล่าสุดถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จาก "จีน" ว่า แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่อย่างน้อย 6 แบรน์ ตั้งแต่ เสียวมี่ (Xiaomi) ไปจนถึงเอ็กซ์เผิง (Xpeng) ต่างรายงานยอดขายในเดือนม.ค. 2026 ที่ "ลดลงอย่างมาก" เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. 2025 โดยบางบริษัทเปิดเผยเฉพาะตัวเลขการส่งมอบ ไม่ใช่ยอดขาย และไม่ได้แยกตัวเลขต่างประเทศ
บีวายดี (BYD) ยักษ์ใหญ่รถยนต์อีวีของจีน รายงานยอดขายในประเทศเดือนม.ค. อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกอย่างจีน
ภาวะยอดขายซบเซาเป็นไปท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับ "อุปสงค์ที่อ่อนแรงในจีน" และปัญหา "การผลิตรถยนต์ล้นตลาด ซึ่งเริ่มไหลทะลักไปยังประเทศอื่น"
“เราเห็นแรงกดดันเพิ่มขึ้นในตลาดรถยนต์จีนปี 2026 ซึ่งเกิดจากทั้งปัจจัยด้านนโยบายและการแข่งขัน” เฮเลน หลิว หุ้นส่วนของบริษัทเบนแอนด์คัมพะนี กล่าว และระบุว่า "การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย" อาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อรถ ขณะที่ผู้ผลิตเองก็ระมัดระวังมากขึ้นในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ
โดยปกติแล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจและธุรกิจของจีนในช่วง "สองเดือนแรกของปี" มักจะผันผวน เนื่องจากติดช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งอิงปฏิทินจันทรคติ ทำให้วันตรุษจีนแตกต่างกันในแต่ละปี
อย่างไรก็ตาม เดือนม.ค. ที่ผ่านมา ยังเป็นช่วงที่รัฐบาลจีน "ลดการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ" โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. จีนกลับมาเก็บภาษีซื้อรถในอัตรา 5% หลังจากยกเว้นภาษีรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) จากอัตราเต็ม 10% มานานกว่าสิบปี ซึ่งรถยนต์พลังงานใหม่นี้รวมถึงรถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่และรถไฮบริด
“เรารู้ว่ายอดขายอีวีจะชะลอตัวลง เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะชะลอมากแค่ไหน” ถู เล่อ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษาซิโน ออโต อินไซท์ส กล่าว “เราจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นมากหลังจบไตรมาสแรก”
BYD เจ้าตลาดร่วงหนักรับต้นปี
ที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งใช้นโยบายอุดหนุนและให้สิทธิประโยชน์หลากหลายรูปแบบ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ
ภายในช่วงฤดูร้อนปี 2024 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลใหม่มากกว่าครึ่งที่ขายในจีนเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ และในปีถัดมา บีวายดีซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเซินเจิ้น ก็ได้แซงคู่แข่งจากสหรัฐอย่าง "เทสลา (Tesla) ขึ้นเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยยอดขาย 2.26 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 28% จากปีก่อน
อย่างไรก็ดี ในเดือนม.ค. บีวายดีขายรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ได้เพียง 83,249 คัน จากยอดขายรวม 205,518 คัน ซึ่งรวมรถปลั๊กอินไฮบริดด้วย นับเป็นยอดขายรายเดือนที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2024 ที่ขายได้ 121,748 คัน ขณะที่่ยอดส่งออกรถยนต์รวมลดลงเหลือ 100,482 คัน จาก 133,172 คันในเดือนธ.ค.
การแข่งขันที่ดุเดือด
นอกจากนโยบายรัฐแล้ว บีวายดียังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งในประเทศ ท่ามกลาง "สงครามราคา" ที่บีบให้ค่ายรถต้องเพิ่มฟีเจอร์ในราคาที่ต่ำลง
"ไอโต้" (Aito) ค่ายรถอีวีที่ใช้ระบบปฏิบัติการของยักษ์ใหญ่สมาร์ตโฟนและโทรคมนาคมอย่างหัวเว่ย (Huawei) รายงานยอดส่งมอบรถยนต์มากกว่า 40,000 คันในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีก่อน
ส่วนค่าย "ลีปมอเตอร์" (Leapmotor) และ "นีโอ" (Nio) ต่างมียอดส่งมอบเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบรายปี อยู่ที่ 32,059 คัน และ 27,182 คันตามลำดับ
ด้านบริษัทสมาร์ตโฟนที่ผันตัวมาสู่ตลาดรถยนต์อีวีอย่าง "เสียวมี่" (Xiaomi) รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในเดือนม.ค. มากกว่า 39,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากมากกว่า 50,000 คันในเดือนธ.ค. ขณะที่บริษัทมีกำหนดแผนจะอัปเกรดรถรุ่น SU7 ในเดือนเม.ย.
“บีวายดีครองตำแหน่งผู้นำมาได้อย่างโดดเด่น และน่าประทับใจที่สามารถรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในประเทศมาได้นาน” เล่อกล่าว พร้อมชี้ว่าไม่ได้มีเพียงผู้เล่นรายเดียว แต่มีผู้ผลิตหลายรายที่แข่งขันกันในตลาดเดียวกัน
“รถรุ่นซิงหยวนและแบรนด์ย่อยกาแล็กซีของบริษัท จีลี่ (Geely) ได้แย่งส่วนแบ่งยอดขายในตลาดระดับล่าง ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักของบีวายดี”
ทั้งนี้ จีลี่ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนรองจากบีวายดี โดยในเดือนม.ค. จีลี่ขายรถได้มากกว่า 270,000 คัน ซึ่งรวมถึงแบรนด์กาแล็กซี และซีเคอร์ (Zeekr) รวมถึงรถยนต์ที่ส่งออกซึ่งมีมากกว่า 60,000 คันในเดือนเดียว
บริษัทคาดว่ายอดขายรถยนต์พลังงานใหม่รวมทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.22 ล้านคันในปี 2026 เพิ่มขึ้น 32% จากปีก่อน
ขณะที่บีวายดีซึ่งขายรถยนต์พลังงานใหม่ได้ 4.56 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว ยังไม่ได้ประกาศเป้ายอดขายในประเทศตลอดทั้งปี แต่แจ้งเมื่อปลายเดือนที่แล้วเพียงว่า มีแผนเพิ่มยอดขายต่างประเทศเกือบ 25% ในปีนี้ เป็น 1.3 ล้านคัน
แม้เผชิญแรงกดดันระยะสั้น แต่เล่อคาดว่าบีวายดีจะยังคงครองความเป็นผู้นำทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยอ้างถึงแผนอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟ ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะของบริษัท
ด้านเอ็กซ์เผิง หรือเสี่ยวเผิง รายงานยอดส่งมอบเพียง 20,011 คันในเดือนม.ค. หลังจากปีที่แล้วมียอดเฉลี่ยมากกว่า 35,000 คันต่อเดือน ขณะที่หลี่ออโต้ (Li Auto) มียอดส่งมอบลดลงเหลือ 27,668 คัน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน
จากข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งโดยสารของจีน (CPCA) การชะลอตัวของยอดขายเกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม โดยยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งรวมรถไฮบริดและรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ เพิ่มขึ้นเพียง 2.6% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี และเป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่อัตราการเติบโตชะลอตัวลง
สัญญาณดังกล่าวถือว่าน่ากังวลสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเคยเป็น "แสงสว่าง" ของเศรษฐกิจจีน หลังพยายามฟื้นตัวจากภาวะซบเซาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อมาหลายปี และอุตสาหกรรมอีวียังเคยเป็นแรงขับเคลื่อนราว "1 ใน 4" ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศแดนมังกรอีกด้วย
“หากภาคยานยนต์ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันอยู่แล้ว แย่ลงไปอีกจากปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมคาดว่าปักกิ่งอาจนำมาตรการอุดหนุนบางส่วนหรือทั้งหมดกลับมา” คาเมรอน จอห์นสัน หุ้นส่วนอาวุโสของบริษัทไทดอลเวฟ โซลูชันส์ ในเซี่ยงไฮ้ กล่าว โดยอ้างถึงการพูดคุยกับผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
“เราคงต้องรอดูว่าไตรมาสแรกจะออกมาอย่างไร” จอห์นสัน กล่าว
ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์สร้างการจ้างงานราว 30 ล้านตำแหน่งในจีน หรือมากกว่า 1 ใน 10 ของการจ้างงานในเขตเมือง ตามการเปิดเผยของทางการจีนเมื่อเดือนพ.ย.
อย่างไรก็ตาม อเล็กซ์ มัสคาเตลลี นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทจัดอันดับเครดิต Fitch Ratings ระบุว่า สัดส่วนทางเศรษฐกิจของภาคยานยนต์ยังถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับอสังหาริมทรัพย์ โดยในด้านการลงทุนสินทรัพย์ถาวรซึ่งสะท้อนการเติบโตในอนาคต ภาคยานยนต์มีสัดส่วนเพียง 3.7% ในปีที่แล้ว ขณะที่อสังหาริมทรัพย์มีสัดส่วนถึง 23%
เป็นที่คาดว่าผู้นำระดับสูงของจีนจะประกาศเป้าหมายนโยบายเศรษฐกิจสำหรับปีนี้ ในการประชุมสองสภาช่วงเดือนมี.ค. นี้
ที่มา: CNBC





