วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

Alphabet ยอดพีระมิดแห่งการลงทุน AI ปีนี้จ่อใช้งบถึง 175,000 ล้านดอลลาร์

Alphabet ยอดพีระมิดแห่งการลงทุน AI ปีนี้จ่อใช้งบถึง 175,000 ล้านดอลลาร์

บิ๊กเทค 'อัลฟาเบท' สร้างมาตรฐานใหม่ของการใช้จ่ายด้าน AI ประกาศงบลงทุนปีนี้สูงถึง 1.75 แสนล้านดอลลาร์ มากกว่าปีที่แล้ว 'สองเท่า'

บริษัทอัลฟาเบท (Alphabet) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ กูเกิล อิงค์ ทำผลงานไตรมาส 4 ดีกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ รายได้ Q4 เติบโต 17% เทียบปีต่อปีไปอยู่ที่ 1.138 แสนล้านดอลลาร์ กำไรต่อหุ้น (EPS) ก็โต 31% และทำให้รายได้รวมทั้งปีแตะระดับ 4 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 12.7 ล้านล้านบาท) ได้เป็นครั้งแรก 

แต่ "กรอบการใช้จ่าย" ด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ตั้งไว้ในระดับสูงลิ่วจนอาจเรียกได้ว่าเป็นการสร้างมาตรการฐานใหม่ของบิ๊กเทคในการลงทุน AI ได้ลดทอนความกระตือรือร้นของนักลงทุนลง

แม้รายได้ กำไรต่อหุ้น และธุรกิจคลาวด์จะทำผลงานออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่หุ้นของอัลฟาเบทกลับยังปรับตัวลดลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการเมื่อวันพุธ สะท้อนว่า วอลล์สตรีทยังคงอ่อนไหวต่อประเด็นการใช้จ่ายมหาศาลด้าน AI

อัลฟาเบทคาดว่าการใช้จ่ายเงินทุน (Capex) ในปี 2026 จะอยู่ในช่วง 175,000 - 185,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.6 - 5.9 ล้านล้านบาท) โดยตัวเลขบนของกรอบคาดการณ์ดังกล่าวจะสูงกว่าการใช้จ่ายทุนในปีที่แล้ว "มากกว่าสองเท่า"

ซีเอ็นบีซีระบุว่า ด้วยการคาดการณ์นี้ อัลฟาเบทกำลัง "กำหนดกรอบความคาดหวังใหม่ของปี" สำหรับระดับการใช้จ่ายในปี 2026 และ "ทดสอบความเชื่อมั่นจากวอลล์สตรีท" โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยระบุไว้ในเดือนต.ค. 2025 คาดว่าจะมี “การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” ของ Capex ในปี 2026 แต่ตัวเลขล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อวันพุธนั้นยิ่งสูงกว่าคู่แข่งบิ๊กเทคกลุ่ม Hyperscaler รายอื่นๆ

"ไมโครซอฟท์" (Microsoft) ไม่ได้ให้กรอบคาดการณ์ตัวเลขเฉพาะสำหรับทั้งปี ในการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ระบุว่าการใช้จ่ายเงินทุนจะ “ลดลงตามลำดับไตรมาส” ในไตรมาสนี้ หลังจากรายงานการใช้จ่าย 37,500 ล้านดอลลาร์ในงวดล่าสุด 

ขณะที่ "เมตา" (Meta) คาดว่าจะใช้จ่ายระหว่าง 115,000 - 135,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ซึ่งในกรณีตัวเลขสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบสองเท่าจากระดับ 72,200 ล้านดอลลาร์ของปีก่อนหน้า

ขณะที่ "แอมะซอน" (Amazon) มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันที่ 5 ก.พ. นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการใช้จ่ายเงินทุนของบริษัทในปี 2025 จะอยู่ที่ราว 124,500 ล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก 18% ในปีนี้เป็น 146,600 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก FactSet

ตลาดกำลังอ่อนไหวเรื่องเงินลงทุน AI

การเพิ่มการใช้จ่ายของอัลฟาเบท เกิดขึ้นในช่วงที่วอลล์สตรีทมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อการใช้จ่ายด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น ไมเคิล ซานโตลี จากซีเอ็นบีซีกล่าวว่า แม้ผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีจะออกมาในเชิงบวก แต่ภาคเทคโนโลยี "ซอฟต์แวร์" โดยรวมกลับสูญเสียมูลค่าไปแล้ว 30% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา จากความกังวลว่า "เครื่องมือ AI จะเข้ามาพลิกโฉมซอฟต์แวร์เดิม และทำให้การใช้จ่ายที่สูงขึ้นมีความเสี่ยงมากขึ้น"

จนถึงขณะนี้ อัลฟาเบทถือว่าได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาหุ้นค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะหลังจากที่บริษัทเป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปี 2025

อย่างไรก็ดี แม้วอลล์สตรีทจะลังเลต่อการใช้จ่ายจำนวนมาก บริษัทเทคโนโลยีก็กำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการบริการ AI จากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ธุรกิจคลาวด์ของกูเกิล ซึ่งเป็นที่รวมผลิตภัณฑ์และบริการ AI ส่วนใหญ่ของบริษัท มีคำสั่งงานค้างเพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับ 240,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 4 ขณะที่รายได้จากคลาวด์ของกูเกิลเพิ่มขึ้นเกือบ 48% จากปีก่อนหน้า

สำหรับ แผนการใช้จ่ายเงินทุนในปี 2026 อนัท แอชเคนาซี ซีเอฟโอของอัลฟาเบทระบุว่า บริษัทจะลงทุนในขีดความสามารถด้านการประมวลผล AI สำหรับ Google DeepMind และเพื่อตอบสนอง “อุปสงค์ของลูกค้าคลาวด์ที่มีนัยสำคัญ รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจอื่นๆ นอกจากนี้ เงินลงทุนดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนด้านโฆษณาในบริการของกูเกิลด้วย

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ซีเอฟโอของอัลฟาเบทได้แจกแจงการใช้จ่ายเงินทุนในปีที่แล้ว ซึ่งอาจสะท้อนแนวทางการลงทุนในปีนี้

“การใช้จ่าย Capex ส่วนใหญ่ของเรา ถูกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค โดยประมาณ 60% เป็นการลงทุนในเซิร์ฟเวอร์ และอีก 40% เป็นดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายในไตรมาส 4” แอชเคนาซีกล่าว และยังเน้นย้ำถึงความสำเร็จด้าน AI ในไตรมาสที่ผ่านมา โดยแอปฯ AI หลักของกูเกิลอย่าง Gemini ปัจจุบันมีผู้ใช้งานประจำต่อเดือน 750 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 650 ล้านรายในไตรมาสก่อนหน้า 

ขณะที่ "ซุนดาร์ พิชัย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของอัลฟาเบท ได้กล่าวถึงข้อตกลงกับ Apple ในการยกเครื่องผู้ช่วยเสมือน Siri ด้วยโมเดลเอไอของ Gemini อีกครั้ง พร้อมย้ำว่าผู้ผลิตไอโฟนเลือกกูเกิลเป็นผู้ให้บริการคลาวด์หลัก

เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ทำให้ผู้บริหารกังวลในยามค่ำคืน พิชัยตอบว่า “ขีดความสามารถด้านการประมวลผล”

“ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ที่ดิน ข้อจำกัดของซัพพลายเชน เราจะเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับอุปสงค์มหาศาลในช่วงเวลานี้ได้อย่างไร” เขากล่าว

ทั้งนี้ ในเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา อัลฟาเบทเพิ่งตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ "Intersect" ด้วยมูลค่าเงินสด 4,750 ล้านดอลลาร์ พร้อมการรับภาระหนี้ของบริษัทเดิม ขณะที่อามิน วาห์ดัต หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกูเกิลเคยบอกกับพนักงานว่า บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการเป็น "สองเท่า" ทุกๆ หกเดือน เพื่อรองรับอุปสงค์ด้านบริการ AI