บิ๊กเทค 'อัลฟาเบท' สร้างมาตรฐานใหม่ของการใช้จ่ายด้าน AI ประกาศงบลงทุนปีนี้สูงถึง 1.75 แสนล้านดอลลาร์ มากกว่าปีที่แล้ว 'สองเท่า'
บริษัทอัลฟาเบท (Alphabet) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ กูเกิล อิงค์ ทำผลงานไตรมาส 4 ดีกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ รายได้ Q4 เติบโต 17% เทียบปีต่อปีไปอยู่ที่ 1.138 แสนล้านดอลลาร์ กำไรต่อหุ้น (EPS) ก็โต 31% และทำให้รายได้รวมทั้งปีแตะระดับ 4 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 12.7 ล้านล้านบาท) ได้เป็นครั้งแรก
แต่ "กรอบการใช้จ่าย" ด้านโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ตั้งไว้ในระดับสูงลิ่วจนอาจเรียกได้ว่าเป็นการสร้างมาตรการฐานใหม่ของบิ๊กเทคในการลงทุน AI ได้ลดทอนความกระตือรือร้นของนักลงทุนลง
แม้รายได้ กำไรต่อหุ้น และธุรกิจคลาวด์จะทำผลงานออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่หุ้นของอัลฟาเบทกลับยังปรับตัวลดลงในการซื้อขายนอกเวลาทำการเมื่อวันพุธ สะท้อนว่า วอลล์สตรีทยังคงอ่อนไหวต่อประเด็นการใช้จ่ายมหาศาลด้าน AI
อัลฟาเบทคาดว่าการใช้จ่ายเงินทุน (Capex) ในปี 2026 จะอยู่ในช่วง 175,000 - 185,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.6 - 5.9 ล้านล้านบาท) โดยตัวเลขบนของกรอบคาดการณ์ดังกล่าวจะสูงกว่าการใช้จ่ายทุนในปีที่แล้ว "มากกว่าสองเท่า"
ซีเอ็นบีซีระบุว่า ด้วยการคาดการณ์นี้ อัลฟาเบทกำลัง "กำหนดกรอบความคาดหวังใหม่ของปี" สำหรับระดับการใช้จ่ายในปี 2026 และ "ทดสอบความเชื่อมั่นจากวอลล์สตรีท" โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยระบุไว้ในเดือนต.ค. 2025 คาดว่าจะมี “การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” ของ Capex ในปี 2026 แต่ตัวเลขล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อวันพุธนั้นยิ่งสูงกว่าคู่แข่งบิ๊กเทคกลุ่ม Hyperscaler รายอื่นๆ
"ไมโครซอฟท์" (Microsoft) ไม่ได้ให้กรอบคาดการณ์ตัวเลขเฉพาะสำหรับทั้งปี ในการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ระบุว่าการใช้จ่ายเงินทุนจะ “ลดลงตามลำดับไตรมาส” ในไตรมาสนี้ หลังจากรายงานการใช้จ่าย 37,500 ล้านดอลลาร์ในงวดล่าสุด
ขณะที่ "เมตา" (Meta) คาดว่าจะใช้จ่ายระหว่าง 115,000 - 135,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ซึ่งในกรณีตัวเลขสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบสองเท่าจากระดับ 72,200 ล้านดอลลาร์ของปีก่อนหน้า
ขณะที่ "แอมะซอน" (Amazon) มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันที่ 5 ก.พ. นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าการใช้จ่ายเงินทุนของบริษัทในปี 2025 จะอยู่ที่ราว 124,500 ล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก 18% ในปีนี้เป็น 146,600 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก FactSet
ตลาดกำลังอ่อนไหวเรื่องเงินลงทุน AI
การเพิ่มการใช้จ่ายของอัลฟาเบท เกิดขึ้นในช่วงที่วอลล์สตรีทมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อการใช้จ่ายด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น ไมเคิล ซานโตลี จากซีเอ็นบีซีกล่าวว่า แม้ผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีจะออกมาในเชิงบวก แต่ภาคเทคโนโลยี "ซอฟต์แวร์" โดยรวมกลับสูญเสียมูลค่าไปแล้ว 30% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา จากความกังวลว่า "เครื่องมือ AI จะเข้ามาพลิกโฉมซอฟต์แวร์เดิม และทำให้การใช้จ่ายที่สูงขึ้นมีความเสี่ยงมากขึ้น"
จนถึงขณะนี้ อัลฟาเบทถือว่าได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาหุ้นค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะหลังจากที่บริษัทเป็นหนึ่งในหุ้นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในปี 2025
อย่างไรก็ดี แม้วอลล์สตรีทจะลังเลต่อการใช้จ่ายจำนวนมาก บริษัทเทคโนโลยีก็กำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการบริการ AI จากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ธุรกิจคลาวด์ของกูเกิล ซึ่งเป็นที่รวมผลิตภัณฑ์และบริการ AI ส่วนใหญ่ของบริษัท มีคำสั่งงานค้างเพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับ 240,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 4 ขณะที่รายได้จากคลาวด์ของกูเกิลเพิ่มขึ้นเกือบ 48% จากปีก่อนหน้า
สำหรับ แผนการใช้จ่ายเงินทุนในปี 2026 อนัท แอชเคนาซี ซีเอฟโอของอัลฟาเบทระบุว่า บริษัทจะลงทุนในขีดความสามารถด้านการประมวลผล AI สำหรับ Google DeepMind และเพื่อตอบสนอง “อุปสงค์ของลูกค้าคลาวด์ที่มีนัยสำคัญ รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจอื่นๆ นอกจากนี้ เงินลงทุนดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนด้านโฆษณาในบริการของกูเกิลด้วย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ซีเอฟโอของอัลฟาเบทได้แจกแจงการใช้จ่ายเงินทุนในปีที่แล้ว ซึ่งอาจสะท้อนแนวทางการลงทุนในปีนี้
“การใช้จ่าย Capex ส่วนใหญ่ของเรา ถูกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค โดยประมาณ 60% เป็นการลงทุนในเซิร์ฟเวอร์ และอีก 40% เป็นดาต้าเซ็นเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายในไตรมาส 4” แอชเคนาซีกล่าว และยังเน้นย้ำถึงความสำเร็จด้าน AI ในไตรมาสที่ผ่านมา โดยแอปฯ AI หลักของกูเกิลอย่าง Gemini ปัจจุบันมีผู้ใช้งานประจำต่อเดือน 750 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 650 ล้านรายในไตรมาสก่อนหน้า
ขณะที่ "ซุนดาร์ พิชัย" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอของอัลฟาเบท ได้กล่าวถึงข้อตกลงกับ Apple ในการยกเครื่องผู้ช่วยเสมือน Siri ด้วยโมเดลเอไอของ Gemini อีกครั้ง พร้อมย้ำว่าผู้ผลิตไอโฟนเลือกกูเกิลเป็นผู้ให้บริการคลาวด์หลัก
เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ทำให้ผู้บริหารกังวลในยามค่ำคืน พิชัยตอบว่า “ขีดความสามารถด้านการประมวลผล”
“ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ที่ดิน ข้อจำกัดของซัพพลายเชน เราจะเร่งขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับอุปสงค์มหาศาลในช่วงเวลานี้ได้อย่างไร” เขากล่าว
ทั้งนี้ ในเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา อัลฟาเบทเพิ่งตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ "Intersect" ด้วยมูลค่าเงินสด 4,750 ล้านดอลลาร์ พร้อมการรับภาระหนี้ของบริษัทเดิม ขณะที่อามิน วาห์ดัต หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกูเกิลเคยบอกกับพนักงานว่า บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการเป็น "สองเท่า" ทุกๆ หกเดือน เพื่อรองรับอุปสงค์ด้านบริการ AI





