จาก ‘จักรพรรดิยาลดน้ำหนัก’ สู่สัญญาณสะดุดครั้งแรกของ ‘Novo Nordisk’ เมื่อคำเตือนผลประกอบการที่หนักกว่าคาด ฉุดหุ้นดิ่งสองหลัก สะท้อนความจริงว่า เกมยาลดความอ้วนไม่ใช่สนามผูกขาดอีกต่อไป ท่ามกลางศึกตัดราคา คู่แข่งถาโถม และยาสูตรเลียนแบบราคาถูก
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “Novo Nordisk” บริษัทยายักษ์ใหญ่จากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาลดน้ำหนักชื่อดัง เจอแรงกดดันจากนักลงทุนขึ้น หลังออกมาคาดการณ์แนวโน้มปี 2026 “แย่กว่าที่ตลาดคาดไว้มาก” จนทำราคาหุ้นร่วงกว่า 14% ในวันอังคาร และยอมรับว่า การแข่งขันในตลาดยาลดน้ำหนักกำลังดุเดือดขึ้น ขณะที่ราคายาก็ถูกกดดันอย่างหนัก
บริษัทผู้ผลิตยา Wegovy เตือนเมื่อวันอังคารว่า ทั้งกำไรและยอดขายในปีนี้ “อาจลดลงได้มากถึง 13%” ซึ่งจะเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบหลายปี โดยสาเหตุสำคัญมาจากแรงกดดันด้านราคายาจากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ซ้ำเติมการแข่งขันอันรุนแรงในตลาดยาลดน้ำหนักอยู่แล้ว
คำเตือนดังกล่าวออกมาแบบไม่คาดคิด ส่งผลให้หุ้น Novo Nordisk ที่จดทะเบียนในสหรัฐ ร่วงลงเกือบ 15% ทันที ลบภาพบวกช่วงต้นปีที่ราคาหุ้นเคยพุ่งขึ้น จากยอดขายที่แข็งแกร่งของยา Wegovy แบบเม็ดรุ่นใหม่
มาร์คัส มานส์ ผู้จัดการกองทุนของ Union Investment ซึ่งถือหุ้นทั้ง Novo Nordisk และ Eli Lilly ระบุว่า แนวโน้มที่ Novo ให้ไว้สำหรับปี 2026 นั้น “น่าตกใจ” เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่คาดเพียงว่ายอดขายและกำไรจะลดลงเล็กน้อยในระดับเลขหลักเดียวกลาง ๆ เท่านั้น
“ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า จะเห็นกำไรลดลงเป็นตัวเลขสองหลัก” เขากล่าว
ขณะเดียวกัน หุ้นของคู่แข่งในตลาดยาลดความอ้วนอย่าง “Eli Lilly” และผู้พัฒนายารายอื่น ๆ ที่จดทะเบียนในสหรัฐ ก็ปรับตัวลงเช่นกัน หลังนักลงทุนเริ่มกังวลว่า การแข่งขันในตลาดยาลดน้ำหนักมูลค่ามหาศาลนี้ กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้บริหารของ Novo ระบุว่า จากเดิมที่บริษัทเคยครองความเป็นผู้นำตลาดยารักษาโรคอ้วนอย่างชัดเจน ปัจจุบันแทบทุกบริษัทยารายใหญ่ต่างมองตลาดนี้ว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าดึงดูด
ไมค์ ดูสต์ดาร์ ซีอีโอ และ ลาร์ส เรเบียน ซอเรนเซน ประธานบริษัท กล่าวในแถลงการณ์ว่า บริษัทไม่สามารถรับประกันได้อีกต่อไปว่าจะกลับไปเติบโตในระดับ “สูงพิเศษ” เหมือนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และจำเป็นต้องหาวิธีใหม่ ๆ เพื่อเข้าถึงผู้ป่วยให้ได้มากขึ้น
ทั้งสองระบุว่า สภาพตลาดได้เปลี่ยนไปแล้ว และการแข่งขันในตลาดยาลดน้ำหนักกำลังรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน
Novo คาดว่า กำไรจากการดำเนินงาน และยอดขาย มีแนวโน้มลดลงราว 5%–13%
บริษัทอธิบายว่า แนวโน้มที่แย่ลงเกิดจากราคาขายจริงที่ลดลง โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น และการหมดอายุสิทธิบัตรของ “เซมากลูไทด์” ซึ่งเป็นตัวยาสำคัญในยา Wegovy และ Ozempic ในบางประเทศนอกสหรัฐ
นอกจากนี้ Novo ยังเผชิญความท้าทายจากกระแสการใช้ “ยาเลียนแบบฤทธิ์ของยาต้นฉบับ” โดยมีชาวอเมริกันมากถึงราว 1.5 ล้านคน ที่ใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 ในรูปแบบที่ปรุงขึ้นเอง แทนยาต้นแบบ
อย่างไรก็ตาม ธนาคาร Barclays ระบุในบทวิเคราะห์ว่า นักลงทุนฝั่งมองบวกอาจมองแนวโน้มครั้งนี้ว่าเป็นการ “เทข่าวร้ายใส่มาให้หมด” ซึ่งสุดท้ายอาจทำผลงานดีกว่าคาด แต่ก็เตือนว่า ปีที่แล้วก็มีมุมมองแบบเดียวกัน และสุดท้ายก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นจริง
คำเตือนของ Novo ครั้งนี้ ถือเป็นการปิดฉากช่วงเวลาหลายปีที่บริษัทเคยทำกำไรและยอดขายเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวยา Wegovy ในเดือนมิถุนายน 2021
อ้างอิง: reuters





