สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่า ประเทศไทยถูกขนานนามว่าเป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย" ผลลัพธ์จากการชะลอตัวอย่างรุนแรงในภาคการบริโภค การผลิต และการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของประชาชน และเสถียรภาพของประเทศ
สัญญาณอันตรายที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ การเติบโตต่ำ และโครงสร้างที่เสื่อมถอย เศรษฐกิจไทยซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดกับดักการเติบโตที่ระดับเพียง 2% ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แม้ในอดีตปี 2531 จะเคยเติบโตสูงถึง 13% แต่ปัจจุบันภาพความรุ่งเรืองนั้นกลายเป็นเพียงความทรงจำ โดยปัจจัยลบที่ถาโถมเข้ามาประกอบด้วย
- สังคมสูงวัย: ประชากรลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยอัตราการเกิดในปี 2568 ต่ำสุดในรอบ 75 ปี
- หนี้ครัวเรือนพุ่ง: สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP สูงเกือบ 90% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในเอเชีย
- ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง: การสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งใหม่
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า "ไทยเปลี่ยนจาก 'เสือของเอเชีย' มาเป็น 'คนป่วยแห่งเอเชีย' ภายในเวลาเพียง 10 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก"
ภาคการผลิต และยานยนต์: ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
อุตสาหกรรมการผลิตไทยถูกกดดันจากสินค้าจีนราคาถูก และการแข่งขันที่รุนแรงจากเวียดนาม โดยเฉพาะ "อุตสาหกรรมยานยนต์" ที่เคยเป็นหัวใจหลัก เห็นได้จากการที่ Nissan, Honda และ Suzuki ปิดโรงงานหรือลดกำลังการผลิตลง
- ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม: อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564
- อัตราการใช้กำลังการผลิต: ลดลงต่ำกว่าระดับช่วงก่อนเกิดโรคระบาด
- ตลาดหุ้น: กลายเป็นตลาดที่ผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย โดยในปี 2568 ลดลงถึง 10% ในสกุลเงินท้องถิ่น
การท่องเที่ยว: เครื่องยนต์ที่เริ่มสะดุด
ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญอีกตัวกำลังเผชิญกับความยากลำบาก โดยในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.9 ล้านคน ลดลง 7% จากปีก่อนหน้า และยังไม่ฟื้นตัวเท่าระดับสูงสุดที่ 40 ล้านคนในปี 2562 ปัจจัยหลักมาจากความกังวลด้านความปลอดภัย และคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่างญี่ปุ่น และเวียดนาม
นอกจากนี้ เสถียรภาพทางการเมืองที่เปราะบาง และการเปลี่ยนผู้นำบ่อยครั้งเป็นตัวฉุดรั้งการเบิกจ่ายงบประมาณ และการดำเนินโครงการสำคัญ ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า "เราไม่มีเครื่องยนต์การเติบโตใหม่... นี่ไม่ใช่เรื่องของอุปสงค์ตามวัฏจักร แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องปฏิรูปอย่างจริงจัง"
อ้างอิง: Financial Times
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





