หุ้น Palantir ทะยานแรงเกือบ 9% หลังการรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากรายได้ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในกลุ่มสัญญาจ้างจากรัฐบาลสหรัฐ และการที่ภาคธุรกิจอเมริกันหันมาใช้เทคโนโลยี AI มากขึ้น
ทั้งนี้ ก่อนการรายงานผลประกอบการเมื่อวันจันทร์ ราคาหุ้นของบริษัทได้ปรับตัวลดลงไปแล้วกว่า 16% ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตามทิศทางเดียวกับกลุ่มบริษัทซอฟต์แวร์อื่น ๆ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความยั่งยืนของกระแส AI
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาหุ้นพุ่ง Palantir สูงขึ้น มาจากรายได้รวมในปี 2025 ที่พุ่งแตะ 4.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ที่ 4.4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับทั้งปีพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัว แตะระดับ 1.6 พันล้านดอลลาร์
อเล็กซ์ คาร์ป ซีอีโอของบริษัทยังให้แนวโน้มเชิงบวก โดยคาดการณ์ว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตต่อเนื่องอีก 61% สู่ระดับ 7.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเหนือกว่าความคาดหมายของนักวิเคราะห์อย่างมาก
โดยปกติแล้ว กำไรและราคาหุ้นของ Palantir จะอิงอยู่กับความสำเร็จในการคว้าสัญญาจ้างจากหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในสหรัฐ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก
ก่อนหน้านี้ รายได้จากภาคเอกชนในสหรัฐ เติบโตถึง 137% ในไตรมาสที่ 4 ขณะที่สัญญาจากภาครัฐเพิ่มขึ้น 66% เครื่องมือของ Palantir ถูกนำไปใช้ในหน่วยงานสำคัญ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ รวมถึงการทำสัญญามูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์กับกองทัพบก และสัญญาพัฒนา "ShipOS" มูลค่า 448 ล้านดอลลาร์กับกองทัพเรือสหรัฐ
รายได้นอกสหรัฐโตลดลง
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของอัตราการยอมรับเทคโนโลยีในแต่ละภูมิภาค เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของบริษัท โดยในขณะที่ตลาดสหรัฐ เติบโตอย่างรุนแรง แต่ในตลาดยุโรปกลับมีความลังเลในการใช้เครื่องมือของบริษัท และมีแนวโน้มเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเองในท้องถิ่นมากกว่า ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากลูกค้านอกสหรัฐ ลดลงเหลือ 23% จากเดิม 33% ในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าราคาหุ้นของ Palantir ในปัจจุบันผูกติดอยู่กับความแข็งแกร่งของตลาดสหรัฐ และการขยายตัวของกระแส AI เป็นหลัก
อ้างอิง: Financial Times





