background-default

วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ปี 2025 ‘มาเลเซีย-เวียดนาม-ไทย’ ขาดดุลจีน-เกินดุลสหรัฐเพิ่มแม้ถูกเก็บภาษี

ปี 2025 ‘มาเลเซีย-เวียดนาม-ไทย’ ขาดดุลจีน-เกินดุลสหรัฐเพิ่มแม้ถูกเก็บภาษี

ปี 2025 ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เก็บภาษีคู่ค้าสะเทือนไปทั้งโลกเพื่อปรับดุลการค้า แต่กลายเป็นว่าประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เน้นการส่งออกเป็นหลักกลับได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็ขาดดุลการค้ากับจีนมากเช่นกัน

เว็บไซต์นิกเคอิเอเชียรายงานสถิติทางการชี้ว่า ในปี 2025 มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม สามประเทศศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกินดุลการค้าสหรัฐมากขึ้นวัดตามสกุลเงินดอลลาร์ ที่ 45%, 44% และ 28% ตามลำดับ ช่วยหนุนการค้าโดยรวมของทั้งสามประเทศ

กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซียแถลงว่า การส่งออกไปสหรัฐ "ยังคงยืดหยุ่น" มูลค่าขยายตัว 17.2% "ได้แรงหนุนจากความต้องการที่แข็งแกร่ง ทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องกล, อุปกรณ์และอะไหล่, อาหารแปรรูป และผลผลิตเหล็ก

ข้อมูลจาก CEIC Data ซึ่งใช้สถิติทางการพบว่า ปี 2025 มาเลเซียได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่าสิบเท่าจากทศวรรษก่อนหน้า

ในทำนองเดียวกัน เวียดนามได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐมากที่สุดในบรรดาประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุบสถิติ 1.338 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปี 2024

 

ส่วนไทย เกินดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์ จาก 3.56 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 อานิสงส์จากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เติบโต

ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศ “ภาษีศุลการกรตอบโต้” กับคู่ค้าสหรัฐ หวังลดการขาดดุลการค้า บางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดนเก็บภาษีหนักในอัตราสูงกว่า 40% ซึ่งต่อมาเจรจากันจนลดภาษีลงได้ มีผลในเดือน ส.ค.

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เหมือนกับอีกหลายๆ ชาติ ที่การส่งออกเติบโตเพราะต้องเร่งส่งออกสินค้าก่อนภาษีมีผลบังคับใช้ ขณะเดียวกันหลายรัฐบาลยังเดินหน้าเจรจากับวอชิงตันเพื่อลดผลกระทบต่อการค้า

ในเดือน ต.ค.สหรัฐลดภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่จากมาเลเซียจาก 25% เหลือ 19% นอกจากนี้ สินค้า 1,711 รายการ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อวกาศ และเภสัชกรรม ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า ในทางกลับกันมาเลเซียให้คำมั่นว่าจะไม่กำหนดมาตรการห้ามส่งออกหรือโควตาสำหรับแร่ธาตุหายากและแร่ธาตุสำคัญที่ส่งไปยังสหรัฐ

“อาเซียนจะพยายามให้ได้อัตราที่น่าพอใจเพื่อจำกัดผลกระทบขาลง เห็นได้ชัดว่า มาเลเซียกำลังเจรจากับสหรัฐอย่างแข็งขัน เพื่อให้การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ยังคงได้รับการยกเว้นไม่ถูกเก็บภาษีรอบใหม่” ฉั่ว ฮั่นเต็ง นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารดีบีเอสตั้งข้อสังเกต

ในเวลาเดียวกัน ทั้งสามชาติกลับเสียเปรียบดุลการค้ากับจีนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ให้เห็นว่า สินค้าจากเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดของเอเชียที่พยายามรับมือกับภาษีสูงของสหรัฐได้ไหลทะลักเข้ามาในสามประเทศนี้

ในปี 2025 มาเลเซียขาดดุลจีนเพิ่มขึ้น 62% มาอยู่ที่ 3.84 หมื่นล้านดอลลาร์ ไทยขาดดุลจีนเพิ่มขึ้น 50% มาอยู่ที่ 6.78 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนเวียดนามขาดดุลจีนมากขึ้น 40% มาอยู่ที่ 1.15 แสนล้านดอลลาร์

“จีนส่งออกสินค้าราคาถูก และด้วยการนำเข้าอีวีตอนนี้ การขาดดุลการค้า (ของมาเลเซีย) กับจีนจะยิ่งมากขึ้นในอนาคต” วศิฮาร์ ฮัสซัน อับดุล ราซัค รองประธานบริหาร สถาบันเคเอสไอ สเตรทเตจิกเพื่อเอเชียแปซิฟิกให้ความเห็น

ขณะที่การนำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับการส่งออกไปสหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทจีนอาจส่งสินค้าผ่านประเทศเพื่อนบ้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเวียดนามก่อนส่งไปยังสหรัฐอีกทีเพื่อเลี่ยงภาษีสูง

ชัยทีป ซิงห์ นักวิเคราะห์จากสถาบันยุทธศาสตร์และการต่างประเทศศึกษามาเลเซีย ชี้ว่าสัดส่วนการส่งออกภายในประเทศของมาเลเซีย ซึ่งเป็นการส่งออกสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ ต่อการส่งออกทั้งหมด ลดลงเหลือ 77%ต่ำสุดในรอบเจ็ดปีเป็นอย่างน้อย

“นั่นหมายความว่า แม้สินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของมาเลเซียยังคงผลิตและแปรรูปภายในประเทศ แต่การส่งสินค้าที่ผลิตในต่างประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น” ซิงห์กล่าว

มองไปข้างหน้า ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐยังคงต่อเนื่องมาถึงปี 2026 เดือนนี้ทรัมป์กล่าวว่า เขากำลังขึ้นภาษีรถยนต์เกาหลีใต้จาก 15% เป็น 25% ทั้งยังขู่เก็บภาษีเพิ่มอีก 10% จากชาติยุโรปที่ต่อต้านไม่ให้เขาได้กรีนแลนด์จากเดนมาร์ก ที่ต่อมาเขามีท่าทีอ่อนลงหลังบรรลุ “กรอบเค้าโครง” ความเข้าใจกับชาติยุโรป

สำหรับปีนี้รัฐบาลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า การส่งออกอาจชะลอลงเพราะภาษีทรัมป์จะส่งผลกระทบตลอดทั้งปี

กระทรวงพาณิชย์ไทยแถลงเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่าแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2026 คาดว่าจะ“ชะลอตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐทั้งที่มีอยู่แล้วและที่เพิ่งนำมาใช้ใหม่ ตลอดจนการปรับตัวอย่างต่อเนื่องในระบอบการค้าโลกท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น”

สำหรับมาเลเซีย รายงานของดีบีเอสเผยว่า การส่งออกสินค้า “มีแนวโน้มได้รับผลกระทบเชิงลบจากปัจจัยภายนอกที่เป็นอุปสรรคจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ”

อาชนัน เกาะไพบูลย์ นักวิจัยรับเชิญจากISEAS-Yusof Ishak Institute กลุ่มคลังสมองของสิงคโปร์มองว่า แนวโน้มปีที่แล้วไม่น่าต่อเนื่องมาถึงปีนี้

“ข้อตกลงการค้า (สหรัฐ) กลับหลายประเทศจะมีผล ดังนั้น เขตเศรษฐกิจเหล่านี้มีแนวโน้มนำเข้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น การได้เปรียบดุลการค้าลดลง แน่นอน สิ่งนี้จะเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจอาเซียนในปีนี้” อาชนัน สรุป