ดุลการค้าสหรัฐส่งสัญญาณสะดุดแรง เมื่อการนำเข้าสินค้าทุนพุ่งขึ้นจากกระแสลงทุน AI ดันตัวเลขขาดดุล ‘แตะสูงสุดในรอบเกือบ 34 ปี’ ขณะที่การส่งออกกลับชะลอตัว จุดคำถามว่า ภาคการค้าจะยังช่วยพยุงจีดีพีสหรัฐได้มากเพียงใด
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สหรัฐขาดดุลการค้า “สูงที่สุดในรอบเกือบ 34 ปี” ในเดือนพฤศจิกายน จากการนำเข้าทุนสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มว่าเป็นผลจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้นักเศรษฐศาสตร์ต้องปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ โดยสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) และสำนักงานสำมะโนประชากร (Census Bureau) ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ตัวเลขขาดดุลการค้า “เพิ่มขึ้น 94.6%” สู่ระดับ 56.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอัตราการเพิ่มขึ้นดังกล่าว ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 1992
“การนำเข้าของสหรัฐ” พุ่งขึ้น 5.0% สู่ระดับ 348.9 พันล้านดอลลาร์ โดยการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น 6.6% อยู่ที่ 272.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการเพิ่มขึ้นดังกล่าว ได้รับแรงหนุนจากการนำเข้าคอมพิวเตอร์และเซมิคอนดักเตอร์ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ การนำเข้าสินค้าประเภทอื่น ๆ ก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน โดยการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 9.2 พันล้านดอลลาร์ จากแรงหนุนของผลิตภัณฑ์ยา
ขณะเดียวกัน “การส่งออกของสหรัฐ” กลับลดลง เพราะการขายวัตถุดิบและสินค้าอุตสาหกรรมไปต่างประเทศน้อยลง โดยเฉพาะทองคำ โลหะมีค่า และน้ำมันดิบ ทำให้มูลค่าส่งออกหายไป 6.1 พันล้านดอลลาร์
ไม่เพียงเท่านั้น การส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค ก็ลดลงอีก 3.1 พันล้านดอลลาร์ เพราะการส่งออก ผลิตภัณฑ์ยาชะลอตัวลง
ด้วยการทรุดตัวของดุลการค้า อาจทำให้นักเศรษฐศาสตร์ “ปรับลดความคาดหวัง” ว่าการค้าระหว่างประเทศ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสที่ 4
ก่อนหน้านี้ ภาคการค้าได้มีส่วนช่วยหนุนการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 ของปี 2025
ธนาคารกลางสหรัฐ สาขาแอตแลนตา คาดการณ์ว่า GDP สหรัฐ จะขยายตัวในอัตรา 5.4% เมื่อคำนวณเป็นรายปีในไตรมาสที่ 4
อย่างไรก็ตาม การประเมินของธนาคารรายใหญ่ในวอลล์สตรีทหลายแห่ง รวมถึง Goldman Sachs กลับอยู่ในระดับที่ “ต่ำกว่าอัตรา 3.0%” อย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง: reuters





