วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

'ไทย' ถูกสหรัฐขึ้นบัญชี 'เฝ้าระวัง' ประเทศปั่นค่าเงินอีกครั้ง

'ไทย' ถูกสหรัฐขึ้นบัญชี 'เฝ้าระวัง' ประเทศปั่นค่าเงินอีกครั้ง

จับตาสหรัฐขึ้นบัญชี 'ประเทศไทย' อยู่ในกลุ่ม 'เฝ้าระวัง' ประเทศปั่นค่าเงินอีกครั้ง หลังจากที่ถูกถอดไปนานหลายปี ครั้งนี้กลับมาติดโผหลังเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 เกินดุลการค้า-เกินดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่ง

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. กระทรวงการคลังสหรัฐได้เปิดเผยรายงานรอบครึ่งปีเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐประจำปี 2025 ซึ่งพบว่ามี "ประเทศไทย" อยู่ในรายชื่อ "บัญชีเฝ้าระวัง" (Monitoring) ประเทศที่ที่ต้องจับตาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราที่อาจไม่เป็นธรรม หรือที่เรียกกันว่าบัญชีประเทศปั่นค่าเงิน (Currency Manipulation) ทำให้ประเทศไทยกลับมาถูกเพ่งเล็งเรื่องค่าเงินอีกครั้ง หลังจากเคยถูกขึ้นบัญชีนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2022 (รายงานฉบับ มิ.ย. 2022) และถูกถอดชื่อออกในปลายปีเดียวกันในรายงานเดือน พ.ย. 2022

การเพิ่มประเทศไทยเข้าไปใน “บัญชีเฝ้าระวัง” ครั้งนี้เป็นผลมาจากการเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 ของประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ "การขยายตัวของดุลบัญชีเดินสะพัด" และ "การเกินดุลการค้ากับสหรัฐที่เพิ่มขึ้น" 

ทั้งนี้ สหรัฐมีเกณฑ์การพิจารณา 3 ข้อ ว่าประเทศใดเข้าข่ายบิดเบือนค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งหากเข้าเกณฑ์ 2 ใน 3 จะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังทันที ดังนี้

  1. ดุลการค้ากับสหรัฐ - มีการเกินดุลอย่างน้อย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. ดุลบัญชีเดินสะพัด - มีการเกินดุลอย่างน้อย 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
  3. การแทรกแซงค่าเงิน - มีพฤติกรรมแทรกแซงตลาดเงินตราต่างประเทศในทิศทางเดียวอย่างต่อเนื่อง

การเพิ่มประเทศไทยทำให้บัญชีเฝ้าระวังมีทั้งหมด 10 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และไทย ประเทศทั้งหมดข้างต้น ยกเว้นประเทศไทย เคยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังในรายงานฉบับเดือนมิถุนายน 2025 และหลายประเทศก็อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังมาแล้วหลายปี 

กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า ได้ยกระดับการตรวจสอบแนวปฏิบัติด้านอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศต่างๆ รวมถึงการแทรกแซงตลาดเงินตราเพื่อกดดันให้ค่าเงินอ่อนค่าและแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ 

อย่างไรก็ดี ในรายงานครึ่งปีฉบับล่าสุด ไม่มีประเทศคู่ค้ารายใหญ่รายใดเข้าเกณฑ์ครบทั้ง 3 ข้อในพฤติกรรมการปั่นค่าเงิน โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลจากช่วงครึ่งหลังของปี 2024 และช่วงหกเดือนแรกของปี 2025

ที่ผ่านมา รายงานฉบับนี้มักมุ่งเน้นการพิจารณาว่า ประเทศต่างๆ มีการแทรกแซงค่าเงินฝ่ายเดียวหรือมีการปั่นค่าเงินในรูปแบบอื่นหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกดค่าเงินเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศ

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปกระทรวงการคลังระบุว่า "จะขยายการติดตามให้ครอบคลุมมากขึ้น” เพื่อประเมินว่าประเทศที่เลือกใช้นโยบายดูแลความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน มีการดำเนินการเพื่อต้านแรงกดดันให้ค่าเงินอ่อนค่า ในลักษณะเดียวกับที่ดำเนินการเพื่อต้านการแข็งค่าหรือไม่