วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

'มณฑลจีน’ นับสิบ ลดเป้าการเติบโต จ่อฉุดเป้า GDP ลงในรอบ 4 ปี

'มณฑลจีน’ นับสิบ ลดเป้าการเติบโต  จ่อฉุดเป้า GDP ลงในรอบ 4 ปี

'มณฑลจีน’ นับสิบ รวมเขตเศรษฐกิจใหญ่ ‘กวางตุ้ง-เจ้อเจียง’ ลดเป้าการเติบโต จ่อฉุดเป้า GDP ทั้งประเทศปี 2569 ลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี เหลือ 4.5%

บลูมเบิร์กรายงานว่า มณฑลกว่าสิบแห่งใน “จีน” ได้ลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจสำหรับปี 2569 ซึ่งบ่งชี้ว่า อาจมีการปรับลดเป้าหมายระดับชาติ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

แผนงานที่ถูกเปิดเผยออกมาระบุว่า มณฑลส่วนใหญ่ตั้งเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ต่ำกว่าปีที่แล้ว โดยอิงจากรายงานการทำงานของรัฐบาลท้องถิ่น  รวมถึงมณฑลที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างกวางตุ้งและเจ้อเจียง ได้ปรับลดเป้าหมายลง 0.5% หรือเปลี่ยนไปอยู่ในช่วงเป้าหมายที่ต่ำลง

ที่ผ่านมา เป้าหมายการเติบโตของแต่ละมณฑลในจีนมักจะล้อตามนโยบายของรัฐบาลกลางเสมอ ดังนั้นเมื่อมณฑลยักษ์ใหญ่ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เริ่มปรับเปลี่ยนเป้าหมายหรือทิศทาง จึงเปรียบเสมือน "สัญญาณเตือนล่วงหน้า" ว่าในอนาคตอันใกล้ รัฐบาลจีนระดับประเทศก็กำลังจะปรับทิศทางเศรษฐกิจไปในทางเดียวกัน

มณฑลต่างๆ ของจีนปรับลดเป้าหมาย GDP ปี 2569

'มณฑลจีน’ นับสิบ ลดเป้าการเติบโต  จ่อฉุดเป้า GDP ลงในรอบ 4 ปี

สัญญาณจากการประกาศนโยบายในระดับมณฑลทั่วประเทศในเดือนนี้ กำลังตอกย้ำความคาดหวังของนักวิเคราะห์ว่า รัฐบาลกลางจีนอาจตัดสินใจลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศลง  หลังจากที่ตั้งเป้าไว้ที่ "ประมาณ 5%" ต่อเนื่องมาถึง 3 ปี

รายงานจากสำนักข่าว South China Morning Post ที่อ้างอิงแหล่งข่าววงใน คาดว่าเป้าหมายอย่างเป็นทางการจะอยู่ที่ 4.5% - 5% ซึ่งจะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในการประชุมสภานิติบัญญัติประจำปี ช่วงต้นเดือนมี.ค.นี้

สถานการณ์นี้บ่งชี้ว่า ทางการจีนกำลังใช้แนวทางที่เป็นจริงมากขึ้น ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่างๆ รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัว การยอมรับอัตราการเติบโตที่ช้าลงเล็กน้อย จะทำให้ผู้กำหนดนโยบายมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นักเศรษฐศาสตร์ของ Citigroup Inc. นำโดย เซี่ยงหรง อวี้  ระบุในรายงานว่า

 “การปรับลดเป้าหมายการเติบโตอย่างชัดเจน จะช่วยลดแรงกดดันที่รัฐบาลต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ โดยเฉพาะในจังหวะที่ภาคการส่งออกและกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ ยังเป็นฟันเฟืองหลักที่ช่วยพยุงภาพรวมการฟื้นตัวแบบ K-Shaped เอาไว้” 

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตามมาขากสถานการณืนี้ คือ การผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการลดดอกเบี้ยและเงินสำรองที่ธนาคารต้องสำรองไว้ อาจล่าช้าออกไปเกิน 

ผลสำรวจของบลูมเบิร์กพบว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจีนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 10 จุดเบสิสพอยท์และลดอัตราส่วนเงินสำรองขั้นต่ำลง 0.25 % ภายในสิ้นเดือนมี.ค.

นักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์กอีโคโนมิกส์นำโดย ชาง ชู, เอริค จู และ เดวิด คู คาดหวังว่า “ผู้กำหนดนโยบายจะตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาประชากรลดลงในระยะยาว การเปลี่ยนผ่านของปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงกระแสการลดลงของโลกาภิวัตน์”

“เมื่อพิจารณาจากโมเมนตัมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในข้อมูลหลายด้านล่าสุด และสัญญาณที่ชี้ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีขนาดที่จำกัด ทำให้เศรษฐกิจจะขยายตัวเหนือระดับ 5% ในปีนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย  จึงคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 4.5%”

นักเศรษฐศาสตร์จาก HSBC Holdings Plc รวมถึง เอริน ซิน กล่าวในรายงาน ว่า การลดเป้าหมายของรัฐบาลท้องถิ่นบ่งชี้ว่า “ผู้กำหนดนโยบายอาจมองหาความยืดหยุ่นมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากแรงกดดันด้านอุปสงค์ภายในประเทศยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากด้านการลงทุน และพัฒนาการล่าสุดชี้ให้เห็นว่าปักกิ่งอาจใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นสำหรับเป้าหมายในปีนี้”

อ้างอิง Bloomberg