วันตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญของชาวจีนและมักถูกจับตาว่าพวกเขาจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน เพราะนั่นหมายถึงการจับจ่ายใช้สอยด้วยเม็ดเงินก้อนโตไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ
เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงานข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด “ไชนาเทรดดิงเดสก์” ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์การเดินทาง ประเมินข้อมูลการจองห้องพักและโรงแรมพบว่า เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด-19 ระบาดที่เกาหลีใต้แซงหน้าญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางนักเดินทางชาวจีนไปเยือนมากเป็นอันดับหนึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังมาถึง ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
คาดว่า นักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ราว 230,000-250,000 คน จะมาเยือนเกาหลีใต้ในช่วงตรุษจีนเก้าวันเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. พุ่งขึ้นกว่า 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีจำนวนวันหยุดสั้นกว่า
ญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมมากในช่วงหลังเพราะเงินเยนอ่อนค่ากำลังเผชิญภาวะนักท่องเที่ยวจีนลด คาดว่าตรุษจีนนี้จะลดลงมากถึง 60% จากปีก่อน สืบเนื่องจากความขัดแย้งทางการทูตระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับโตเกียว ขณะที่โซลรุกผ่อนคลายวีซ่าให้กรุ๊ปทัวร์จีน ส่วนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น ไทย ก็มีข้อน่ากังวลเรื่องความปลอดภัย
เมื่อดูอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวนกับเงินวอนตอนนี้ยิ่งทำให้เกาหลีใต้น่าสนใจ เพิ่มเติมจากวัฒนธรรมเคป็อปที่โด่งดังอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีจุดหมายปลายทางชื่อดังให้เยือนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรุงโซล, ปูซาน เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ หรือเกาะเจจู ศูนย์กลางการท่องเที่ยว
“เงินวอนอ่อนค่าทำให้โซล, ปูซาน และเจจู คุ้มค่ากับการไปชอปปิง รับประทานอาหาร ขณะที่เงินเยนอ่อนก็จริงแต่มีปัญหาการเมือง” สุพราห์มาณิยา บาตต์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารไชนาเทรดดิงเดสก์กล่าว
“เมื่อพิจารณาถึงความนิยมของวัฒนธรรมเกาหลี ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าบริษัทเรือสำราญและผู้ประกอบการทัวร์ได้เปลี่ยนเส้นทางการเดินทางจากญี่ปุ่นไปยังเกาหลีในช่วงเทศกาลตรุษจีน การเปลี่ยนแปลงนี้จึงสมเหตุสมผล”
ทั้งหมดนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงแผนที่การท่องเที่ยว 5 แสนล้านดอลลาร์ของเอเชียได้รวดเร็วเพียงใด โดยจีนออกคำเตือนให้พลเมืองระมัดระวังการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกในเดือน พ.ย. หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แสดงความเห็นเรื่องไต้หวัน
ล่าสุดในวันจันทร์ (26 ม.ค.) จีนเตือนเรื่องนี้อีกครั้ง ระบุถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย “อย่างรุนแรง” ช่วงวันหยุดตรุษจีน
ไม่เพียงเท่านั้น นักเดินทางชาวจีนแผ่นดินใหญ่หลายคนยกเลิกการเดินทางมาไทยด้วย หลังนักแสดงชาวจีนถูกลักพาตัวไปซึ่งต่อมาได้รับการช่วยเหลือออกจากศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมา จากนั้้นไทยเกิดความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชาเพื่อนบ้าน กรุงโซลจึงขยับขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างอย่างรวดเร็ว ด้วยการขยายนโยบายฟรีวีซาให้กับกรุ๊ปทัวร์จีนไปจนถึงเดือน มิ.ย.
ความนิยมไปเที่ยวเกาหลีใต้ที่พุ่งขึ้นถือว่าพลิกกระแสปี 2017 ตอนที่สองประเทศมีข้อขัดแย้งทางการทูตกรณีเกาหลีใต้ติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธจากสหรัฐ นักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างมาก ตอนนี้สัญญาณความสัมพันธ์แนบแน่นปรากฏชัดเมื่อประธานาธิบดีอี แจมย็อง มาเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อหลายวันก่อน พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสองเดือนเศษ นี่เป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำเกาหลีใต้นับตั้งแต่ปี 2019
สายการบินต่างๆ ก็เร่งปรับขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ข้อมูลการบินจาก Cirium เผยว่า เที่ยวบินระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับเกาหลีใต้พุ่งขึ้นเกือบ 25% จากปีก่อน ตรุษจีนนี้มาอยู่ที่กว่า 1,330 เที่ยว ตรงข้ามกับเที่ยวบินจากจีนไปญี่ปุ่นดิ่งลง 48% เหลือ 800 เที่ยวเศษ สายการบินหลักของจีนขยายเวลายกเว้นค่าธรรมเนียมยกเลิกเที่ยวบินไปญี่ปุ่นจนถึงปลายเดือน ต.ค.
“โซล เมดิคัล ไกด์” บริษัทที่ปรึกษาด้านการท่องเที่ยวเสริมความงามของโทนี เมดินา ได้รับการสอบถามจากลูกค้าจีนหลายร้อยราย ขอนัดหมายมาดูแลความงามในเกาหลีใต้ช่วงวันหยุดตรุษจีนเทียบกับปีก่อนลูกค้าจีนสอบถามมาเพียงไม่กี่คน
“อยู่เกาหลีมา 20 ปี ผมไม่เคยเห็นความสนใจเพิ่มมากอย่างนี้มาก่อน” เมดินากล่าวอย่างงุนงง เพราะธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของเขาไม่ได้ทำตลาดในจีนหรือในกลุ่มคนพูดภาษาจีนกลาง
“ทุกที่ที่คุณไป คุณจะได้เห็นคนจีนมากขึ้น และได้ยินคนเกาหลีพูดเรื่องการทะลักเข้ามาของคนจีนมากขึ้นเช่นกัน”
- วีซ่า ‘คู่หูท่องเที่ยว’
ลิซา จาง นักศึกษาวัย 20 ปี จากมณฑลกว่างสีทางตอนใต้ของจีน เป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะไปกรุงโซลในเดือนหน้า เดิมทีเธออยากไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่น แต่เงินวอนถูกกว่าและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เธอมาเยือนเกาหลีใต้ครั้งแรกเป็นเวลาห้าวัน
จางจะมากับเพื่อนกลุ่มใหม่ที่เธอรู้จักบนเสี่ยวหงฉู แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดัง โดยวางแผนแบ่งค่าใช้จ่ายภายใต้งบประมาณอันจำกัด ขณะที่จางได้รับวีซ่าส่วนบุคคล นักเดินทางชาวจีนคนอื่นๆ หันไปหาเพื่อนในโซเชียลมีเดียจับกลุ่มกันเฉพาะกิจเพื่อให้มีคุณสมบัติตรงตามนโยบายการเข้าประเทศแบบผ่อนปรนของเกาหลีใต้
“พ่อแม่ฉันคงเครียดถ้าฉันไปญี่ปุ่นในวันหยุด ฉันคิดว่าความรู้สึกต่อต้านจีนในญี่ปุ่นตอนนี้ค่อนข้างรุนแรง พวกเขาจะกังวลว่าฉันอาจไม่ปลอดภัย” จางกล่าว
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจีนที่เฟื่องฟูส่งผลทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด ไชนาเทรดดิงเดสก์คาดว่า เฉพาะสัปดาห์ตรุษจีนสัปดาห์เดียวนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่จะใช้จ่ายในเกาหลีใต้กว่า 330 ล้านดอลลาร์ มากกว่าการใช้จ่ายในญี่ปุ่นที่คาดการณ์ตัวเลขไว้ที่ 250-300 ล้านดอลลาร์
ยาโนลจารีเสิร์ช กลุ่มคลังสมองของบริษัทท่องเที่ยวเกาหลีใต้ “ยาโนลจา” คาดว่า ปี 2026 จะมีนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่มาเกาหลีใต้กว่า 7 ล้านคน
ด้านนักลงทุนเริ่มให้ความสนใจหุ้นค้าปลีกและอุปโภคบริโภคของเกาหลีใต้ที่ราคาขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าความสัมพันธ์ที่เย็นชาระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะส่งผลให้การใช้จ่ายหันไปหาธุรกิจเกาหลีมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าทุกคนในเกาหลีใต้ยินดีกับการที่นักท่องเที่ยวจีนทะลักเข้ามา สื่อท้องถิ่นและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเริ่มเชื่อมโยงอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นกับจำนวนนักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ แม้รัฐบาลมองว่าเป็นการพูดอย่างเลื่อนลอย แต่ก็มีการเข้าชื่อเรียกร้องต่อรัฐสภาให้ยกเลิกนโยบายฟรีวีซ่ามีผู้ร่วมลงนามราว 60,000 คน
ส่วนในญี่ปุ่น บลูมเบิร์กอินเทลลิเจนซ์คาดว่า นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นแหล่งรายได้จากการท่องเที่ยวก้อนใหญ่สุดจะลดลงต่อไปในไตรมาสหนึ่ง เป็นไปได้ว่าปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเยือนญี่ปุ่นลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โควิดระบาด โดยลดลง 2.8% มาอยู่ที่ 41.4 ล้านคน ตามการประเมินของเจทีบี คอร์ป บริษัทท่องเที่ยวชั้นนำ ล่าสุดยอดจองจากจีนระหว่างเดือน ม.ค.ถึงเม.ย. ลดลงแล้วราว 50%
“สำหรับญี่ปุ่น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่นักท่องเที่ยวลดในช่วงวันหยุดยาวเพียงสัปดาห์เดียว แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าผู้คนอาจมาน้อยลงในอนาคต” บาตต์จากไชนาเทรดดิงเดสก์สรุป





