วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (29 ม.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(+) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. 68 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาและทำข้อตกลงเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์
มิฉะนั้นการโจมตีครั้งต่อไปของสหรัฐฯ อาจรุนแรงยิ่งกว่าเดิม พร้อมเน้นย้ำว่ากองเรือรบขนาดใหญ่มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อิหร่านระบุว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อิหร่านจะตอบโต้เต็มกำลัง
(+) ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังดัชนีค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบที่กำหนดราคาด้วยสกุลเงินนี้มีราคาถูกลงสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ
(+) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผย ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ม.ค. 69 ปรับลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 423.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล
(+/-) ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5-3.75% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่ายังมีแรงกดดันเงินเฟ้อในระดับสูง ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่เริ่มทรงตัว
(+/-) ตลาดจับตาการประชุมของกลุ่มโอเปคพลัส ในวันที่ 1 ก.พ. 69 เพื่อพิจารณานโยบายการผลิตน้ำมัน หลังก่อนหน้านี้ มีมติชะลอปรับเพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาสที่ 1/2569 เนื่องจากความกังวลภาวะอุปทานล้นตลาดและอุปสงค์ที่ชะลอตัวตามฤดูกาล





