ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบวัน นับตั้งแต่เดือนพ.ย. ที่ผ่านมา หยุดการอ่อนค่าต่อเนื่องตลอดหนึ่งสัปดาห์ หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ แก้ต่างรัฐบาลวอชิงตันยังคงยึดมั่นในโยบายค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ ของบลูมเบิร์กปรับตัวขึ้น 0.4% ในวันนี้ (29 ม.ค.) ฟื้นตัวกลับมาได้หลังจากร่วงลงอย่างหนักตลอด 4 วันทำการก่อนหน้านี้ หลังจาก "สก็อตต์ เบสเซนต์" รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ออกมาย้ำท่าทีของวอชิงตันที่ยังคงยึดมั่นในนโยบายดอลลาร์แข็งค่า และยังเป็นผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อวันพุธ โดยอ้างถึงสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
การฟื้นตัวของดอลลาร์ในวันนี้ช่วยลดทอนแรงกดดันจากการร่วงลงหนักเมื่อวันอังคารที่ 27 ม.ค. หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เขาพอใจกับการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ทำให้ตลาดตีความในเชิงสัญญาณไฟเขียวของทิศทางดอลลาร์ขาลง จนฉุดค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี และยังลามไปสู่ตลาดพันธบัตรสหรัฐ และดันอัตราผลตอบแทนระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น
เบสเซนต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “สหรัฐมีนโยบายดอลลาร์แข็งมาโดยตลอด” พร้อมย้ำว่าสหรัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงตลาดเงินเยนของญี่ปุ่นอย่างแน่นอน โดยปฏิเสธกระแสคาดการณ์ที่สะสมมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา
“ถ้อยแถลงของเบสเซนต์ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน” เอริกา คามิลเลรี นักวิเคราะห์อาวุโสด้านเศรษฐกิจมหภาคระดับโลกจากแมนูไลฟ์ อินเวสต์เมนท์ แมเนจเมนท์ กล่าวพร้อมเสริมว่าคำพูดดังกล่าว “ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อนโยบายค่าเงินของฝ่ายบริหารสหรัฐ”
ทั้งนี้ ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ 7 ใน 10 สกุลเงินหลักของโลก รวมถึงเงินเยน ซึ่งอ่อนค่าลง 0.75%
อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคลังสหรัฐก็ยังไม่สามารถลบล้างภาพรวมได้ทั้งหมด โดยค่าเงินดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าลงราว 1% ในรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่การฟื้นตัวของเงินเยน ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินในที่สุด ยังถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันดอลลาร์
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ยังชี้ถึงความไม่แน่นอนจาก "นโยบายที่คาดเดาได้ยากของทรัมป์" ไม่ว่าจะเป็นการขู่เข้าควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อพันธมิตรต่างชาติ การกดดันเฟดให้ลดดอกเบี้ย รวมถึงการลดภาษีที่เสี่ยงซ้ำเติมฐานะการคลังของประเทศ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระตุ้นความวิตกว่าผู้ลงทุนต่างชาติอาจหลีกเลี่ยงการถือครองสินทรัพย์สหรัฐ
ดอลลาร์ยังเสี่ยงเป็นขาลงยาว
นักวิเคราะห์บางส่วนเตือนหลังถ้อยแถลงของทรัมป์เมื่อวันอังคารว่า ค่าเงินดอลลาร์อาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขาลงในระยะยาว หลังจากร่วงลงถึง 8% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นผลงานที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2017
“นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของขาลงระลอกถัดไปของดอลลาร์ และหลายคนอาจยังไม่พร้อมรับมือ” สตีเฟน เจน ผู้ก่อตั้งบริษัท Eurizon SLJ Capital อดีตนักกลยุทธ์ค่าเงินของมอร์แกน สแตนลีย์ และผู้พัฒนาทฤษฎี ‘ดอลลาร์สมายล์’ กล่าว
บลูมเบิร์กระบุว่า ตัวชี้วัดอย่างน้อยหนึ่งตัวในตลาดสนับสนุนความกังวลต่อการอ่อนค่าระยะยาวของสกุลเงินสหรัฐ โดยดัชนีความเสี่ยงแบบ risk reversals ของดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินหลัก ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปี 2011 ในสัปดาห์นี้ ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยในวันพุธ ตัวชี้วัดดังกล่าวสะท้อนความต้องการของนักลงทุนในการป้องกันความเสี่ยงจากดอลลาร์อ่อนค่าผ่านตลาดออปชัน
ด้านนักวิเคราะห์จาก ING ระบุในบันทึกว่า การฟื้นตัวของดอลลาร์ในวันพุธอาจเป็นโอกาสในการขาย สำหรับนักลงทุนที่เชื่อว่าดอลลาร์ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อไป
“อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวชี้วัดว่า นักลงทุนสรุปแล้วหรือไม่ว่าดอลลาร์ยังจำเป็นต้องอ่อนค่าลงอีก” ING ระบุ “ปัจจัยพื้นฐานของดอลลาร์ไม่ได้เสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ต้องรอดูว่านักลงทุนและภาคธุรกิจจะรู้สึกจำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินดอลลาร์หรือไม่”





