‘หุ้นอินโดฯ’ สะเทือน! ‘โกลด์แมน แซคส์’ หั่นอันดับตลาดหุ้นอินโดนีเซียเป็น ‘ลดน้ำหนักการลงทุน’ หลัง MSCI สั่งระงับดัชนี กังวลความเสี่ยงเรื่องความโปร่งใส จนอาจหลุดชั้นไปเป็น ‘ตลาดหุ้นชายขอบ’
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โกลด์แมน แซกส์ (Goldman Sachs Group Inc.) ประกาศ ปรับลดอันดับหุ้นอินโดนีเซียลงเป็น "ลดน้ำหนักการลงทุน" (underweight) พร้อมเตือนว่าความกังวลของ MSCI Inc. เกี่ยวกับตลาดหุ้นอินโดนีเซีย อาจทำให้เกิดเงินไหลออกมากกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์หากตลาดหุ้นอินโดนีเซียถูกลดระดับไปอยู่ในกลุ่ม “ตลาดชายขอบ”
ตลาดกำลังกังวลกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หากอินโดนีเซียถูกลดชั้นจากกลุ่ม "ตลาดเกิดใหม่" คาดว่ากองทุนประเภท Passive Fund ที่ลงทุนตาม ดัชนี MSCI อาจต้องเทขายหุ้นออกมาสูงถึง 7.8 พันล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ยังอาจมีเงินไหลออกอีก 5.6 พันล้านดอลลาร์ หากสถาบันจัดอันดับดัชนีอย่าง FTSE Russell ตัดสินใจทบทวนวิธีการคำนวณและสถานะของหุ้นไทยในตลาดอินโดนีเซียใหม่เช่นกัน
ทิโมธี โม และทีมนักวิเคราะห์ ระบุในรายงานว่า พวกเขาคาดการณ์ว่าจะเริ่มเห็นแรงเทขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่ใช่การขายแบบตื่นตระหนกในทันที แต่สถานการณ์นี้จะกลายเป็นปัจจัยลบสำคัญที่กดดันและฉุดรั้งการเติบโตของตลาดหุ้นอินโดนีเซียในระยะยาว
นักวิเคราะห์ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้จัดการกองทุนที่เน้นบริหารแบบเชิงรุก (Active Fund) ในภูมิภาค ถือครองหุ้นอินโดนีเซียอยู่ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น ความเสี่ยงจากการถูกลดอันดับ ความผันผวนของตลาด และสภาพคล่องที่ลดลง จะเป็นตัวเร่งให้นักลงทุนระยะยาวต้องรีบปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง
เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ตลาดหุ้นอินโดฯ’
วานนี้(28 ม.ค.) ดัชนีหุ้นอินโดนีเซียดิ่งลงทันที 7.4% หลังจาก MSCI ประกาศระงับการปรับเปลี่ยนดัชนีชั่วคราว เพื่อรอให้หน่วยงานกำกับดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องการถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนโดยกลุ่มเอกชน
MSCI ระบุว่านี่คือ "ปัญหาพื้นฐานของการลงทุน" โดยเฉพาะความกังวลเรื่องสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาดที่ต่ำเกินไป ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรงของตลาดหุ้นอินโดนีเซียในขณะนี้
MSCI กำลังพิจารณาใช้แหล่งข้อมูลอื่นตรวจสอบว่าหุ้นที่หมุนเวียนให้นักลงทุนทั่วไปซื้อขายได้จริงๆ นั้นมีอยู่เท่าไหร่กันแน่ หากพบว่าตัวเลขจริงน้อยกว่าที่บริษัทจดทะเบียนรายงานไว้ กองทุนต่างๆ ทั่วโลกที่ลงทุนตามดัชนีจะถูกบังคับให้ต้องขายหุ้นอินโดนีเซียทิ้งทันที
ปัญหาเรื้อรังของตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่มีมูลค่าสูงถึง 9.76 แสนล้านดอลลาร์ คือหุ้นของบริษัทใหญ่ๆ มักถูกถือครองโดยมหาเศรษฐีเพียงไม่กี่คน ทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ ราคาหุ้นเหวี่ยงแรงเกินจริง และเสี่ยงต่อการถูกปั่นหุ้นได้ง่าย
หน่วยงานกำกับดูแลพยายามแก้เกมโดยมีแผนจะเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำของ Free Float จาก 7.5% เป็น 10-15% และตั้งเป้าในระยะยาวไว้ที่ 25% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับฮ่องกงหรืออินเดียที่ใช้เกณฑ์ 25% หรือแม้แต่ไทยที่ใช้เกณฑ์ 15%
ก่อนหน้านี้ดัชนีหุ้นอินโดนีเซียดูเหมือนจะทำผลงานได้ดีเกินจริง สะท้อนถึงความไม่สมดุลของตลาด โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หุ้นอินโดฯ บวกเพียง 2.7% ขณะที่หุ้นในกลุ่มอาเซียนโดยรวมพุ่งไปถึง 5.3%





