background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม 2569

Login
Login

เมตา ‘ทุบสถิติ’ รายได้ Q4 เล็งทุ่มงบ AI เพิ่มอีก 2 เท่าในปีนี้

เมตา ‘ทุบสถิติ’ รายได้ Q4 เล็งทุ่มงบ AI เพิ่มอีก 2 เท่าในปีนี้

‘เมตา’ เดินหน้าเดิมพันอนาคตกับ AI แบบไม่ถอย หลังรายงานยอดขายไตรมาส 4 ‘ทำสถิติสูงสุด’ พร้อมประกาศแผนทุ่มงบลงทุนปี 2026 สูงถึง 1.35 แสนล้านดอลลาร์ ท่ามกลางแรงจับตาว่า การอัดฉีดเงินระดับประวัติศาสตร์ครั้งนี้ จะปั้น ‘เครื่องจักรทำเงินยุคใหม่’ ได้จริงหรือไม่

หนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า บริษัท “เมตา แพลตฟอร์มส์” (Meta Platforms) รายงานยอดขาย “ทำสถิติสูงสุด” ในไตรมาส 4 พร้อมเปิดเผยแผนเพิ่มการใช้จ่ายในปี 2026 อย่างมหาศาล สะท้อนว่าบริษัท “ไม่มีแผนชะลอ” การขยายตัวด้าน AI ที่เดินหน้าอย่างทะเยอทะยาน

หุ้นเมตา ปรับตัวขึ้นกว่า 8% ในช่วงหลังตลาดปิดของวันที่ 28 มกราคม โดยบริษัทระบุว่า งบลงทุนในปี 2026 อาจพุ่งสูงถึง 135,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดไว้ราว 20% และเกือบ สองเท่าของระดับการลงทุนในปีที่แล้ว 

ขณะที่รายได้จากธุรกิจโฆษณาและหน่วยงานอื่น ๆ อยู่ที่ 59,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบรายปี

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Meta ระบุว่า บริษัทมีแผนสร้างศูนย์ข้อมูลทั่วโลก เปิดตัวโมเดล AI รุ่นใหม่ระดับแนวหน้า และนำ AI เข้ามาผสานกับธุรกิจโฆษณาหลักให้ลึกยิ่งขึ้นในปีนี้

“ในปี 2025 เราได้สร้างรากฐานของโปรแกรม AI ใหม่ทั้งหมด เราจะเริ่มปล่อยโมเดลและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ” ซักเคอร์เบิร์กกล่าวในการประชุมทางโทรศัพท์กับนักลงทุนและนักวิเคราะห์

“ผมคาดว่าโมเดลชุดแรกจะออกมาดี แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ นี่จะแสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาอย่างรวดเร็วที่เรากำลังมุ่งไป”

ซูซาน ลี ประธานเจ้าหน้าที่การเงินของเมตากล่าวว่า การใช้ AI ช่วยให้บริษัทปรับปรุงระบบแนะนำคอนเทนต์เพื่อรักษาการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ รวมถึงระบบกำหนดเป้าหมายโฆษณาแบบเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

เธอยังเสริมว่า WhatsApp จะเดินหน้าแสดงโฆษณาต่อเนื่องในปีนี้ และบริการส่งข้อความแบบเสียเงินบน WhatsApp มีอัตรารายได้ต่อปีทะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 แล้ว

นอกจากนี้ เมตายังประกาศโครงการระดับบนสุดใหม่ในชื่อ “Meta Compute” ซึ่งมีหน้าที่จัดหาแหล่งพลังงานขนาดมหาศาลที่จำเป็นต่อการเดินระบบโมเดล AI และธุรกิจโซเชียลมีเดียของบริษัท

“เมตาวางแผนจะสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้าในระดับ หลายสิบกิกะวัตต์ภายในทศวรรษนี้ และอาจเพิ่มเป็น หลายร้อยกิกะวัตต์หรือมากกว่านั้นในระยะยาว” ซักเคอร์เบิร์กเขียนในโพสต์บน Threads

“วิธีที่เราออกแบบ ลงทุน และสร้างพันธมิตรเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้ จะกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์”

ขณะเดียวกัน นักลงทุน นักวิเคราะห์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี กำลังจับตาว่า หน่วยงาน AI ใหม่ที่เสริมกำลังเต็มพิกัดของเมตา จะสร้างผลงานได้มากน้อยเพียงใด หลังจากซักเคอร์เบิร์กทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการดึงตัวบุคลากรระดับหัวกะทิเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา

เป็นเวลากว่า 8 เดือนแล้ว นับตั้งแต่เมตาเข้าถือหุ้น 49% ใน “Scale AI” และดึงตัวอเล็กซานเดอร์ หวัง ซีอีโอของบริษัทดังกล่าวมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ของเมตา แต่บริษัทยังไม่ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ที่จะมาแทน Llama 4 ซึ่งเปิดตัวเมื่อฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้วและไม่ประสบความสำเร็จ จนทำให้เมตาต้องปรับโครงสร้างงานด้าน AI และตั้ง Superintelligence Labs ขึ้นมาใหม่

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณว่า โมเดลใหม่กำลังจะมา โดยในการถาม–ตอบภายในบริษัทเมื่อเดือนธันวาคม หวังระบุว่า โมเดล AI รุ่นล่าสุดของเมตา ซึ่งใช้โค้ดเนมว่า “Avocado” และ “Mango” คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปีนี้

ในขณะที่ AI กลายเป็นแกนกลางของยุทธศาสตร์ เมตาได้ปรับลดทีมที่ทำงานด้านเมตาเวิร์สลงในเดือนนี้ด้วย โดยบริษัทปลดพนักงานราว 10% หรือประมาณ 1,500 คน จากหน่วยงาน Reality Labs พร้อมระบุว่า จะโยกงบลงทุนไปเน้นการพัฒนา “แว่นตา AI” ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทเห็นแรงส่งและความคืบหน้ามากกว่า

อ้างอิง: wsj