เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย’ ดิ่งแรง 8% หลัง MSCI กังวลความเสี่ยงเรื่องความโปร่งใส จนอาจหลุดชั้นไปเป็น ‘ตลาดหุ้นชายขอบ’
บลูมเบิร์กรายงานว่า “ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปรับตัวลดลงจนต้องประกาศหยุดพักการซื้อขายชั่วคราว หลังจากที่ MSCI Inc. ผู้จัดทำดัชนีหุ้นระดับโลก ออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรงเรื่องความโปร่งใสในการลงทุน พร้อมเตือนว่าอาจปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงไปอยู่ในกลุ่ม "ตลาดชายขอบ"
ดัชนีจาการ์ตาปรับตัวลดลงถึง 8% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงต่ำที่สุดในรอบ 9 เดือนจนทำให้ตลาดต้องหยุดซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที โดยหุ้นที่โดนเทขายหนักที่สุดคือกลุ่มที่เคยคาดว่าจะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี MSCI เดือนหน้า เช่น PT Bumi Resources และ PT Petrosea ที่ราคาหุ้นร่วงลงไปกว่า 15%
MSCI 'ระงับ' การเปลี่ยนแปลงดัชนี
การเทขายเกิดขึ้นหลังจากที ผู้จัดทำดัชนีกล่าวว่าจะ "ระงับ" การเปลี่ยนแปลงดัชนีที่เกี่ยวกับหุ้นอินโดนีเซียทั้งหมดทันที โดยจะยังไม่เพิ่มหุ้นตัวใหม่ๆ เข้าไปจนกว่าหน่วยงานกำกับดูแลของอินโดนีเซียจะแก้ไขปัญหาเรื่อง "โครงสร้างผู้ถือหุ้น" ที่กระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม ซึ่ง MSCI มองว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่ทำให้การลงทุนไม่โปร่งใสและเสี่ยงต่อการปั่นราคาหุ้น
ถ้าอินโดนีเซียไม่สามรถแก้ไข้เรื่องความโปร่งใสได้ภายในเดือนพ.ค.นี้ ทาง MSCI จะมีการประเมินสถานะตลาดใหม่ ซึ่งรวมถึงการปรับน้ำหนักบริษัทในตลาดหุ้นอินโดนีเซียทั้งหมดในดัชนีตลาดเกิดใหม่ หรือการถูกลดชั้นไปเป็นตลาดชายขอบ ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลออกมหาศาล
ด้านผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียระบุว่ากำลังหารือกับ MSCI และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความโปร่งใสของข้อมูลเพื่อหาข้อสรุป ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีความพยายามในการเพิ่มความโปร่งใสแล้ว เช่น การประกาศข้อมูลหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจริง
ทาเร็ค ฮอร์ชานี นักวิเคราะห์จาก Maybank Securities ในสิงคโปร์มองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณ “เตือน” ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย อย่างไรก็ดีตลาดได้ตอบรับความเสี่ยงในเชิงลบไปแล้ว จากแรงกดดันจากหุ้นตัวใหญ่ๆ ในดัชนี
นักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นสุทธิสูงถึง 192 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการไหลออกครั้งแรกในรอบ 16 สัปดาห์ และเทรนด์การขายก็ยังคงดำเนินต่อไปในสัปดาห์นี้
MSCI กังวลความโปร่งใส
MSCI กำลังพิจารณาใช้แหล่งข้อมูลอื่นตรวจสอบว่าหุ้นที่หมุนเวียนให้นักลงทุนทั่วไปซื้อขายได้จริงๆ นั้นมีอยู่เท่าไหร่กันแน่ หากพบว่าตัวเลขจริงน้อยกว่าที่บริษัทจดทะเบียนรายงานไว้ กองทุนต่างๆ ทั่วโลกที่ลงทุนตามดัชนีจะถูกบังคับให้ต้องขายหุ้นอินโดนีเซียทิ้งทันที
ปัญหาเรื้อรังของตลาดหุ้นอินโดนีเซียที่มีมูลค่าสูงถึง 9.76 แสนล้านดอลลาร์ คือหุ้นของบริษัทใหญ่ๆ มักถูกถือครองโดยมหาเศรษฐีเพียงไม่กี่คน ทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ ราคาหุ้นเหวี่ยงแรงเกินจริง และเสี่ยงต่อการถูกปั่นหุ้นได้ง่าย
หน่วยงานกำกับดูแลพยายามแก้เกมโดยมีแผนจะเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำของ Free Float จาก 7.5% เป็น 10-15% และตั้งเป้าในระยะยาวไว้ที่ 25% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับฮ่องกงหรืออินเดียที่ใช้เกณฑ์ 25% หรือแม้แต่ไทยที่ใช้เกณฑ์ 15%
ก่อนหน้านี้ดัชนีหุ้นอินโดนีเซียดูเหมือนจะทำผลงานได้ดีเกินจริง สะท้อนถึงความไม่สมดุลของตลาด โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หุ้นอินโดฯ บวกเพียง 2.7% ขณะที่หุ้นในกลุ่มอาเซียนโดยรวมพุ่งไปถึง 5.3%
แฟรงคลิน เทมเพิลตัน ผู้จัดการกองทุนให้ความเห็นว่า หากอินโดนีเซียถูกลดชั้นจริง ผลกระทบต่อเงินไหลออกจะรุนแรงมาก เพราะปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติก็เริ่มถอยห่างจากอินโดนีเซียอยู่แล้วเนื่องจากความกังวลเรื่องนโยบายเศรษฐกิจมหภาค
ความขัดแย้งกับ MSCI ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความเชื่อมั่นนักลงทุนเปราะบาง เนื่องจากตลาดไม่มั่นใจในนโยบายของประธานาธิบดี "ปราโบโว ซูเบียนโต" ที่พยายามแทรกแซงนโยบายการคลังและการเงิน รวมถึงเหตุการณ์สะเทือนขวัญนักลงทุนอย่างการปลดรัฐมนตรีคลังอย่าง "ศรี มุลยานี อินทราวัต" ออกจากตำแหน่งเมื่อปีที่ผ่านมา





