background-default

วันอังคาร ที่ 27 มกราคม 2569

Login
Login

อียู-อินเดียปิดดีลประวัติศาสตร์! สร้างตลาดเสรี 2,000 ล้านคน

อียู-อินเดียปิดดีลประวัติศาสตร์! สร้างตลาดเสรี 2,000 ล้านคน

หลังยืดเยื้อมานานเกือบ 20 ปี ในที่สุด ‘สหภาพยุโรป–อินเดีย’ ก็ปิดดีลการค้าเสรีครั้งประวัติศาสตร์ ข้อตกลงนี้ไม่เพียงเปิดตลาดกว่า 2,000 ล้านคน แต่ยังสะท้อนการปรับขั้วเศรษฐกิจโลก เมื่อทั้งอียูและอินเดีย ‘เร่งลดการพึ่งพาสหรัฐ–จีน’

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหภาพยุโรป (EU) และอินเดีย ตกลงทำข้อตกลงการค้าเสรีได้สำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ หลังเจรจากันยาวนานเกือบ 20 ปี เพื่อจับมือกันให้แน่นแฟ้นขึ้นทางเศรษฐกิจ และรับมือผลกระทบจากนโยบายภาษีทรัมป์

เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารว่า “เราปิดดีลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาได้แล้ว”

“เราได้สร้างเขตการค้าเสรีที่มีประชากรรวมกันกว่า 2,000 ล้านคน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน”

ทั้งฟอน แดร์ ไลเอิน และอันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป เดินทางอยู่ที่กรุงนิวเดลีเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาสำคัญนี้

ด้านนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ซึ่งประกาศความสำเร็จของข้อตกลงตั้งแต่ช่วงต้นวัน ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคการผลิตและภาคบริการของอินเดีย พร้อมทั้งเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย

คณะกรรมาธิการยุโรประบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า ข้อตกลงนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มการส่งออกสินค้าของสหภาพยุโรปไปยังอินเดียเป็นสองเท่าภายในปี 2032 ผ่านการยกเลิกหรือปรับลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้า EU ที่ส่งออกไปอินเดียถึง 96.6% ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์และสินค้าอุตสาหกรรม ไปจนถึงไวน์ ช็อกโกแลต และพาสต้า

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของอินเดียระบุว่า สหภาพยุโรปจะยกเลิกหรือปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียถึง 99.5% ภายในระยะเวลา 7 ปี

ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปมีความขัดแย้งกับอินเดียมาอย่างยาวนานในประเด็นการค้า ขณะนี้หันมาให้ความสำคัญกับการลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐ และจีน 

ขณะที่อินเดียเอง ก็พยายามสลัดภาพลักษณ์ประเทศที่มีนโยบายกีดกันทางการค้า พร้อมรับมือกับมาตรการภาษีทรัมป์ที่สูงถึง 50% ไปพร้อมกับการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับรัสเซีย

“ประเทศต่าง ๆ มีแนวโน้มพร้อมจะ ‘ฝังด้ามขวาน’ มากขึ้น (เลิกตั้งแง่ขัดแย้ง แม้เคยมีปัญหากันมาก่อน) ท่ามกลาง ‘บรรยากาศแห่งความไม่แน่นอน’ จากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์” อมิเธนดู ปาลิต หัวหน้าทีมวิจัยด้านการค้าและเศรษฐกิจ แห่งสถาบันเอเชียใต้ศึกษากล่าว
เขาเสริมว่า “การกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง นั่นแหละคือหัวใจของเกมนี้”

สำหรับข้อตกลงดังกล่าว ถือเป็นข้อตกลงการค้าที่ทะเยอทะยานที่สุดเท่าที่อินเดียเคยลงนาม โดยรัฐบาลนิวเดลีตกลงเปิดทางให้รถยนต์ที่ผลิตในยุโรป เข้าสู่อินเดียได้สูงสุด 250,000 คัน ภายใต้อัตราภาษีพิเศษ ซึ่งเป็นโควตาที่มากกว่าข้อตกลงล่าสุดที่อินเดียทำไว้ถึงกว่า 6 เท่า 

นอกจากนี้ อินเดียยังจะทยอยปรับลดภาษีนำเข้าไวน์พรีเมียมจากยุโรป จาก 150% เหลือ 20% ตามเอกสารของคณะกรรมาธิการยุโรป

ข้อตกลงนี้ ยังช่วยให้อินเดียได้เปรียบในการส่งออกสินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้น ซึ่งได้รับผลกระทบหนักจากภาษีในอัตราสูงของทรัมป์ อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับอัญมณี และรองเท้า 

ทั้งนี้ เป็นที่คาดว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการหลังผ่านการตรวจทานด้านกฎหมาย ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน และยังต้องได้รับการให้สัตยาบันจากรัฐสภายุโรปด้วย

อ้างอิง: bloomberg