เบื้องหลังใช้กำลังของสหรัฐต่อเวเนซุเอลา อิหร่าน รวมถึงแข็งกร้าวต่อกรีนแลนด์ และคิวบา อาจไม่ใช่แค่การแสดงอำนาจเชิงเดี่ยว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหญ่ทรัมป์ เรียกว่า ‘Donroe Doctrine’ ในการสกัดอิทธิพลของจีน
ในขณะนี้ เริ่มมีมุมมองแพร่หลายในกลุ่มคนใกล้ชิดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า การใช้กำลังกับเวเนซุเอลา และอิหร่าน รวมถึงการข่มขู่กรีนแลนด์ และคิวบา แท้จริงแล้วมีเป้าหมายเพื่อ “สกัดอิทธิพลของจีน” และสร้างความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ให้กับสหรัฐ
เว็บไซต์นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า ทรัมป์ผลักดันแนวคิดที่เรียกว่า “Donroe Doctrine” ซึ่งนำชื่อของเขามาผสมกับ Monroe Doctrine ในศตวรรษที่ 19 ที่เคยประกาศว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้มหาอำนาจที่เป็นศัตรูเข้ามามีอิทธิพลในซีกโลกตะวันตก (ทวีปอเมริกา)
แนวคิดนี้ถูกบรรจุอยู่ในเอกสาร “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ” ที่เผยแพร่ปลายปี 2025 และตั้งแต่ต้นปีนี้ ก็เริ่มมีการลงมือทำจริง ทั้งการโจมตีเวเนซุเอลา และมีท่าทีเชิงรุกต่อคิวบา และประเทศอื่นๆ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทรัมป์ได้นำรายงานของ เจ. ไมเคิล วอลเลอร์ นักวิชาการด้านการทหาร ชื่อว่า “The ‘Donroe Doctrine’ In Action” มาโพสต์บน Truth Social รายงานชิ้นนี้ยังถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ Claremont ซึ่งเป็นคลังสมองสายอนุรักษนิยมที่ใกล้ชิดรัฐบาล หลังการโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคมไม่นาน
รายงานอธิบายว่า การโจมตีเวเนซุเอลา เป็นส่วนหนึ่งของ “เอฟเฟกต์โดมิโน” เพื่อเปลี่ยนประเทศที่ต่อต้านสหรัฐ ให้หันมาเข้าข้างสหรัฐ รวมถึงอิหร่าน และคิวบาด้วย และถือเป็น “สัญญาณเตือน” เพื่อบ่อนทำลายยุทธศาสตร์ระดับโลกของจีน
ในรายงานยังตั้งข้อสังเกตว่า “ยังต้องรอดูว่า ทรัมป์กำลังตัดสินใจแบบเฉพาะหน้าในกรณีเวเนซุเอลา หรือจริงๆ แล้วมีแผนเชิงลึกระดับ ‘ห้ามิติ’ ซ่อนอยู่ อย่างน้อยก็อยู่ไม่ไกลตัวเขานัก”
วอลเลอร์ให้สัมภาษณ์กับนิกเคอิ เอเชียว่า ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของทรัมป์โดยแก่นแท้แล้ว คือ “การสกัดไม่ให้จีนคอมมิวนิสต์ครองโลก”
เขาระบุว่า นักวิจารณ์ทรัมป์มักเข้าใจผิด คิดว่ายุทธศาสตร์นี้จะแบ่งโลกเป็นเขตอิทธิพล เช่น อเมริกาเป็นของสหรัฐ ยุโรปเป็นของรัสเซีย และเอเชียเป็นของจีน
แต่ในมุมของวอลเลอร์ แนวคิดจริงคือ ให้พันธมิตรยุโรปดูแลยุโรปเป็นหลัก ให้พันธมิตรเอเชียดูแลเอเชีย สหรัฐรับผิดชอบทวีปอเมริกา โดยสหรัฐยังสนับสนุนพันธมิตรที่ “พึ่งพาตัวเองได้” ต่อไป
มีการประเมินว่า เวเนซุเอลา และอิหร่าน รวมกันคิดเป็น ประมาณ 30% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของจีน (รวมถึงน้ำมันจากเรือที่จดทะเบียนปลอม) และหากนับรวมประเทศตะวันออกกลาง ตัวเลขนี้อาจสูงถึง 70%
ด้านสตีฟ แบนนอน อดีตที่ปรึกษายุทธศาสตร์คนสำคัญของทรัมป์ ก็ออกมายืนยันเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า Donroe Doctrine คือ “ยุทธศาสตร์ต้านจีน” เขาชี้ว่า “อาร์กติก” เป็นจุดคอขวดทางทหารที่สำคัญ ในการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีน และเน้นว่า ต้องกันจีนออกจากซีกโลกตะวันตก รวมถึงกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนของเดนมาร์ก
ขณะที่ ฮาล แบรนด์ส ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ให้ความเห็นว่า “แน่นอนว่ามีคนในรัฐบาลที่มองว่าสหรัฐ อยู่ในการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับจีน และควรคว้าชัยชนะเชิงกลยุทธ์ให้ได้ แต่ผมยังไม่เชื่อว่า ประธานาธิบดีมองความสัมพันธ์กับจีนในกรอบนั้น”
เขาเสริมว่า “เป้าหมายหลักของทรัมป์คือ รักษาความสัมพันธ์กับจีนให้ค่อนข้างนิ่งในปีนี้ พร้อมแก้ปัญหาความเปราะบางทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องแร่หายาก เพื่อสร้างอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจให้มากขึ้นในการเจรจากับปักกิ่ง”
อ้างอิง: nikkei
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





