background-default

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569

Login
Login

‘เคป็อปนำ-เงินเฟ้อหนุน’ บะหมี่เกาหลีโตพุ่งตลาดต่างแดน

‘เคป็อปนำ-เงินเฟ้อหนุน’ บะหมี่เกาหลีโตพุ่งตลาดต่างแดน

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกมองว่าเป็น “อาหารคนยาก” ตอนนี้ยกระดับขึ้นมาเมื่อมีสินค้าต่างประเทศเข้ามาขาย ตัวอย่างเช่น บะหมี่รสชีสเผ็ดจากเกาหลีใต้ที่มีวางจำหน่ายมากมายในซูเปอร์มาร์เก็ตเมืองไทย 

กรณีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลีหากพิจารณาจากยอดการส่งออก ดูเหมือนว่าโลกกำลังหลงใหลกับอาหารเกาหลีหรือที่เรียกกันว่า เคฟู้ด 

เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงาน จากข้อมูลของกระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบท การส่งออก “เคฟู้ดพลัส” หรือผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเกษตรในปี 2025 เพิ่มขึ้น 5.1% จากปี 2024 พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.362 หมื่นล้านดอลลาร์  และเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือรามยอนโดดเด่นกว่าสินค้าชนิดอื่น การส่งออกเพิ่มขึ้นเกือบ 22% สู่ระดับ 1.52 พันล้านดอลลาร์ เป็นสินค้าหมวดอาหารชนิดเดียวที่ทำยอดขายในต่างประเทศเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ บะหมี่รสชีสเผ็ดและผลิตภัณฑ์ใหม่อื่นๆ ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และตลาดเกิดใหม่ในเอเชียกลางและตะวันออกกลาง

“ความต้องการบะหมี่เกาหลียังขยายตัวต่อเนื่องทั่วโลก บริษัทได้ขยายการผลิตและสร้างเสถียรภาพให้ห่วงโซ่อุปทานเพื่อตอบสนองความต้องการนั้น” กระทรวงระบุไว้ในรายงานเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

สินค้าอื่นๆ ก็ได้รับความนิยมในต่างแดนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซอสเกาหลีได้อานิสงส์จากความต้องการรสชาติเผ็ดหวาน การส่งออกไอศกรีมและผลไม้ก็เพิ่มขึ้นด้วย

  •  อาศัยบารมีเคป็อป

อะไรทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองธรรมดาๆ ของเกาหลีใต้ได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้? นักวิเคราะห์กล่าวว่า วัฒนธรรมมีบทบาทสำคัญยิ่ง

ความนิยมอย่างมหาศาลของเคป็อปและเคซีรีส์ช่วยกระตุ้นความต้องการ โดยอาหารมักปรากฏอยู่บนหน้าจอ ตัวละครมักมีฉากกำลังกินรามยอนในซีรีส์ รายการวาไรตี้ และโฆษณาต่างๆ

โอ จีวู นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า ทันทีที่บริษัทเคป็อปมองหาโอกาสเติบโตในต่างประเทศ ผู้ผลิตอาหารเกาหลี โดยเฉพาะผู้ขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็กำลังทำเช่นเดียวกัน

โช ยองชุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) นงชิม กล่าวกับพนักงานเมื่อต้นปีนี้ว่า หลักการธุรกิจของบริษัทประจำปี 2026 คือ“ความคล่องตัวและการเติบโตในระดับโลก” พร้อมกระตุ้นให้พนักงานขยายฐานธุรกิจในต่างประเทศ

ฮวัง ซองมาน ซีอีโอโอโตกิ กล่าวในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือน มี.ค.2025 ว่า บริษัทผู้เป็นเจ้าของแบรนด์จินราเมน จะให้ความสำคัญกับ “การสำรวจตลาดโลก” เป็นอันดับแรก ตั้งเป้าทำยอดขายในต่างประเทศ 1.1 ล้านล้านวอน (746 ล้านดอลลาร์) ภายในปี 2030

โอจากซีจีเอสกล่าวว่า บริษัทต่างๆ กำลังมองออกไปยังตลาดต่างประเทศ เพราะตลาดในประเทศอิ่มตัวแล้ว เช่น นงชิม เจ้าของแบรนด์ชินรามยอน ครองส่วนแบ่งการตลาดเกาหลีใต้กว่า 60%

“ผลิตภัณฑ์หลักของพวกเขาถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 และผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เดิม ๆ ก็ยังคงขายดีทุกปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านการตลาด” นักวิเคราะห์รายนี้กล่าวและว่า ประชากรเกาหลีใต้ลดลงยังเป็นข้อจำกัดของการเติบโตภายในประเทศในระยะยาวผลักดันให้บริษัททั้งหลายหันไปมองหาโอกาสในต่างประเทศ

ส่งผลให้ผู้ผลิตบะหมี่ต้องพึ่งพาการเข้าถึงตลาดโลกของเคป็อปด้วยการลงนามกับศิลปินดังให้มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เพื่อดึงดูดลูกค้าในต่างประเทศ

นงชิมประกาศให้ Aespa ของเอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนท์เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังจากร่วมงานกับเน็ตฟลิกซ์ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธีม K-pop Demon Hunters แล้ว ด้านโอโตกิก็ดึงจิน สมาชิกวงบีทีเอสมาเป็นพรีเซนเตอร์บะหมี่จินราเมนของบริษัท

  •  ภาวะเงินเฟ้อและอำนาจในการกำหนดราคา

ค่าครองชีพในต่างแดนที่สูงขึ้นมีส่วนหนุนความต้องการด้วย รายงานประจำเดือน พ.ย.ของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลแมคควารี พบว่า เงินเฟ้อช่วยขยายตลาดบะหมี่สหรัฐเพราะผู้บริโภคต้องการอาหารที่สะดวกในราคาเข้าถึงได้

“ผู้บริโภคต้องการประหยัดกว่าเดิม พวกเขาจึงลองรามยอน มันอร่อยและถูก” โอชี้ให้เห็นถึงการรับประทานอาหารนอกบ้านในสหรัฐและยุโรปว่ามีราคาแพงมาก

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐบอกว่า เงินเฟ้อ “การรับประทานอาหารนอกบ้าน” ของสหรัฐสูงสุดในรอบ 13 ปีที่5.3% ในปี 2021 และสูงสุดถึง 8.8% ในเดือน มี.ค.2023 แม้ตัวเลขลดลงนับจากนั้น แต่เงินเฟ้อประเภทนี้ล่าสุดอยู่ที่ 4.1%

รายงานของแมคควารีบอกด้วยว่า นอกเหนือจากตลาดในประเทศอิ่มตัว ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลีใต้ยังต้องถูกรัฐบาลจำกัดการขึ้นราคา จึงไม่สามารถชดเชยกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้

ในประเด็นนี้โออธิบายว่า กล่าวอีกนัยหนึ่ง ตลาดต่างประเทศเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตขึ้นราคาขายโดยเฉลี่ยได้ อย่างที่จีนหรือตลาดเอเชียอื่นๆ สามารถขึ้นราคาเฉลี่ยได้สูงกว่าในเกาหลีใต้ 30%-50% ขณะที่ราคาเฉลี่ยในสหรัฐสามารถขึ้นได้ราวสองเท่า

ในมุมมองของแมคควารี แบรนด์ชั้นนำของญี่ปุ่นและเกาหลีได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค เนื่องจากแบรนด์เหล่านี้มุ่งเน้นไปที่ “การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมียม”

ซัมยังฟู้ดส์คือผู้ได้รับประโยชน์หลัก แมคควารีคาดการณ์ว่า แบรนด์จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสหรัฐจากปัจจุบันที่ 11.4%เป็น 23.9% ได้ภายในปี 2028

“เราเชื่อว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคุณภาพสูงที่มาพร้อมกับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญสำหรับตลาดสหรัฐ” แมคควารีระบุ

ตัวอย่างเช่น ซัมยังฟู้ดส์เจ้าของไลน์บะหมี่เผ็ดบูลดัก ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปี 2014 จาก “การท้าทายกินบะหมี่ไฟลุก” ผู้ร่วมแข่งขันต้องกินบะหมี่เผ็ดโดยห้ามดื่มน้ำ

เทรนด์นี้ทำให้ทางการเดนมาร์กต้องเรียกคืนผลิตภัณฑ์บูลดักบางตัว เพื่อตรวจสอบปริมาณแคปไซซินสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม การเรียกคืนดังกล่าวถูกยกเลิกในภายหลัง