วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เหล็กญี่ปุ่น’ ทรุดหนัก ผลิตต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี หลังพ่ายเหล็กถูกจากจีน

‘เหล็กญี่ปุ่น’ ทรุดหนัก ผลิตต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี หลังพ่ายเหล็กถูกจากจีน

อุตสาหกรรมเหล็กญี่ปุ่นเผชิญ ‘จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ’ เมื่อการผลิตเหล็กดิบปี 2025 ‘ร่วงลงต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี’ ท่ามกลางแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจีน การกีดกันทางการค้า และอุปสงค์ที่ชะลอตัวทั้งในและนอกประเทศ จนญี่ปุ่นเสี่ยงหลุดจากผู้นำอุตสาหกรรมเหล็กโลก

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า การผลิตเหล็กดิบของญี่ปุ่นในปี 2025 ลดลงแตะระดับ “ต่ำสุดในรอบกว่า 50 ปี” นับตั้งแต่ปี 1969 จากการทะลักเข้ามาของเหล็กราคาถูกจากจีน หลังปริมาณการผลิตหดตัวลง 4% เหลือ 80.67 ล้านตัน ตามข้อมูลที่สหพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งญี่ปุ่น (Japan Iron and Steel Federation: JISF) เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี

สมาคมเหล็กโลก (World Steel Association) ระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม–พฤศจิกายน 2025 สหรัฐได้ขึ้นแซงหน้าญี่ปุ่นในด้านการผลิตเหล็กดิบแล้ว และเมื่อรวมตัวเลขทั้งปี ญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะ “ร่วงลงไปอยู่อันดับ 4” รองจากจีน อินเดีย และสหรัฐ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999 ที่สหรัฐมีปริมาณการผลิตเหล็กสูงกว่าญี่ปุ่น

ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด ที่ทำให้การส่งออกเหล็กไปยังตลาดอย่างเกาหลีใต้และสหภาพยุโรปถูกปิดกั้น แม้ญี่ปุ่นจะส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กราว 40% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่สถิติการค้าเบื้องต้นชี้ว่า ปริมาณการส่งออกในปี 2025 ลดลง 4.2% เหลือ 30.08 ล้านตัน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

“อุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนสูง จะยังคงเผชิญสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากต่อไปในปี 2026 เช่นกัน” ทาดาชิ อิไม ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของนิปปอนสตีลกล่าว 

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ได้เร่งควบรวมและปรับโครงสร้างโรงงานผลิต เพื่อตอบรับกับสถานการณ์ดังกล่าว นิปปอนสตีลเริ่มการปรับโครงสร้างตั้งแต่ราวปี 2020 โดยลดจำนวนเตาหลอมเหล็กจาก 15 เตา เหลือ 10 เตา 

ขณะที่ JFE Holdings ระงับการเดินเครื่องเตาหลอมหนึ่งเตาในปี 2023 และมีแผนจะหยุดการดำเนินงานของเตาอีกหนึ่งเตาในปีงบประมาณ 2027

ในปี 2025 นิปปอนสตีลเข้าซื้อกิจการ U.S. Steel และวางแผนให้ตลาดสหรัฐ เป็นเสาหลักของการเติบโตในอนาคต 

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานเหล็กแห่งใหม่ในอินเดีย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการผลิตเหล็กดิบ 100 ล้านตันต่อปีภายใน 10 ปี ด้วยการขยายกำลังการผลิตนอกประเทศญี่ปุ่น โดยในปี 2024 บริษัทผลิตเหล็กได้ 58 ล้านตัน รวมกำลังการผลิตของ U.S. Steel แล้ว

“หากเราไม่สามารถผลิตเหล็กในปริมาณมากได้ เราก็จะไม่สามารถรักษาหรือพัฒนาเทคโนโลยีของเราได้” เออิจิ ฮาชิโมโตะ ประธานกรรมการและซีอีโอของนิปปอนสตีลกล่าว “ขนาดการผลิตคือสิ่งจำเป็น”

อ้างอิง: nikkei