background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มกราคม 2569

Login
Login

ส่งออกญี่ปุ่นไปสหรัฐร่วง 4.1% ‘ทรุดครั้งแรกในรอบ 5 ปี’ พิษภาษี เขย่ารถญี่ปุ่น

ส่งออกญี่ปุ่นไปสหรัฐร่วง 4.1% ‘ทรุดครั้งแรกในรอบ 5 ปี’ พิษภาษี เขย่ารถญี่ปุ่น

แรงกระแทกจากภาษีทรัมป์ ทำให้การส่งออกญี่ปุ่นไปสหรัฐ ‘ทรุดครั้งแรกในรอบ 5 ปี’ โดยอุตสาหกรรมรถญี่ปุ่นได้รับผลกระทบหนัก

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า การส่งออกของญี่ปุ่นไปยังสหรัฐ ลดลงเป็น “ครั้งแรกในรอบ 5 ปี” ในปี 2025 หลังมาตรการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลกระทบหนักต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจของการส่งออกญี่ปุ่น

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า มูลค่าการส่งออกไปสหรัฐ ลดลง 4.1% เหลือ 20.4 ล้านล้านเยน หรือราว 129,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2020 ในช่วงโควิด-19 ระบาดทั่วโลก 

ขณะเดียวกัน ปริมาณการส่งออกโดยรวมก็ลดลง 3.2% สะท้อนแรงกดดันต่อภาคการค้าของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

การลดลงดังกล่าวนำโดย “ภาคยานยนต์” ซึ่งเป็นภาคส่งออกใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยการส่งออกรถยนต์ลดลง 11.4% และชิ้นส่วนรถยนต์ลดลง 10.7% ภาคส่วนนี้เป็นเป้าหมายหลักของทรัมป์ ซึ่งเคยกล่าวหาว่า ญี่ปุ่นไม่นำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐ แม้จะส่งออกรถจำนวนมากไปยังสหรัฐก็ตาม โดยรัฐบาลทรัมป์ได้เก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% ตั้งแต่ต้นปี 2025 ก่อนจะลดลงเหลือ 15% หลังจากโตเกียวและวอชิงตันบรรลุข้อตกลงการค้า

เหล่าผู้ผลิตรถยนต์เร่งปรับตัว นำโดยโตโยต้า มอเตอร์ วางแผนนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐกลับมาจำหน่ายในญี่ปุ่น ขณะที่ฮอนด้า มอเตอร์ และนิสสัน มอเตอร์ ก็มีรายงานว่า กำลังพิจารณามาตรการลักษณะเดียวกัน

ในทางกลับกัน การนำเข้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นปีที่สองติดต่อกัน สู่ระดับ 12.8 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 1.6% โดยได้แรงหนุนจากสินค้าบางประเภท เช่น ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และธัญพืช 

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังได้ขอให้ญี่ปุ่นซื้อ “พลังงานจากสหรัฐ” เพิ่มขึ้นระหว่างการเจรจาภาษี แต่การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และถ่านหินกลับลดลง 25.8% และ 38% ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี ดุลการค้าเกินดุลของญี่ปุ่นกับสหรัฐลดลง 12.6% เหลือ 7.5 ล้านล้านเยนในปีที่ผ่านมา นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

ขณะที่การส่งออกไปยัง “จีน” ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ลดลงเล็กน้อยในปีที่ผ่านมา โดยมีสาเหตุหลักจากการส่งออกอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ชะลอลง ส่วนการนำเข้าจากเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่า ส่งผลให้ญี่ปุ่นขาดดุลการค้ากับจีนขยายตัวเป็น 7.9 ล้านล้านเยน

ในปี 2025 ที่ผ่านมา การส่งออกโดยรวมของญี่ปุ่นขยายตัว 3.1% แตะระดับ 110.4 ล้านล้านเยน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปยังตลาดเอเชีย 

ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลหดตัวลงมากกว่าครึ่ง เหลือเพียง 2.6 ล้านล้านเยน นับเป็นการขาดดุลต่อเนื่องเป็นปีที่ห้า

สเตฟาน แองกริค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านญี่ปุ่นและตลาดชายขอบของ Moody's Analytics ระบุว่า ตัวเลขการส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาด ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งส่งออกล่วงหน้า ก่อนสหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้า ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสินค้าญี่ปุ่นในตลาดโลก

อย่างไรก็ดี เขาเตือนว่า “แนวโน้มข้างหน้าเต็มไปด้วยความเสี่ยง การเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐในระดับที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรงจากต่างประเทศ กำลังกดดันการผลิตภาคอุตสาหกรรมและปริมาณการส่งออก ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านการค้าจากจีนก็เป็นอีกปัจจัยที่น่ากังวล” 

อ้างอิง: nikkei