วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ส่องประเด็น 'AI' ในเวที 'ดาวอส 2026' บิ๊กเทคชี้ เอไอคือ อำนาจใหม่ภูมิรัฐศาสตร์

ส่องประเด็น 'AI' ในเวที 'ดาวอส 2026' บิ๊กเทคชี้ เอไอคือ อำนาจใหม่ภูมิรัฐศาสตร์

เวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก "เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม" (WEF) หรือ "ดาวอส 2026" ปีนี้ นอกจากวาระสำคัญจะเต็มไปด้วยเศรษฐกิจ และการเมืองจากแรงกดดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำให้ทั่วโลกหมุนตามสหรัฐแล้ว ยังมีการรวมตัวกันของบรรดาซีอีโอ "บิ๊กเทค" และคนในสายเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นหนึ่งในวาระหลักของเวทีนี้ และของโลก

ภายในงาน ซีอีโอของ Anthropic เปรียบชิปเอไอกับอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ซีอีโอของ Google DeepMind บอกว่า เทคโนโลยีของจีนตามหลังสหรัฐเพียงไม่กี่เดือน ส่วนเมเรดิธ วิทเทเกอร์ แห่ง Signal เตือนว่า การประยุกต์ใช้ AI รูปแบบใหม่มีความ “อันตรายเป็นพิเศษ”

บลูมเบิร์ก ประมวลว่า สารที่ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีพูดกันจากเวทีดาวอสในปีนี้คือ "AI ได้กลายเป็นพลังทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างแท้จริง และเป็นเครื่องมือที่นักการเมือง และผู้นำธุรกิจจำเป็นต้องใช้ในฐานะนั้น" และอาจกล่าวได้ว่า AI เป็นอีกหนึ่งอาวุธสำคัญในสมรภูมิการต่อสู้ระดับโลกระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐและจีน

แนวคิดที่ว่า AI ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ถูกพูดถึงอย่างคึกคัก แต่ "เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นมหาอำนาจในศตวรรษที่ 21" ทำให้ประเด็นนี้ขึ้นสู่ลำดับต้นๆ ของวาระดาวอส และยังคงได้รับความสนใจสูง แม้บรรยากาศก่อนการประชุมปีนี้จะถูกครอบงำด้วยโดนัลด์ ทรัมป์ และความตึงเครียดเรื่องกรีนแลนด์ก็ตาม

สัญญาณของกระแสเอไอในดาวอสเห็นได้ชัดจากการที่ Anthropic และนักลงทุนเวนเจอร์แคปิทัลด้านเทคโนโลยีอย่าง Lightspeed และ General Catalyst วางแผนจัดงานเลี้ยงเอ็กซ์คลูซีฟ แม้จะมีตารางงานที่แน่นขนัดตลอดทั้งสัปดาห์ และแม้จะดึกดื่นถึงเวลา 22.30 น. ก็ยังมีคิวยาวอยู่หน้างานของกลุ่ม VC ขณะที่ Palantir Technologies ได้ตั้งบูธใหญ่ฝั่งตรงข้าม "USA House" ของทีมอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมของรัฐบาลทรัมป์ที่ดาวอสในสัปดาห์นี้

AI กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก บริษัท และประเทศต่างๆ ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อครองความเป็นผู้นำ และเทคโนโลยีนี้ยังส่งผลต่อทุกเรื่องตั้งแต่อนาคตของการทำงาน หุ่นยนต์ วิธีการทำสงคราม ไปจนถึงการเดินทางอวกาศ

ด้วยเดิมพันที่สูงเช่นนี้ ประเทศต่างๆ ไม่อาจชะลอการลงทุน และนวัตกรรมได้ และตามมุมมองของดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic มองว่า สหรัฐเสี่ยงที่จะทิ้งความได้เปรียบเหนือจีน หากเดินหน้าขายชิป AI ขั้นสูงให้กับคู่แข่ง

เกือบหนึ่งปีมาแล้วที่โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของจีนอย่าง "DeepSeek" ทำให้อุตสาหกรรม และโลกตะวันตกในวงกว้างตื่นตระหนก หลังเปิดตัวโมเดลใหม่ที่ทำผลงานใกล้เคียงกับโมเดลชั้นนำอย่าง ChatGPT ของ OpenAI ในบางตัวชี้วัด แต่มีต้นทุนต่ำกว่ามาก

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐ และยุโรปรวมเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และลบมูลค่าตลาดของ Nvidia ไปหลายแสนล้านดอลลาร์ชั่วคราว แม้เทคโนโลยีดังกล่าวยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่คู่แข่งซีกโลกตะวันตกได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่มันก็เป็นสัญญาณเตือนครั้งใหญ่

สำหรับ "ยุโรป" นั้นในมุมมองของสัตยา นาเดลลา ซีอีโอของ Microsoft มองว่าในการแข่งขันเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐกับจีน ยุโรปกำลังตกขบวน และทวีปนี้จำเป็นต้องเปลี่ยนกรอบความคิด เพราะยุโรปให้ความสำคัญกับ "การกำกับดูแล" มากเกินไป และส่งเสริมเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นภายในภูมิภาคน้อยเกินไป

“คุณจะสามารถแข่งขันได้ ก็ต่อเมื่อผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจากยุโรปสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก” นาเดลลา กล่าวพร้อมเสริมว่า ยุโรปเป็นผู้นำด้านความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของ AI แล้ว “แต่ก็ต้องเพิ่มการสร้างในท้องถิ่น และการคิดในระดับโลก”

  • เปิด 5 มุมมองตัวพ่อ AI ในดาวอส 2026

 

ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic

ซีอีโอ Anthropic พูดถึงเอไอในหลายประเด็น และหนึ่งในเรื่องที่เขาพูดชัดที่สุดก็คือ "การไม่ขายชิปให้จีน คือ หนึ่งในเรื่องใหญ่ที่สุดที่เราทำได้ เพื่อให้แน่ใจว่าเรามีเวลาจัดการกับความเสี่ยงนี้" โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่ AI จะหลุดพ้นจากการควบคุม 

ส่องประเด็น 'AI' ในเวที 'ดาวอส 2026' บิ๊กเทคชี้ เอไอคือ อำนาจใหม่ภูมิรัฐศาสตร์

อาโมเดอีเตือนว่า การสหรัฐเริ่มขายชิปเอไอ H200 ของ Nvidia ให้ "จีน" จะส่งผลร้ายแรงต่อความได้เปรียบด้าน AI ของสหรัฐ และกล่าวด้วยว่าหากประเทศคู่แข่งที่พัฒนา AI ในระดับใกล้เคียงกันชะลอตัวลง การแข่งขัน AI ที่แท้จริงจะเป็นการแข่งขันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีด้วยกันเอง ไม่ใช่ระหว่างสหรัฐกับจีน

เขามองว่าการพัฒนา AI เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพราะมนุษย์กำลังยืนอยู่หน้าประตูของขีดความสามารถอันน่าทึ่ง "แต่ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า จะเป็น 'ช่วงชี้ขาด' ต่อการกำกับดูแล และการควบคุมเทคโนโลยีนี้" การอภิปรายยังมุ่งไปที่ยุคหลัง AGI ซึ่งเป็นจุดที่ AI มีความสามารถเทียบเท่าหรือเหนือมนุษย์ และอาจทำให้มนุษย์สูญเสียการควบคุม

ส่วนในประเด็นแรงงาน ซึ่งเขาเคยให้ความเห็นที่สร้างความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ว่า AI อาจทำให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นในสายงานออฟฟิศหายไปครึ่งหนึ่ง แต่มาในครั้งนี้เขากล่าวว่า "ยังไม่เห็นผลกระทบขนาดใหญ่ต่อตลาดแรงงานโดยรวม" แต่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการเขียนโค้ดแล้ว

เดมิส ฮัสซาบิส ซีอีโอ Google DeepMind

ซีอีโอ Google DeepMind มีมุมมองเชิงบวกโดยคาดว่าเอไอจะทำให้มี “งานใหม่ที่มีความหมายมากขึ้น” เกิดขึ้น การรับนักศึกษาฝึกงานอาจชะลอตัวลง แต่ก็จะถูก “ชดเชยด้วยเครื่องมืออันน่าทึ่งที่ทุกคนสามารถใช้ได้”

ส่องประเด็น 'AI' ในเวที 'ดาวอส 2026' บิ๊กเทคชี้ เอไอคือ อำนาจใหม่ภูมิรัฐศาสตร์

สำหรับนักศึกษาปริญญาตรี เขาแนะนำว่าแทนที่จะไปฝึกงาน ควรใช้เวลา “ฝึกให้เชี่ยวชาญในการเรียนรู้เครื่องมือเหล่านี้” ซึ่งเขามองว่า “อาจดีกว่าการฝึกงานแบบดั้งเดิม เพราะเป็นการก้าวกระโดดล่วงหน้าไปอีก 5 ปี”

อย่างไรก็ดี เขาก็ยอมรับ และเตือนด้วยว่า หลังการมาถึงของ "AGI" หรือปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงมนุษย์มากที่สุด "ตลาดแรงงานจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

AGI อาจเกิดขึ้นภายใน 5 - 10 ปี และอาจทำให้เกิดภาวะที่งานมีไม่เพียงพอสำหรับผู้คน ซึ่งจะเกิดคำถามที่ใหญ่กว่าประเด็นเรื่องค่าจ้าง นั่นคือเรื่อง "ความหมาย และเป้าหมายของชีวิต"

สัตยา นาเดลลา - ซีอีโอ Microsoft

ซีอีโอไมโครซอฟท์เน้นย้ำว่า การใช้ AI ต้องนำไปสู่ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม “ในฐานะคอมมูนิตีโลก เราต้องไปให้ถึงจุดที่เราใช้ AI เพื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์จริง สิ่งที่เปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ของผู้คน ชุมชน ประเทศ และอุตสาหกรรมได้”

ส่องประเด็น 'AI' ในเวที 'ดาวอส 2026' บิ๊กเทคชี้ เอไอคือ อำนาจใหม่ภูมิรัฐศาสตร์

การปลดล็อกศักยภาพของ AI จำเป็นต้องมี “เงื่อนไขที่จำเป็น” โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุน และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ

แม้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะลงทุนไปทั่วโลกรวมถึงในประเทศกำลังพัฒนา แต่ความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับนโยบายที่สามารถดึงดูดทั้งเงินทุนภาครัฐ และเอกชน เพราะโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้า เป็นสิ่งที่ “ขับเคลื่อนโดยรัฐบาลเป็นหลัก” พร้อมเสริมว่า ภาคเอกชนจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อระบบพื้นฐานอย่างพลังงาน และเครือข่ายโทรคมนาคมมีความพร้อมแล้ว

โยชัว เบนจิโอ หนึ่งในบิดาแห่ง AI 

โยชัว เบนจิโอ (Yoshua Bengio) นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ชาวแคนาดา และหนึ่งในผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “บิดาแห่ง AI” เตือนว่าระบบ AI ในปัจจุบันถูกฝึกให้มีลักษณะคล้ายมนุษย์มากเกินไป

“ผู้คนจำนวนมากมีปฏิสัมพันธ์กับมัน โดยมีความเชื่อผิดๆ ว่า AI เป็นเหมือนพวกเรา และยิ่งเราทำให้มันฉลาดขึ้นเท่าไร ความเข้าใจผิดนี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังมีคนที่ตั้งใจทำให้มันดูเหมือนมนุษย์ด้วย แต่ก็ไม่ยังชัดเจนว่าสิ่งนั้นจะเป็นผลดีหรือไม่” เขากล่าว

“มนุษยชาติได้พัฒนาบรรทัดฐาน และจิตวิทยาเพื่อปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกันเอง แต่ AI ไม่ใช่มนุษย์จริงๆ” เขากล่าวเสริม 

ยูวาล ฮารารี นักคิด และนักเขียนเรื่อง Sapiens: A Brief History of Humankind

นักเขียน และนักปรัชญาชื่อดัง เตือนถึงความเสี่ยงของ "AI ระดับซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์" ซึ่งหมายถึง AI ที่มีความสามารถทางปัญญาเหนือมนุษย์ โดยระบุว่า มนุษย์ “ไม่มีประสบการณ์ในการสร้าง 'สังคมลูกผสม' ระหว่างมนุษย์กับ AI” พร้อมเรียกร้องให้มีความถ่อมตน และมีกลไกแก้ไขหากสิ่งต่างๆ ผิดพลาด

เขายังกล่าวว่า การเปรียบเทียบ AI กับสติปัญญาของมนุษย์นั้นเป็น “อุปมาอุปไมยที่ไร้สาระ” และ AI จะไม่มีวันเหมือนมนุษย์ เช่นเดียวกับที่เครื่องบินไม่ใช่นก

“สิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลก ก็อาจหลงผิดได้มากที่สุดเช่นกัน” เขากล่าว

 

 

ที่มา: Bloomberg, Euronews

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์