background-default

วันพุธ ที่ 21 มกราคม 2569

Login
Login

‘จีน’ ปรับยุทธศาสตร์ใหญ่ เบนเข็มหนุน ‘ภาคบริการ’ กู้เศรษฐกิจ

‘จีน’ ปรับยุทธศาสตร์ใหญ่  เบนเข็มหนุน ‘ภาคบริการ’ กู้เศรษฐกิจ

‘จีน’ ปรับยุทธศาสตร์ใหญ่ เบนเข็มหนุน ‘ภาคบริการ’ หลังการอุดหนุนจากการซื้อสินค้าไม่เห็นผล หวังเป็นเครื่องยนต์ใหม่กู้เศรษฐกิจโต

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า “จีน” เตรียมเปลี่ยนทิศทางการอุดหนุนจากการซื้อสินค้าไปสู่ "ภาคบริการ" เช่น การดูแลผู้สูงอายุ การท่องเที่ยว และสันทนาการ เพื่อชดเชยอุปสงค์สินค้าในประเทศที่ซบเซา 

จีนเดินหน้า 'ลงทุนในประชาชน’ 

รัฐบาลจีน มองว่าภาคบริการที่ใช้แรงงานเข้มข้นจะเป็นกุญแจสำคัญในการปรับสมดุลเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาการลงทุนขนาดใหญ่และการส่งออกแบบดั้งเดิมที่เริ่มถึงจุดอิ่มตัว

อุปสรรคสำคัญคือปัญหา "อุปทานขาดแคลนเรื้อรัง" ในภาคบริการ ซึ่งตรงข้ามกับภาคการผลิตที่มีสินค้าล้นตลาด เนื่องจากนโยบายของจีนเน้นส่งเสริมโรงงานมานานหลายปี 

ธนาคารกลางของจีนเองก็ได้ออกมาเตือนว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของภาคส่วนนี้ยังคงอยู่ที่อุปทานที่ไม่เพียงพอ แม้ว่าปีที่ป่านมาจะมีการเปิดตัวโครงการปล่อยกู้มูลค่า 5 แสนล้านหยวนเพื่อสนับสนุนการบริโภคด้านการดูแลและบริการผู้สูงอายุ 

ดังนั้น เหล่าบรรดาที่ปรึกษานโยบายและนักวิเคราะห์มองว่า การจะทำให้แผนนี้สำเร็จได้ รัฐบาลต้องปฏิรูปเชิงลึกเพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนและเสริมสร้างระบบสวัสดิการสังคมให้เข้มแข็ง เพื่อให้ประชาชนกล้าใช้จ่ายมากขึ้น

ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน ‘การบริโภค’

แหล่งข่าวที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อระบุว่า “ผู้กำหนดนโยบายกำลังให้ความสำคัญกับการบริโภคภาคบริการมากขึ้น เนื่องจากมีศักยภาพสูง แต่การขยายภาคส่วนนี้จะเป็นกระบวนการทีละขั้นตอน เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ"

ผู้นำจีนตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการบริโภคภาคครัวเรือนให้ถึง 45% ของ GDP ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 40% โดยมีแผน "ลงทุนในประชาชน" ผ่านการเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษา สาธารณสุข และประกันสังคม เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้ครอบครัวชาวจีน ซึ่งปัจจุบันมี GDP ต่อหัวเข้าใกล้ 14,000 ดอลลาร์ และเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยมาเป็นการหาความสุขจากการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพแทน

ข้อมูลทางเศรษฐกิจยืนยันการเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจน โดยในปี 2568 ยอดขายภาคบริการเติบโตถึง 5.5% สูงกว่าการเติบโตของสินค้าที่อยู่ที่ 3.7% ขณะที่ยอดขายปลีกสินค้าในเดือนธันวาคมขยายตัวเพียง 0.9% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบหลายปี 

นอกจากนี้ สัดส่วนการใช้จ่ายภาคบริการต่อหัวยังเพิ่มขึ้นเป็น 46.1% ของการใช้จ่ายทั้งหมดในปี 2568 เทียบกับ 40.3% ในปี 2557

 ลินน์ ซง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคจีนของ ING กล่าวว่า "การกระตุ้นอัตราการบริโภคภาคครัวเรือนเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง แต่ขึ้นอยู่กับระดับความมุ่งมั่นของนโยบาย"

อย่างไรก็ตาม ING ระบุว่าระดับการบริโภคภาคครัวเรือนของจีนยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 20% ของ GDP

ในด้านมาตรการสนับสนุน รัฐบาลกำลังพิจารณาขยายการอุดหนุนให้ครอบคลุมบริการต่างๆ เช่น การออกบัตรกำนัลดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน การลดดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการบ้านพักคนชรา และอาจรวมถึงการขยายวันหยุดที่ได้รับค่าจ้างเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว  

อย่างไรก็ดี  S&P Global Ratings ตั้งข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นไปอย่างช้าๆ เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นยังคงพึงพอใจกับการสนับสนุนภาคการผลิตที่จัดเก็บภาษีได้ง่ายกว่า

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือ "เงินลงทุนที่ยังขาดหาย" โดย บริษัทหลักทรัพย์ Shenwan Hongyuan ประเมินว่าจีนยังขาดแคลนการลงทุนในภาคบริการสูงถึง 3.3 ล้านล้านหยวน 

ปัจจุบันจีนมีเตียงรองรับผู้สูงอายุเพียง 30 เตียงต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานประเทศพัฒนาแล้วมาก ส่งผลให้สถานดูแลระดับไฮเอนด์มีราคาสูงเกินเอื้อมสำหรับผู้เกษียณอายุส่วนใหญ่ที่ได้รับเงินบำนาญน้อย และยังคงรอคอยสวัสดิการรัฐที่ราคาเข้าถึงได้มากกว่านี้

อ้างอิง Bloomberg