วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เงินออมคนจีน '220 ล้านล้านบาท' จ่อไหลเข้าตลาดหุ้น-ทองคำ หนุน 'ขาขึ้นรอบใหญ่'

เงินออมคนจีน '220 ล้านล้านบาท' จ่อไหลเข้าตลาดหุ้น-ทองคำ หนุน 'ขาขึ้นรอบใหญ่'

เงินออมมหาศาลของครัวเรือนจีนกำลัง ‘ขยับตัว’ ครั้งใหญ่ เมื่อเงินฝากประจำ ‘220 ล้านล้านบาท’ ทยอยครบกำหนด ท่ามกลางดอกเบี้ยต่ำสุดในรอบหลายปี จากเงินที่เคยนอนนิ่งในธนาคาร กำลังถูกผลักให้ไหลออกสู่ ‘ตลาดหุ้น’ หนุนขาขึ้นรอบใหม่

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ในปัจจุบัน ครัวเรือนจีนกำลังมองหา “ทางเลือกการลงทุน” ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเดิม หลังจากเงินฝากประจำมูลค่าราว “7 ล้านล้านดอลลาร์” (ประมาณ 220 ล้านล้านบาท) ทยอยครบกำหนดในปีนี้ ซึ่งกระแสเงินก้อนใหญ่ดังกล่าว อาจกลายเป็นแรงหนุนใหม่ให้กับตลาดการเงินจีน

เงินออมจำนวนมหาศาลนี้ เกิดจากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์ที่ลากยาว และตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนไม่ดีมาหลายปี ทำให้ประชาชนจำนวนมากเลือก “เก็บเงิน” ไว้ในธนาคารเพื่อความปลอดภัย แต่เมื่อดอกเบี้ยเงินฝากลดลงมาใกล้ระดับ 1% เงินเหล่านี้จึงเริ่มมีแนวโน้มไหลออกไปหาการลงทุนรูปแบบอื่นมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “ตลาดหุ้น” ผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง หรือประกันภัย 

“ฉันแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะทำเงินจากตลาดทุน” หมิน เฉิน ข้าราชการจากเมืองหางโจว กล่าว เธอมีเงินฝากประจำมูลค่า 2 ล้านหยวน ที่กำลังจะครบกำหนดในเดือนนี้ และวางแผนจะย้ายเงินไปลงทุนใน “กองทุนรวม” เนื่องจากลักษณะงานไม่เอื้อให้เธอซื้อหุ้นโดยตรง แม้เงินฝากดังกล่าวให้ผลตอบแทน 3.1% แต่เธอก็รู้สึกเสียดายที่ตกรถการปรับขึ้นของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา และเชื่อว่า ราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อไป

ตามรายงานเดือนธันวาคม ของนักวิเคราะห์จากบริษัท Huatai Securities ระบุว่า เงินฝากที่มีอายุเกินหนึ่งปีในจีน “ราว 50 ล้านล้านหยวน” จะทยอยครบกำหนดในปี 2026 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 10 ล้านล้านหยวน โดยในจำนวนนี้ราว 30 ล้านล้านหยวน ถูกฝากอยู่ในธนาคารของรัฐขนาดใหญ่ และสัดส่วนที่มากกว่าครึ่งของเงินฝากทั้งหมด จะครบกำหนดในช่วงครึ่งแรกของปี 

ด้วยแรงหนุนจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดหุ้นจีน ซึ่งมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเพียงเดือนที่ผ่านมา กำลังดึงดูดให้นักลงทุนบางส่วน หันเข้ามาลงทุนในหุ้นมากขึ้น

ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งท่ามกลางความตึงเครียดด้านภาษีทรัมป์ที่ปะทุเป็นระยะๆ ขณะที่ความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีน ยังคงดึงดูดแรงซื้อจากนักลงทุน

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำก็ “ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์” โดยนักลงทุนจีนเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เข้าซื้อจำนวนมาก จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการปรับขึ้นดังกล่าว

นับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ธนาคารจีนได้ “ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแล้วถึง 7 ครั้ง” เพื่อปกป้องส่วนต่างกำไร หลังจากรัฐบาลปักกิ่งสั่งให้ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งได้กัดเซาะความสามารถในการทำกำไรของธนาคารไปอย่างมาก

ขณะที่ธนาคารขนาดเล็กบางแห่ง ได้กดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำลงมาเหลือเพียงเล็กน้อยเหนือระดับ 1% เท่านั้น

เดซี่ อู๋ อดีตนักวิจัยของบริษัทบริหารสินทรัพย์รายหนึ่ง รู้สึกไม่พอใจกับผลตอบแทน 5% จากผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งมูลค่า 5 ล้านหยวน ที่กำลังจะครบกำหนดในเดือนหน้า เธอกลับโชคดี จากการลงทุนในหุ้น และกองทุนเชิงปริมาณ ซึ่งสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง 25% ในปีที่ผ่านมา

“ตอนนี้ฉันเป็นแม่บ้าน และมีเวลาเข้ามาร่วมกับการซื้อขายหุ้นอย่างจริงจัง” อู๋ กล่าวจากนครเซี่ยงไฮ้  “ฉันมองตลาดในปีนี้ในแง่บวก”

 

 

 

อ้างอิง: bloomberg

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์