background-default

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ซัพพลายเออร์ชิป Nvidia H200 ระงับการผลิต หลังจีนสั่งห้ามนำเข้า

ซัพพลายเออร์ชิป Nvidia H200 ระงับการผลิต หลังจีนสั่งห้ามนำเข้า

สื่อเผยซัพพลายเออร์ชิปเอไอ H200 ของ Nvidia ระงับการผลิตชั่วคราวแล้ว หลังเจอศุลกากรจีนสั่งห้ามนำเข้าชิปดังกล่าว ยังไม่แน่ใจต้องการเปิดทางชิปในประเทศหรือเพื่อเดินเกมต่อรองสหรัฐ

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานล่าสุดว่า บรรดาซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับชิปประมวลผล H200 ของบริษัท "อินวิเดีย" (Nvidia) ได้ "ระงับสายการผลิตชั่วคราว" หลังจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรของจีนปิดกั้นการนำเข้าชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่นี้ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติจากสหรัฐ ไม่ให้นำเข้าสู่ประเทศจีน ซึ่งจุดกระแสความตึงเครียดรอบใหม่ในความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน

สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่ายังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของรายงานดังกล่าวได้ในทันที โดยรายงานของ FT อ้างอิงแหล่งข่าวสองรายที่มีข้อมูลในเรื่องนี้ ขณะที่ทางอินวิเดียยังไม่ได้ออกมาตอบรับต่อการขอความเห็นในเรื่องนี้

ก่อนหน้านี้ รายงานระบุว่า Nvidia คาดการณ์ว่าจะมีคำสั่งซื้อชิปจากลูกค้าในจีนมากกว่า 1 ล้านชุด ส่งผลให้กลุ่มซัพพลายเออร์ต้องเร่งดำเนินการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งมอบสินค้าที่คาดว่าจะเริ่มขึ้นอย่างเร็วที่สุดในช่วงเดือนมี.ค. นี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา รอยเตอร์ได้รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนได้แจ้งต่อตัวแทนผู้นำเข้าว่า "ชิป H200 ของอินวิเดียไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้าสู่ประเทศ" นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนได้เรียกบริษัทเทคโนโลยีในประเทศเข้าพบ เพื่อเตือนไม่ให้จัดซื้อชิปดังกล่าวหากไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ทางการจีนไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนในการดำเนินการล่าสุดนี้ และยังไม่มีการส่งสัญญาณว่ามาตรการดังกล่าวถือเป็น "การสั่งแบนอย่างเป็นทางการ" หรือเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น

สำหรับชิป H200 ถือเป็นชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอินวิเดีย และกลายเป็นประเด็นขัดแย้งสำคัญท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน แม้ว่าความต้องการใช้งานจากบริษัทสัญชาติจีนจะอยู่ในระดับสูง แต่ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลปักกิ่งต้องการสั่งห้ามการนำเข้าอย่างเด็ดขาดเพื่อเปิดทางให้ผู้ผลิตชิปภายในประเทศเติบโต หรือกำลังพิจารณาข้อจำกัดเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นกลไกในการต่อรองกับรัฐบาลวอชิงตัน