วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (16 ม.ค. 69) ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงกว่า 4% หลังทรัมป์ประกาศยังไม่โจมตีทางทหารต่ออิหร่านในตอนนี้
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา
(-) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับลดลงกว่า 4% หลังจากปรับตัวขึ้นติดต่อกันนานกว่า 5 วัน โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าการปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่านเริ่มลดน้อยลง
และสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่ต้องการทำสงครามและจะไม่มีปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในตอนนี้ เนื่องจากอิหร่านยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะประหารชีวิตประชาชน ส่งผลทำให้ตลาดคลายกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบชะงักงัน
(-) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผย ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 ม.ค. 69 ปรับเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 422.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล
(-) เวเนซุเอลาเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง หลังจากได้ปรับลดกำลังการผลิตภายใต้มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดของสหรัฐฯ และเริ่มมีการส่งออกเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ประมาณ 1.8 ล้านบาร์เรล จำนวน 2 ลำ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการขนส่งครั้งแรกนับจากมีข้อตกลงในการส่งออกน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาไปยังสหรัฐฯ 30-50 ล้านบาร์เรล
(+) กลุ่มโอเปค (OPEC) คาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่การเปลี่ยนผ่านไปใช้เชื้อเพลิงสะอาด จะเกิดขึ้นช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบในปี 2570 จะเติบโตขึ้น 1.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับการเติบโตในปีนี้





